อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

ความคิดสร้างสรรค์สร้างได้…สไตล์ฟินแลนด์

สัปดาห์นี้คุยกับ อ.เกตุ ผู้ที่นำหลักสูตรของฟินแลนด์เข้ามาในประเทศไทย สอนทักษะให้เด็กรู้จักการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง เน้นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ จันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 เวลา 14.00 น.


ผมบังเอิญไปเจอหลานสาวที่ลงคอร์ส Fashion Design ระหว่างปิดเทอม เธอไปเรียนออกแบบ วัดตัว ทำแพทเทิร์น ตัดชุดด้วยตัวเองตลอด 5 วันและวันสุดท้ายจะได้ใส่ชุดนั้นเดินแบบด้วย สถานที่ที่หลานสาวผมไปเรียนชื่อ Arkki ระหว่างที่เด็กๆ กำลังเรียนรู้วันนั้น มีการบรรยายเกี่ยวกับ Parental Workshop ในหัวข้อ Future of Jobs and Future Education พอดีครับ



ผศ.ดร.พิชญ์วดี กิตติปัญญางาม หรือ อ.เกตุ ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบัน Arkki ลองตั้งคำถามให้คุณพ่อคุณแม่นึกถึงอาชีพในปัจจุบันว่ามีอาชีพใดบ้าง จากนั้นก็เล่าถึงภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศว่ามีหลายสายอาชีพที่เริ่มปลดพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นวงการธนาคาร วงการสื่อสารมวลชน อุตสาหกรรมรถยนต์ ฯลฯ อาชีพที่ทำๆ กันอยู่เริ่มหายไป เพราะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรและเทคโนโลยีสมัยใหม่

ข้อมูลของ TDRI ในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ระบุว่าจะมีคนทำงานชาวไทยจำนวน 8.3 ล้านคน มีความเสี่ยงสูง เมื่ออาชีพที่ทำอยู่จะถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มากถึง 70% เมื่อมองควบคู่ไปกับข้อมูลและการคาดคะเนจาก World Economic Forum ที่เปรียบเทียบชั่วโมงการทำงานระหว่างแรงงานคนและเครื่องจักร ได้แสดงผลไว้ว่า ปี 2561 ว่าชั่วโมงการทำงานของคนจะเป็น 71% ต่อเครื่องจักร 29% ถัดมาอีก 4 ปี ในปี 2565 ชั่วโมงการทำงานของคนจะเป็น 58% ต่อเครื่องจักร 42% และถัดมาอีก 3 ปี ในปี 2568 ชั่วโมงการทำงานของคนจะเป็น 42% ต่อเครื่องจักร 58% …นั่นคืออนาคตที่กำลังจะมาถึงในอีกเพียง 6-7 ปีข้างหน้าเท่านั้นเอง เราก็จะเห็นว่าการคาดคะเนนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ แล้วเราจะรอดูอย่างเดียวหรือเตรียมความพร้อมให้กับลูกหลานของเรา เขาจะมีอาชีพอย่างที่เรากำลังทำกันอยู่หรือจะเกิดอาชีพใหม่ๆ ที่เรายังไม่รู้จัก ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากนะครับ



หลังจากนั้น อ.เกตุ ก็บรรยายถึงการทำงานของ AI รวมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เช่น เครื่องทำคุกกี้ 3 มิติที่แค่ใส่ส่วนผสมแป้งและน้ำตาลลงไป แล้วเครื่องสามารถพิมพ์คุกกี้ออกมาเป็นรูปใบไม้ได้อย่างสวยงาม หรือการทำงานของโปรแกรม Cloud Computing ที่สามารถเก็บข้อมูลและประมวลผลทำบัญชีแทนนักบัญชีได้ อุปกรณ์ล้ำสมัยทางการแพทย์จะทำให้เราไม่ต้องเข้าไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาลอีกต่อไป การแข่งขันระหว่างนักกฎหมายมืออาชีพกับ AI ผลคือ AI มีความแม่นยำด้านตัวบทกฎหมายมากกว่ามนุษย์ ชนะไป 94% ต่อ 85% หรือแม้แต่คนที่กำลังคิดว่าจะต้องไปเรียนเขียนโค้ดเพื่อจะได้ทำอาชีพนี้ในอนาคต แต่ไม่ทันเสียแล้วครับ ตอนนี้บริษัท Microsoft มี AI ช่วยเขียนโค้ดให้เรียบร้อยแล้ว เป็นต้น

อ.เกตุ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ย้อนกลับมามองอาชีพที่เคยคิดไว้ในตอนแรกแล้วนึกถึงลูกว่าอีก 15-20 ปีข้างหน้า เขาจะยังได้ทำอาชีพพวกนี้อยู่หรือไม่ อ.เกตุ เองก็คิดและกังวลเรื่องนี้เช่นกันเพราะมีลูกสาว 2 คน ซึ่งอายุยังน้อยและต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้แน่ๆ เราจะสร้างความแตกต่างจากพวกเครื่องจักรหรือเอาชนะ AI ได้อย่างไร ในเมื่อ AI มีความรู้ ความจำ และความแม่นยำมากกว่าคน แต่สิ่งที่ทำให้เราเหนือกว่าเครื่องจักรนั่นก็คือ ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ นั่นเองครับ
อ.เกตุ ได้ศึกษาข้อมูลที่น่าสนใจมาจาก NASA’s Imaginative Test ที่บอกช่วงอายุและความสามารถด้านจินตนาการไว้ว่า เด็กๆ ในช่วงอายุ 4-5 ปี นั้นมีจินตนาการสูงถึง 98% ต่อมาในช่วงอายุ 10 ปี มีจินตนาการลดลงเหลือ 30% ช่วงอายุ 15 ปี มีจินตนาการ 12% จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่อายุเฉลี่ย 31 ปี มีจินตนาการเหลือเพียงแค่ 2%

จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ อ.เกตุ สนใจเรื่องการส่งเสริมเด็กๆ ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ และได้พบว่าประเทศฟินแลนด์มีสถาบันชื่อ Arkki เปิดสอนด้านนี้มา 25 ปีแล้ว โดยก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2536 เป็นการสอนเด็กให้ค่อยๆ เรียนรู้แบบขั้นบันไดตั้งแต่อายุ 4-19 ปี ซึ่งหลักสูตรของ Arkki ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม ประเทศฟินแลนด์ อีกทั้งยังได้รับการรับรองให้นำวิธีการสอนแบบฟินแลนด์นี้ไปสอนได้ทั่วโลก

หลังจากนั้น อ.เกตุ บินไปดูงานที่ประเทศฟินแลนด์ด้วยตัวเองและเข้าไปนั่งฝึกอบรมเพื่อการเป็นครู อ.เกตุ บอกว่าในฐานะครูและคุณแม่ลูกสอง รู้สึกทึ่งในวิธีการสอนของฟินแลนด์ เมื่อกลับมาเมืองไทย อ.เกตุ จึงขอเซ็นสัญญาเพื่อเป็นตัวแทนเปิดสถาบัน Arkki ในประเทศไทย



หลักการสอนของ Arkki มีเป้าหมาย 3 ข้อใหญ่ คือ

1. STEAM เด็กๆ จะได้เรียนหลากหลายวิชารวมกัน ได้แก่ Science วิทยาศาสตร์ Technology เทคโนโลยี Engineering วิศวกรรม Arts ศิลปะ (แบ่งออกเป็นมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) Mathematics คณิตศาสตร์
2. 21st Century Skills: The 5C’s ได้แก่ Complex Problem Solving การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน Creative ความคิดสร้างสรรค์ Critical Thinking การคิดวิเคราะห์ Collaboration การทำงานร่วมกัน และ Communication การสื่อสาร ทักษะทั้ง 5 นี้เองที่จะทำให้คนเหนือกว่า AI
3. Start Up Capacity: 5 Steps of Design Thinking 1. Empathize การทำความเข้าใจต่อกลุ่มเป้าหมาย 2. Define ระบุความต้องการ 3. Ideate หาแนวทางแก้ปัญหา 4. Prototype พัฒนาต้นแบบ 5. Test ทดสอบ




อ.เกตุ ยกตัวอย่าง หลานสาวของผมที่เรียน Fashion Design คอร์สนั้นเป็นคอร์สสั้นๆ สำหรับปิดเทอม หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่ามาเรียนตัดเย็บเสื้อผ้า แต่จริงๆ แล้วเด็กๆ จะได้ทักษะต่างๆ ข้างต้นผ่านกระบวนการเรียนรู้ Learn How to Learn ยกตัวอย่างเช่น เด็กต้องรู้ว่าตัวเองชอบเสื้อผ้าแบบไหน อยากใส่อะไร แต่ไม่สามารถวัดสัดส่วนของตัวเองได้ ต้องให้เพื่อนมาวัดตัวให้เรา แล้วเราต้องไปวัดตัวให้กับคนอื่นเช่นกัน จุดแตกต่างคือ เด็กๆ ในคอร์สไม่ได้ทำเสื้อแบบเดียวกันตามตัวอย่าง แต่ทุกคนจะมีความคิดว่าอยากจะใส่อะไร ต้องเลือกผ้าเอง ทำแบบและแพทเทิร์นเอง ในห้องมีเด็ก 10 คนก็ได้เรียนรู้กระบวนการ 10 แบบที่ไม่เหมือนกัน คุณครูในห้องไม่ได้ทำหน้าที่สอนให้ทำตาม แต่เป็นผู้ให้คำแนะนำ ชวนให้คิดแก้ปัญหาและหาทางออกใหม่ๆ ไปด้วยกัน ผลงานที่สร้างสรรค์ออกมาจะไม่มีคำว่าผิดหรือถูก สวยหรือไม่สวย ไม่มีการเปรียบเทียบ และไม่มีการแข่งขันกัน โจทย์แบบนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ให้เด็กได้พบกับสถานการณ์หลายรูปแบบ

ทักษะ Learn How to Learn เป็นการเรียนรู้แบบ Phenomenal Learning ที่เด็กๆ จะได้สัมผัสด้วยตนเอง โดยการมาเรียนที่ Arkki จะเป็น Long Term Program เริ่มรับตั้งแต่ 4-7 ขวบ เด็กจะผ่านการกระบวนการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองซ้ำหลายๆ รอบ (ขั้นต่ำ 10,000 ชั่วโมง) จนเด็กพัฒนาทักษะในการแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเองขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ซึ่งจะตรงกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ไม่ว่าเนื้อหาวิชาที่เรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยจะเปลี่ยน เทคโนโลยีจะก้าวกระโดดไปขนาดไหน เมื่อเด็กๆ มีพื้นฐานและทักษะเหล่านี้แล้ว เขาก็พร้อมจะเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 21 โดยสมบูรณ์

คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกไปทดลองเรียนที่ Arkki และหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ https://www.facebook.com/arkkithailand
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 257