อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

รู้หรือไม่?'หมุนพวงมาลัย'จนสุด ส่งผลเสียต่อรถ

สัปดาห์นี้รู้หรือไม่พฤติกรรม "หมุนพวงมาลัยจนสุดแล้วค้างทิ้งไว้นาน ๆ" ส่งผลเสียต่อรถยนต์มากกว่าที่คิด ศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น.


หลายครั้งที่บางคนมักจะ "หมุนพวงมาลัยจนสุดแล้วค้างทิ้งไว้นาน ๆ" ไม่ว่าจะหมุนพวงมาลัยไปทิศทางไหนก็ตาม ซึ่งรู้หรือไม่ว่าอันที่จริงแล้วการที่หมุนพวงมาลัยจนสุดแล้วค้างทิ้งไว้นาน ๆ นั้น ทำให้เกิดความเสียหายต่อรถยนต์

การหมุนพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวจนสุด และออกตัวแรง มีอันตรายและมีผลเสียต่อระบบช่วงล่าง โดยเฉพาะเพลาขับสำหรับรถขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงไปที่ลูกปืนของหัวเพลา หรือระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ (ในรถที่ใช้แบบน้ำมันไฮดรอลิก) 

การที่หมุนพวงมาลัยจนสุดแล้วค้างทิ้งไว้นาน จะทำให้น้ำมันเพาเวอร์มีความร้อนสูง และโอกาสที่จะทำให้ระบบของพวงมาลัยยเพาเวอร์ แบบที่ใช้ระบบไฮดรอลิคในการสร้างความดันน้ำมัน เกิดความเสียหายได้

การหักพวงมาลัยจนสุดและแรง ถ้าหักพวงมาลัยจนสุดและแรง จะเกิดแรงดันของน้ำมันเพาเวอร์ ที่ไหลย้อนกลับสูงมาก ไปดันที่ปั๊มน้ำมันเพาเวอร์ทำให้เกิดการซึมออกมาจากปั๊ม และนอกเหนือการซึม ก็เกิดการรั่วตามสายยาง และนอกจากนั้นจะทำให้ข้อต่อ ซิลยาง หรืออะไหล่บางตัวเสียหาย และต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก (ในรถที่ใช้แบบน้ำมันไฮดรอลิก)

หมุนพวงมาลัยตอนรถหยุดนิ่ง ทำให้ดอกยางรถยนต์ สึกเร็วกว่ากำหนด เนื่องได้รับแรงเสียดสีเต็มๆกับพื้นถนน ซึ่งการหมุนพวงมาลัยแบบวิธีนี้ ยังจะทำให้มอเตอร์พวงมาลัยไฟฟ้า ทำงานหนักกว่าปกติ เสียเร็วขึ้น และอาจต้องเปลี่ยนทั้งชุดซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง

อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องหมุนพวงมาลัยค้างไว้ เราก็ไม่ควรที่จะหมุนพวงมาลัยจนสุด แต่ถ้ารู้ว่าหมุนจนสุดแล้วให้ผ่อนแรงมือออกจากวง พวงมาลัย หรือคืนพวงมาลัยเล็กน้อย เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาหรือได้รับความเสียหายในภายหลังครับ.
..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    18%
  • ไม่เห็นด้วย
    82%

บอกต่อ : 141