อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

"วิถี..รักษ์ท้องทะเลไทย" มีกลุ่มคนเริ่ม.."รอพลังคนร่วม"

"ทะเลและชายฝั่ง” นั้นสำคัญ และ “เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตผู้คน” ในหลายมิติทั้งในฐานะแหล่งอาหาร แหล่งที่เอื้อต่อที่อยู่อาศัย แหล่งทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ...ที่ก็มีผลต่อผู้คน เพื่อดำรงชีพ และดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อาทิ การประมง และวันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” ก็มีแง่มุมมาเสนอ อาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.30 น.


"ทะเลและชายฝั่ง" นั้นสำคัญ และ เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตผู้คนในหลายมิติทั้งในฐานะแหล่งอาหาร แหล่งที่เอื้อต่อที่อยู่อาศัย แหล่งทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ...ที่ก็มีผลต่อผู้คน ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ ระบุไว้ว่า ในปี พ.ศ. 2557 ประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากกว่าร้อยละ 84 จำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรจากทะเลและชายฝั่ง เพื่อดำรงชีพ และดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อาทิ การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และกับ ทะเลไทยนั้น ขณะนี้มี คนหลากหลายสาขาพยายามค้นหาจุดสมดุลที่จะทำให้ผู้คนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลได้อย่างยั่งยืน และวันนี้ทีมวิถีชีวิต ก็มีแง่มุมมานำเสนอ...
      
ด้วยทรัพยากรที่มีหลากหลายของ ทะเลไทยในแต่ละปีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งด้านการท่องเที่ยว และการประมง ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของไทย อย่างไรก็ตาม จากปัญหาหลาย ๆ เรื่อง ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลทำให้สถานภาพทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งของไทยมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยยังขาดการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิ ภาพ ที่อาจส่งผลต่อความไม่ยั่งยืนในการใช้ประโยชน์ทางทะเลในอนาคต


     
และย่อมกระทบ วิถีชีวิตของผู้คน” 
     
เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) ได้สะท้อนว่า การป้องกันและจัดการปัญหาจากความเสี่ยงใหม่ ๆ ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ที่ในอนาคตจะยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น ถือว่าสำคัญ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการศึกษาในด้านต่าง ๆ อาทิ ชุดโครงการยุทธศาสตร์การจัดการผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล, ชุดโครงการแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลบนฐานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน, ชุดโครงการความรู้เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายทางทะเลแห่งชาติสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และการจัดทำแผนที่นำทางการวิจัย ประเด็นวิจัยยุทธศาสตร์ด้านผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงทางทะล เพื่อที่จะค้นหาคำตอบ ซึ่งจะนำไปสู่การค้นพบทางออก จากปัญหาที่เกิดขึ้น...ที่ไม่เพียงกับ ทะเลไทยแต่รวมถึง วิถีชีวิตคนไทย”   
                                           
ในอนาคตปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและผลประโยชน์ กับความมั่นคงทางทะเล จะยิ่งมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ไทย จึงจำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้สอดคล้องยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน รวมไปถึงเพื่อให้เกิดความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันในทางสังคม รศ.ดร.
ชนาธิป ระบุไว้
      
ขณะที่ รศ.ดร.โสภารัตน์ จารุสมบัติ ผู้ประสานงานชุดโครงการความรู้เพื่อขับเคลื่อนนโยบายทางทะเลแห่งชาติสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ระบุไว้ว่า การมีระบบนิเวศทางทะเลและชาย ฝั่งที่สมบูรณ์ ย่อมมีผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตทางสังคม เศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นหลักประกันความยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย ดังนั้นการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยให้สามารถดำรงไว้ซึ่ง ความสมดุลทางนิเวศและความสามารถในการรองรับการใช้ทรัพยากรจากมนุษย์ ย่อมต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้ และกลไกการจัดการที่หลากหลาย โดยเฉพาะการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ที่จำเป็นจะต้อง ร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้มีความยั่งยืน ต่อไปในอนาคตได้
                                
นอกจากนี้ ทิศทางการพัฒนาในระดับนานาชาติว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ มุ่งให้ภายในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573 โลกจะต้องสามารถสร้างสมดุลการพัฒนาระหว่างความมั่นคงของมนุษย์ ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนของสิ่งแวด ล้อมไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะในเป้าหมายที่ 14 (SDG14 Life below Water) ที่ได้ระบุถึงการให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์กรดังกล่าว ก็จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาในระดับโลก แล้วก็ยังต้องคำนึงถึงการที่ทะเลไทยเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาคอีกด้วย
      


ขณะนี้ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากประเด็นการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เช่น การทำประมงที่ผิดกฎหมาย การขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การท่องเที่ยวทางทะเลเกินขีดความสามารถของระบบนิเวศ ความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เป็นต้น
      
ทั้งนี้ นักวิชาการคนเดิมยังระบุไว้อีกว่า หนึ่งในแนวคิดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืนต่อการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของไทย คือ แนวคิด เศรษฐกิจสีน้ำเงิน หรือ“บลู อีโคโนมี (Blue Economy)” ที่เน้นส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการใช้ทรัพยากรให้มีความยั่งยืน เพื่อจะนำไปสู่การเติบโตของระบบเศรษฐกิจและสังคมใน
ระยะยาวได้
      
เศรษฐกิจสีน้ำเงิน ถือเป็นอีกหนึ่งผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลของไทย ที่ต้องได้รับการปกป้องและส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ที่สำคัญคือต้องสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการจัดการเศรษฐกิจสีน้ำเงินให้มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ภายใต้วิธีคิดแบบใหม่ที่เป็นระบบมากขึ้น โดยอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือระดับนานาชาติรศ.ดร.โสภารัตน์ ย้ำอีกหนึ่งประเด็นที่ท้าทายความสามารถของไทยในการบริหารจัดการผลประโยชน์ทางทะเล


