อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

รถตู้หมดอายุVSผู้โดยสาร ทางออกปัญหาจะอยู่ตรงไหน?

สัปดาห์นี้ไปดูปัญหาซับซ้อนหลายมิติ "รถตู้โดยสาร" หมดอายุ ต้องเปลี่ยนเป็นไมโครบัสตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้ ส่งผลกระทบผู้ประกอบการ แต่ความปลอดภัยผู้โดยสารสำคัญ แล้วทางออกจะอยู่ตรงไหน? อังคารที่ 30 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


วันที่ 1 ส.ค.นี้ ตัวแทนสมาคมรถตู้โดยสารสาธารณะกรุงเทพฯและปริมณฑล จะไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เนื่องจากได้รับผลกระทบที่ต้องเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก (ไมโครบัสหรือมินิบัส) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนดอายุใช้งานรถตู้โดยสารประจำทางไว้ไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนนำรถตู้อายุเกินมาให้บริการ ถือเป็นการประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับ 50,000 - 200,000 บาท เนื่องจากรถตู้อายุเกิน 10 ปี บริษัทประกันภัยจะไม่รับจัดทำประกันภัยให้จะสร้างปัญหาให้เจ้าของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และผู้โดยสารไม่ได้รับความคุ้มครอง

ปัจจุบันกรมขนส่งฯ ไม่รับจดทะเบียนรถตู้สาธารณะแล้ว อนุญาตจดทะเบียนรถไมโครบัสหรือมินิบัสให้เท่านั้น ซึ่งดำเนินการตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ต้องการยกเลิกรถตู้โดยสารมาเป็นรถไมโครบัสหรือมินิบัสแทนเพราะมีความปลอดภัยมากกว่า จากปมปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถตู้โดยสารซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะเหตุสลดเมื่อรถตู้โดยสารพุ่งชนรถปิคอัพจนไฟลุกท่วมทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตอย่างสยดสยองถึง 25 ศพช่วงเทศกาลปีใหม่ 60 ที่หลายคนคงจำกันได้



กรมขนส่งฯ กำหนดให้รถตู้ครบ 10 ปี ทยอยเปลี่ยนเป็นรถไมโครบัสโดยประเดิมจากเส้นทาง หมวด 2 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดทุกเส้นทาง ระยะทางไม่เกิน 300 กม. และหมวด 3 ระหว่างจังหวัดกับจังหวัด เฉพาะเส้นทางที่มีจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างทาง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 60 ส่วนเส้นทางหมวด 1 และหมวด 4 ที่ให้บริการในกรุงเทพฯและในภูมิภาค รวมถึงเส้นทางหมวด 3 วิ่งระหว่างจังหวัดกับจังหวัด ที่ไม่มีจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างทาง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 62

แต่ยังให้สิทธิผู้ประกอบการเปลี่ยนเป็นรถตู้ทดแทนคันเดิมได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 62 แต่กำหนดเงื่อนไขต้องเป็นรถใหม่ หรือรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี มีระยะเวลาการวิ่งบริการในเส้นทางรวมแล้วไม่เกิน 10 ปี นับจากวันที่จดทะเบียนรถครั้งแรก ทั้งยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถอย่างเคร่งครัด

