อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

"บาร์บีคิวหมู-ไก่-เนื้อ" ปรับสไตล์ไทย..ขายดีเวอร์

อาหารว่างคาวหวานหลาย ๆ ประเภท สร้างอาชีพ และธุรกิจให้คนมากมาย ทั้ง ข้าวปั้น, ปั้นสิบ, ข้าวแช่, หมี่กรอบ รวมไปถึง “บาร์บีคิว” ซึ่งทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ                         อาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562 เวลา 11.00 น.


อาหารว่างคาวหวานหลาย ๆ ประเภท สร้างอาชีพ และธุรกิจให้คนมากมาย ทั้ง ข้าวปั้น, ปั้นสิบ, ข้าวแช่, หมี่กรอบ รวมไปถึงบาร์บีคิว ซึ่งทีมคอลัมน์ ช่องทางทำกินมีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้......
                       
ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลเรื่องนี้ คือ วรรณา   สมดี หรือ “เล็ก” วัย 55 ปี เจ้าของร้าน อ้วน บาร์บีคิวซึ่งได้เล่าถึงที่มาที่ไปของอาชีพทำบาร์บีคิวขายว่า ได้ประกอบอาชีพนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว แรกเริ่มเดิมทีครอบครัวมีอาชีพเป็นชาวสวนทำไร่มันสำปะหลังอยู่ที่ จ.อุทัยธานี พอดีปีนั้นประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงทำให้มีหนี้สินซ้ำซาก เธอจึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ โดยเป็นลูกจ้างน้าสาวขายบาร์บีคิว ขายไม้ละ 5 บาท เธอจะได้ไม้ละ 1.50 สตางค์ ช่วงเช้าจะต้องช่วยเสียบบาร์บีคิว แล้วปั่นซาเล้งไปตระเวนขายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมัยนั้นเขายังไม่ห้ามขาย ซึ่งจุดที่ขายประจำ คือ ตลาดนัดโต้รุ่งหน้าโรงอาหารกลาง 1 หรือเรียกกันว่าตลาดนัดสระน้ำจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ตลาดตรงนี้จะเปิดขายตั้งแต่เวลา 15.00 น. ไปจนถึง 21.00 น. ทุกวัน ขายเสร็จกว่าเธอจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว
        
สมัยก่อนไม่ค่อยมีแม่ค้า เราไปจอดขายจุดไหนก็ขายดี ต่อวันขายได้ 500-600 ไม้ แม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่รายได้ดีมาก  จึงพอจะชดเชยกันได้ เป็นลูกจ้างน้าสาวอยู่ประมาณ 2 ปี แฟนก็ตามมาอยู่ด้วยกัน และแยกไปขายที่โรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี เราสองคนผัวเมียก็ช่วยกันเก็บเงินอยู่หลายปีจนสามารถซื้อรถปิกอัพมือสอง เพื่อไว้ใช้ทำหามากิน น้าสาวเข้าใจถึงความจำเป็นว่าเรายังมีหนี้สินจึงสอนการทำบาร์บีคิวให้และแยกตัวไปทำขายเอง จนในที่สุดก็สามารถใช้หนี้ ธ... ได้หมด จากนั้นก็รับลูก 2 คน มาเรียนหนังสือที่ใน กรุงเทพฯ จากนั้นก็ขายตามตลาดนัดและตามจุดที่ขายเดิมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยบาร์บีคิวที่ขายมี 3 ชนิด ได้แก่ บาร์บีคิวหมู, บาร์บี คิวไก่, บาร์บีคิวเนื้อ ซึ่งขายไม้ละ 7 บาท เราไม่เอากำไรมาก แค่พอ อยู่ได้เพราะลูกค้าขาประจำคือ นักศึกษาและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


        
เล็ก บอกว่า บาร์บีคิวของร้านจะมีความโดดเด่นตรง ที่เนื้อจะนุ่มในแบบธรรมชาติ เวลาเคี้ยวจะให้ความรู้สึกว่ากินเนื้อที่อร่อยจริง ๆ เนื่องจากของที่ร้านไม่ใส่ผงหมักเนื้อนุ่มหรือเนื้อเปื่อย เพราะที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะเข้มงวดเรื่องการใช้สารปนเปื้อนอย่างมาก จะมีเจ้าหน้าที่เอาสินค้าไปตรวจบ่อย ๆ  ถ้าเจอจะให้หยุดขายทันที เช่นเดียวกันจะมีการสุ่มตรวจถ้าเจอแม่ค้าคนไหนเป็นโรคติดต่อก็ให้หยุดขายไปก่อน จนกว่าจะหายดีจึงกลับมาขายใหม่ได้           
      
อุปกรณ์ ที่ใช้ทำ “บาร์บีคิว” หลัก ๆ ก็มี..เตาย่าง (จะเป็นเตาถ่านหรือเตาไฟฟ้าก็ได้), ตะแกรง, ถาดอะลูมิเนียม, หม้อ, มีด, กระทะ, ทัพพี, ไม้เสียบ, แปรงสำหรับทาเนย, ขวดพลาสติกใส่ซอส และเครื่องไม้เครื่องมืออื่น ๆ ยืมได้จากในครัว 
        
วัตถุดิบ ที่ใช้ทำ “บาร์บีคิว” หลัก ๆ มี เนื้อหมูสันนอก, เนื้ออกไก่ และเนื้อวัวสันแหลม (ริบอาย), มะเขือเทศสีดา, สับปะรด, พริกหยวก, น้ำมันหอย, ผงปรุงรสรสหมู, น้ำตาลทราย, เนย, พริกไทยป่น, ซอสมะเขือเทศ และซอสพริก
       