     
บลู อีโคโนมี หรือ เศรษฐกิจสีน้ำเงิน ที่เป็นอีกหนึ่ง ความท้าทายของไทยนั้น ทาง .ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้วิเคราะห์ไว้ว่า ผลประโยชน์แห่งชาติและ  ความมั่นคงทางทะเลเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับไทย เนื่องจากมีนัยทั้งเชิงพื้นที่และมูลค่า แต่ขณะนี้ไทยกำลังสูญเสียผลประโยชน์โดยรวมในด้านนี้ หรือกำลังสูญเสียรายได้สุทธิที่ควรได้จากการใช้ทรัพยากรทางทะเลที่ขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
      
ในทางกายภาพ พิจารณาเชิงพื้นที่จะพบว่าไทยมีอาณา เขตทางทะเล (maritime zone) ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 มากกว่า 350,000 ตร.กม. โดยเมื่อประเมินมูลค่าผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลในปี พ.ศ. 2557 จากข้อมูลของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ พบว่า มูลค่าเศรษฐกิจภาคทะเลของไทยมีสูงถึง 24 ล้าน  ล้านบาท!!! โดยในช่วงปี พ.ศ. 2550-2558 มูลค่าเศรษฐกิจภาคทะเลของไทยมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอนาคต แต่ ผลประโยชน์ทางทะเล กลับ ไม่ได้ตกอยู่ใน
  
มือคนไทยในสัดส่วนที่ควรจะเป็น
!!!  
      
สาเหตุที่ไทยสูญเสียผลประโยชน์ทางทะเล ส่วนหนึ่งเกิดจากการแยกส่วนการบริหารจัดการระหว่างกิจกรรมการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ ทำให้การบริหารจัดการทางทะเลในภาพรวมขาดประสิทธิภาพ จนเป็นสาเหตุหลักทำให้ต้นทุนด้านทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรม ซึ่งหากไม่ช่วยกันดูแลอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมประมงและการท่องเที่ยว  โดยไทยควรสนับสนุนกิจกรรมที่ให้ความสำคัญกับฐานทรัพยากร และการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะสูญเสียไปมากกว่านี้เป็นมุมวิเคราะห์จากนักวิชาการ ซึ่งก็ขอย้ำว่าเรื่องนี้มีผลต่อ วิถีชีวิตคนไทย
      
ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ ระบุไว้ด้วยว่า ไทยจำเป็นต้องมีแนวทางที่ชัดเจนในการบริหารจัดการเรื่องนี้มากขึ้น เนื่องจากไทยยังไม่มีการวางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเลในภาพรวม จึงทำให้ขาดความสามารถในการมองเห็นและการวางแผนกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทางทะเลบนฐานทรัพยากรอย่างเป็นองค์รวม รวมถึงควรอาศัย ความมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ เพื่อป้อง กันและแก้ปัญหาทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรม นอกจากนั้น ควรมีมาตรการควบคุมให้กิจกรรมการใช้ประโยชน์ทางทะเลเป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น
      
สถานการณ์ของผลประโยชน์ทางทะเลของไทยนั้น ถูกกำหนดจากแนวทางการขับเคลื่อนทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ซึ่งล้วนเป็นกรอบกำหนดทิศทางการพัฒนาผลประโยชน์ทางทะเลของไทยทั้งสิ้น แต่ก็ถือเป็นความท้าทายสำคัญในโลกปัจจุบัน ที่ไทยจำเป็นจะต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ นักวิชาการคนเดิม ระบุไว้
     
...แม้นี่เป็นฟากฝั่งนักวิชาการ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของคนไทยกลุ่มหนึ่ง ที่พยายาม สกัดกั้นวิกฤติ ที่กำลังเกิดกับ ทะเลไทยเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ที่ยึดโยงถึง วิถีชีวิตคนไทยท่ามกลางสถานการณ์โลกที่...
      
ผันผวนประดุจคลื่นลมแรงแห่งทะเล.

‘แผนที่ทางทะเล’ โยง ‘วิถีชีวิตคน’
    
ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ทางทะเลกว่า 320,000 ตร.กม. และมีความยาวชายฝั่งทะเลประมาณ 3,150 กม. แบ่งเป็นฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตก รวมถึงส่วนเหนือของช่องแคบมะละกา ซึ่งขณะนี้ผู้คนกลุ่มต่าง ๆ มีกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทางทะเลเพิ่มขึ้นในหลากหลายด้าน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการดำเนินการวางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเลในภาพรวมทั้งประเทศ จึงเป็นที่มาของ โครงการการพัฒนาแผนที่เขตแดนทางทะเลระหว่างจังหวัดชายทะเล หรือ แผนที่เขตจังหวัดทางทะเล ซึ่งจัดทำโดย พล...จุมพล ลุมพิกานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะนักวิจัย


                                                                                 
วัตถุประสงค์โครงการนี้ เพื่อช่วยในการจัดการเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของจังหวัดชายฝั่งทะเล โดยผู้จัดทำระบุถึงประโยชน์ของการมี แผนที่เขตจังหวัดทางทะเล ว่า เปรียบเสมือนมีโฉนดบ้าน ที่จะบอกว่าขอบเขตพื้นที่บ้านเรานั้นอยู่ที่ไหน ติดกับใคร ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนการใช้ประโยชน์ทะเลอย่างยั่งยืน รวมไปถึงทำให้เกิดความสมดุลในทุกมิติ

และย่อมรวมถึงความสมดุลของ...
วิถีชีวิตผู้คน”.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24