อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562

เปลี่ยนทัศนคติ ปรับโภชนาการ เพื่อเด็กไทย เติบโตเต็มศักยภาพ

“อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบ 5 หมู่ ทั้ง โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ และไขมันที่เพียงพอ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เด็กเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพทั้งร่างกาย และสติปัญญา หากได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ไม่ครบการเติบโตก็ไม่เต็มที่ ทำให้มีปัญหาเตี้ย อ้วน หรือผอมมาก” อาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.30 น.


“อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบ 5 หมู่ ทั้ง โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ และไขมันที่เพียงพอ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เด็กเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพทั้งร่างกาย และสติปัญญา แปลว่า เด็กคนไหนเกิดในพื้นถิ่นใด พ่อ แม่เป็นอย่างไร หากได้รับสารอาหารที่เพียงพอก็จะเจริญเติบโต เต็มศักยภาพได้ แต่หากได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ไม่ครบการเติบโตก็ไม่เต็มที่ ทำให้มีปัญหาเตี้ย อ้วน หรือผอมมาก” นักโภชนาการ ระบุ
        
นายสง่า ดามาพงษ์” นักโภชนาการเชี่ยวชาญอิสระ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า เด็กวัยเรียนอนุบาลถึงมัธยมต้นเป็นวัยที่กำลัง
เจริญเติบโตทั้งร่างกาย และสติปัญญา การรับประทานอาหาร 5 หมู่ จะเข้าไปทำให้เซลล์สมอง กล้ามเนื้อ กระดูกและทุกอวัยวะของเด็ก เจริญเติบโตเต็มตามศักยภาพ โดยเฉพาะเซลล์สมอง การได้รับสารอาหารเพียงพอครบจะทำให้เซลล์เติบโตเป็นปกติ และเกาะเกี่ยวกันหนาแน่น ช่วยให้ไอคิว หรือความฉลาดทางสติปัญญาดี หากได้รับอาหารไม่เต็มที่เซลล์สมองจะเกาะเกี่ยวกันน้อยลง บางลง ไอคิวก็จะต่ำ
        
แต่เป็นเรื่องที่น่าตกใจเมื่อพบว่า เด็กไทยยังได้รับสารอาหารไม่ครบ ทั้งที่บ้าน โรงเรียน หรือแม้แต่อาหารว่างระหว่างวัน อย่างเรื่องอาหารกลางวันที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อไม่ว่าจะเป็น “ขนมจีนน้ำยา” หรือ “ต้มฟักวิญญาณไก่” หรืออื่น ๆ เป็นตัวสะท้อนได้อย่างดีว่าเด็กไทยได้รับสารอาหารไม่ครบ และมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและสติปัญญา


        
คงต้องโทษผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบต่อการที่ได้กินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ เด็ก ๆ ที่ยังมีความรู้หรือทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง โดยยังมองว่าเด็กต้องกินอิ่มในปริมาณอาหารที่มาก แต่สารอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ไปเน้นที่คาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับเงินที่ไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ปิดกั้นการที่เด็กจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน”   
        
ทั้งนี้ ถ้าพิจารณาจากงบค่าอาหารกลางวันที่รัฐจัดให้ในอัตรา 20 บาท ต่อคน ต่อหัว นั้นถ้าบริหารจัดการดี ๆ นั้นเพียงพอที่จะจัดหาอาหารกลางวันที่ดี โภชนาการครบให้เด็ก ๆ ของเราได้ โดยหลักคือต้องได้ กินไข่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ฟอง ตับ หรือเลือดสัตว์อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ได้รับธาตุเหล็ก ต้องได้รับผักทุกวัน และผลไม้ตามฤดูกาล 3 วัน ที่เหลือเป็นขนมที่มีคุณค่า
        
นายสง่า” บอกว่า สำหรับเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่นอะไรนั้น เราคงไม่ไปแตะ แต่ในแง่ของการบริหารจัดการเงิน กับคุณภาพอาหารกลางวันที่ออกมานั้น คงต้องมีการปรับปรุง อย่างเรื่องคนปรุงอาหารให้เด็กวันนี้ พบว่าเป็น “แม่ครัวที่ทำอาหารเป็น” แต่ยังขาดความรู้ทางด้านโภชนาการ แม้ว่าจะทำเมนูอาหารออกมาได้หลากหลายก็ตาม
        
แม้กระทั่งการตักอาหารให้เด็กแต่ละคนยังมีความแตกต่างกัน เช่น เด็กที่มีภาวะอ้วนควรลดแป้ง เพิ่มกับ เน้นผัก เป็นต้น แต่สิ่งที่เราค้นพบคือ มีการตักอาหารให้เด็กอ้วนในปริมาณมาก ๆ เพราะคิดว่าเด็กจะกินไม่อิ่ม และตักให้เด็กผอมในปริมาณน้อย ๆ เพราะกลัวเด็กรับประทานไม่หมด เรียนว่าเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง เรื่องโภชนาการที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนไม่สามารถคิดเองได้ เรื่องนี้เป็นศิลปะ
        
ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ควรอบรมผู้ประกอบอาหารในโรงเรียนให้มีความรู้ทางด้านโภชนาการ หรือจัดให้มีนักโภชนาการระดับตำบล ที่คอยดูแลเรื่องโภชนาการของเด็กในพื้นที่ ทั้งที่อยู่ที่บ้านและโรงเรียน ถ้าเป็นไปได้ควรส่งเสริมให้มีครัวกลางระดับตำบล ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณ และควบคุมเรื่องคุณค่าทางโภชนาการได้ง่าย.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29