ขั้นตอนการทำบาร์บีคิว เริ่มจากนำวัตถุดิบหลัก อย่าง เนื้อหมูสันนอก, เนื้ออกไก่ และเนื้อวัวสันแหลม มาจัดการล้างให้สะอาด แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ นำเนื้อหมู, เนื้อไก่ และเนื้อวัว มาหั่นสไลซ์เป็นแผ่น ๆ เสร็จแล้วใช้ไม้ทุบเนื้อเบา ๆ ให้ทั่วแผ่น เพื่อตัดเส้นใยกล้ามเนื้อ จากนั้นหั่นเป็นชิ้น ๆ ขนาดกว้าง 2 ซม. และยาวประมาณ 3.5 ซม. เตรียมไว้ในภาชนะ
        
ส่วนผสมของซอสหมักหมู, ไก่ และเนื้อ (ต่อเนื้อหมู/ไก่/เนื้อ จำนวน 3 กก.) มี..น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ, ผงปรุงรสรสหมู 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันงา 6 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
        
วิธีทำซอสหมักเนื้อสัตว์ โดยนำส่วนผสมซอสทั้งหมดลงในภาชนะ จัดการคนส่วนผสมให้เข้ากันดี เสร็จแล้วนำเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ใส่ตามลงไป ใช้มือคลุกเคล้าและนวดให้ส่วนผสมซอสกับเนื้อสัตว์เข้ากันดี เสร็จแล้วนำไปหมักในตู้เย็นประมาณ 3 ชั่วโมงขึ้นไป ก่อนจะนำออกมาเสียบไม้
      
ระหว่างรอการหมักเนื้อสัตว์ ให้จัดการเตรียมผักสดและผลไม้ชูรสชาติ อย่างเช่น มะเขือเทศ นำมาล้างให้สะอาด แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำเตรียมไว้, พริกหยวก นำมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอคำเตรียมไว้ ส่วน สับปะรด นำมาปอกเปลือก แซะเอาตาสับปะรดออก ล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้งแล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอคำเตรียมไว้
        
การเสียบบาร์บีคิว เมื่อหมักเนื้อสัตว์ได้ที่ดีแล้วก็นำมาออกเสียบไม้ ซึ่งการเสียบให้เสียบจากด้านบนลงด้านล่าง โดยชั้นล่างสุด คือสับปะรด ตามด้วยพริกหยวก, มะเขือเทศ และเนื้อสัตว์ เสียบไปเรื่อย ๆ จนของหมด เสร็จแล้วจัดการแพ็กใส่กล่องพลาสติกเตรียมไว้ย่างขาย
       
ต่อไปเป็นการย่างบาร์บีคิว วอร์มเตา ไฟฟ้าให้ร้อน ใช้ไฟร้อนปานกลาง เตรียมไว้  หากเป็นเตาถ่านให้ติดเตาตั้งตะแกรงย่างให้พร้อม เมื่อไฟที่ใช้ย่างร้อนได้ที่แล้ว ค่อย ๆ วางไม้บาร์บีคิวลงไปย่าง โดยเรียงให้เป็นระเบียบ เมื่อเนื้อฝั่งด้านล่างสุก ให้พลิกอีกด้านแล้วย่างจนสุก อย่าพลิกย่างไป-มา หลาย ๆ ครั้ง เพราะทำให้เนื้อสัตว์สูญเสียน้ำเมื่อเนื้อสุกให้ใช้แปรงป้ายเนยมาทาให้ทั่วทั้งสองด้าน บาร์บีคิวจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนมาก เสร็จแล้วก็เอาขึ้นวางในถาดเตรียมไว้
        
เมื่อจะเสิร์ฟขาย ให้นำบาร์บีคิวมาอุ่นไฟอ่อน ๆ  ราดซอสมะเขือเทศ และซอสพริก ตามความต้องการของลูกค้า และเหยาะด้วยพริกไทยป่น เพียงเท่านี้ก็อร่อยล้ำเกินคำบรรยายแล้ว
       
สำหรับราคาขาย “บาร์บีคิว” เจ้านี้ ขายในราคาไม้ละ 7 บาท (ขาย 3 ไม้ 20 บาท)
                               
ใครสนใจอาชีพนี้ก็ลองนำสูตรไปฝึกฝนทำกันดู หากอยากชิม บาร์บีคิวเจ้านี้ ว่าอร่อยจริงหรือมีความแตกต่างจากเจ้าอื่นยังไง เจ้านี้จะขายที่ตลาดนัดโต้รุ่งโรงอาหารกลาง1(ตลาดนัดสระน้ำจุฬาภรณวลัยลักษณ์) จะตั้งร้านขายตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึง 21.00 น. ทุกวัน และวันศุกร์ จะขายตลาดนัดเช้าที่กรมประมง ม.เกษตรศาสตร์บางเขน หากต้องการติดต่อไปออกงานนอกสถานที่หรือสั่งไปใช้ในงานเลี้ยงสังสรรค์ต่าง ๆ ติดต่อ  เล็ก-วรรณา สมดี เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-7970-2027 ซึ่งอาหารว่างต่างชาติอย่าง “บาร์บีคิว” นี้ยังเป็นที่นิยมของคนทุกเพศทุกวัย และเป็นช่องทางทำกินที่ดี....

................................
เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 30