นายปัญญา เลิศหงิม นายกสมาคมฯ บอกว่า รถตู้หมวด 1 ที่มีอยู่กว่า 3 พันคัน ได้รับผลกระทบมาก จึงขอความเห็นใจจากรมต.คมนาคมคนใหม่ 3 ข้อ คือ 1.ขอขยายอายุรถตู้ครบ 10 ปี เปลี่ยนเป็นไมโครบัส ออกไป180 วัน  เพราะไมโครบัสมีต้นทุนคันละ 2.5 ล้านบาทผ่อนเดือนละ 40,000 บาท สูงกว่าต้นทุนรถตู้คันละ 1.3 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 24,000บาท 2.ให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัสด้วยความสมัครใจเพราะบางเส้นทางมีรถ 50-100 คัน ต้องเช่าพื้นที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ห้างฯ บางแห่งไม่รองรับการจอดของไมโครบัส เกิดปัญหาพื้นที่จอดรถและค่าเช่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งทำให้เพิ่มปัญหาการจราจรด้วย โดยเฉพาะวินอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะรถขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้รถติดมากขึ้นทำเที่ยววิ่งไม่ได้ตามกำหนด และใช้งานไม่คล่องตัวไม่เหมาะกับสภาพการจราจรในกรุงเทพฯ 3.ขอให้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าและแนวเส้นทางที่วิ่งทับซ้อนกับรถไฟฟ้า ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับเส้นทางรถตู้ให้เป็นระบบฟีดเดอร์ รับส่งผู้โดยสารจากชุมชนมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น รวมทั้งศึกษาผลดีผลเสียของการเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัสด้วยว่าเส้นทางไหนมีความเหมาะสมเพราะระยะสั้นเกินไปอาจไม่เหมาะสมและไม่คุ้มทุน รถคันใหญ่ไม่คล่องตัวโดยเฉพาะในพื้นที่การจราจรหนาแน่น



"หากไม่ช่วยเหลือผู้ประกอบการรถตู้โดยสารทั่วประเทศที่มีหลายหมื่นคัน คงล้มหายตายจากกันไปไม่น้อย ต้องไปหาอาชีพอื่นทำ ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับผู้โดยสาร เพราะรถเมล์และรถไฟฟ้ายังไม่ตอบโจทย์ผู้โดยสาร 100%  ไม่ได้หมายถึงจะใช้ผู้โดยสารเป็นตัวประกัน แต่ขอความเห็นใจ เพราะไม่มีเงินทุนมาเปลี่ยนรถใหม่ก่อนหมดอายุ หากหมดอายุไปแล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นไมโครบัส ต้นทุนสูงมาก จึงควรใช้วิธีสมัครใจ หากกระทรวงคมนาคมไม่เหลียวแลก็ต้องเคลื่อนไหวกันต่อไป แต่จะไม่หยุดวิ่งบริการเพราะผู้โดยสารเดือดร้อน" นายกสมาคมฯ ย้ำปิดท้าย

เข้าใจความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ ที่ต้องรับภาระเพิ่มจากการเปลี่ยนรถ ประชาชนยังต้องพึ่งพารถตู้ เพราะรถไฟฟ้าและรถเมล์ยังไม่คลอบคลุมผู้โดยสาร มีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่เช่นนั้นรถตู้ก็คงไม่ผุดขึ้นมากันพรึ่บแบบนี้ แต่ขนาดอาหารหรือยารักษาโรคก็ยังต้องกำหนดอายุ การใช้งานของรถก็เช่นกันใช้งานนานเกินไปอุปกรณ์เสื่อม ไม่ปลอดภัยกับผู้ใช้บริการ และที่ผ่านมากฎเหล็กก็บังคับใช้กับรายอื่นๆ ไปแล้ว หากมายกเลิกจะเป็นการลักลั่น

แล้วทางออกจะอยู่ตรงไหน....??....บริบทของสังคมไทย มีปัญหาซับซ้อนหลายมิติ นโยบายให้ปิดตำนานรถตู้ เพราะมองที่ตัวรถ แต่เกิดความย้อนแย้งในสังคม ว่าปมปัญหาที่แท้จริงมาจากพฤติกรรมการขับขี่ ภาครัฐไม่ได้บูรณาการแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จ แต่ใช้วิธีการลูบหน้าปะจมูก ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการมีมานานแล้ว พอเสียงดังขึ้นมาภาครัฐก็เรียกไปประชุมที่ พล.ม.2 เสียงร้องของผู้ประกอบการก็เงียบลงในค่ายทหาร พอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เสียงก็ดังขึ้นมาและรวมพลังฮือบุกร้องกระทรวงคมนาคม

เมื่อปมปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่พฤติกรรมการขับขี่ เริ่มกันที่ตรงนี้ เอาจริงเอาจังทุกภาคส่วน ควบคู่กับการแก้ปัญหาในมิติอื่นๆ จะดีกว่าไหม??....เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน 
...............................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

บอกต่อ : 97