อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

มกอช.ร่วมหารือเจรจาลดอุปสรรคทางการค้า

มกอช. ร่วมเวทีประชุมคณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เจรจาลดอุปสรรคทางการค้าจากมาตรการ SPS เพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังประเทศคู่ค้า เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562 เวลา 13.15 น.

นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. และผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Committee on Sanitary and Phytosanitary measures) ครั้งที่ 75 ระหว่างวันที่ 17 - 19 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ องค์การการค้าโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส



โดยมีประเทศสมาชิก 164 ประเทศร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบที่สำคัญและหารือประเด็นข้อกังวลทางการค้าที่เกิดจากการบังคับใช้มาตรการ (SPS) ของประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลกซึ่งอาจก่อให้เกิดอุปสรรคทางการค้าที่มากเกินความจำเป็น



นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ร่วมกับประเทศสมาชิกอีกกว่า 10 ประเทศ  เรียกร้องให้สหภาพยุโรปขยายระยะเปลี่ยนผ่านสำหรับการปรับตัวต่อการปรับลดค่า MRLs ของสารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเดิมสหภาพยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านไว้ที่ 6 เดือน แต่ระยะเวลานี้ไม่เพียงพอต่อการพิจารณาหาสารทดแทนที่มีประสิทธิภาพ และจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังสหภาพยุโรปเช่นกัน



โดยผู้แทนไทยยังได้หารือทวิภาคีกับประเทศคู่ค้า เพื่อผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและแก้ไขปัญหาด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย อาทิ ได้หารือทวิภาคีกับออสเตรเลียเพื่อผลักดันการเปิดตลาดเป็ดปรุงสุกของไทย ซึ่งออสเตรเลียได้จัดทำร่างรายงานทบทวนความเสี่ยงสำหรับการนำเข้าเป็ดปรุงสุกจากไทยเสร็จแล้ว และจะแจ้งเวียนองค์การการค้าโลกต่อไป และหารือทวิภาคีกับไต้หวันเพื่อเร่งรัดการเปิดตลาดมังคุดให้แก่ไทยตามที่กรมวิชาการเกษตร ได้มีการดำเนินการทางเทคนิคในเรื่องดังกล่าว โดยไต้หวันได้ประกาศอนุญาตการนำเข้ามังคุดจากไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 62 ที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่า ไทยจะสามารถส่งออกมังคุดไปยังไต้หวันได้มูลค่าไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทต่อปี 



“ผู้แทนไทย ยังได้เจรจาเร่งรัดให้รัสเซียขึ้นทะเบียนโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำส่งออกของไทยเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าสัตว์น้ำไปยังรัสเซียได้เพิ่มขึ้นถึงประมาณปีละ 600 ล้านบาท โดยฝ่ายรัสเซียรับจะหารือรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการตรวจประเมินโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำกับกรมประมงของฝ่ายไทยต่อไป” เลขาธิการ มกอช. กล่าว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15