อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562

'หมู่ชินเจี๋ย'วันแม่แห่งชาติ วัยรุ่นจีนไม่อายบอกรัก

สัปดาห์นี้สะท้อน “วันแม่แห่งชาติจีน” เด็กวัยรุ่นให้ความสำคัญบอกรักโดยไม่อาย หันมองไทยจัดงานวันแม่ทำให้เด็กบางคนต้องมีบาดแผลในใจ อาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น.


วันแม่แห่งชาติของไทยตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกๆ ปี แต่วันแม่ของจีนยึดเอาวันแม่สากล โดยจะตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 ของทุกปี ซึ่งดอกไม้ประจำวันแม่ก็คือ ดอกลิลลี่

เมื่อพูดถึงวันแม่นั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้แล้วเด็กส่วนมากในจีนจะรู้ว่าวันนี้คือวันแม่ โดยจากการสำรวจเด็กมหาวิทยาลัยนั้นกว่าร้อยละ 90 นอกจากจะรู้ว่าวันไหนคือวันแม่แล้ว ยังจำวันเกิดของแม่ได้ จำอายุได้อีกด้วย และร้อยละ 82.57 ยังซื้อของขวัญให้แม่ และร้อยละ 77.14 ก็ยังคิดว่าการกลับไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ทำอะไรกับแม่เป็นของขวัญที่มีค่าสำหรับแม่ รองลงมาคือการซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับที่ร้อยละ 42.39 และบอกรักแม่ที่ร้อยละ 45.8

นอกจากนี้ร้อยละ 94.32 ของกลุ่มนักศึกษาจะโทรหาแม่เองไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์และในกลุ่มนี้มักจะติดต่อแม่ทุก 1 - 3 วันสูงถึงร้อยละ 38.69 ส่วนพวกที่ติดต่อแม่อาทิตย์ละครั้งมีถึงร้อยละ 33.16 ส่วนกลุ่มที่ติดต่อแม่ทุกวันนั้นมีถึงร้อยละ 22.45

ซึ่งช่องทางในการติดต่อกับแม่นั้นก็มักจะใช้โทรศัพท์ถึงร้อยละ 72.51 วีแชทร้อยละ 71.17 และเฟสไทม์ที่ร้อยละ 69.53 ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ใช้ติดต่อพูดคุยกับแม่ และคุยแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 10 นาที และมากกว่าครึ่งของนักศึกษากลุ่มนี้มักจะบอกรักแม่ด้วยคำว่า "ผม/ หนูรักแม่"



เมื่อมาดูเวลาที่ใช้ในการคุยกับแม่ จะพบว่า นักศึกษาจีนสูงถึงร้อยละ 52.8 ใช้เวลาคุยกับแม่แต่ละครั้งเกิน 10 นาที ซึ่งในจำนวนนี้ร้อยละ 29.3 ใช้เวลาคุยกับแม่อยู่ที่ 10 - 30 นาที ส่วนพวกที่ใช้เวลาคุยกับแม่ระหว่างครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงมีสูงถึงร้อยละ 16.3 ส่วนพวกที่คุยกับแม่นานกว่า 1 ชั่วโมงมีถึงร้อยละ 7.2 ซึ่งก็นับว่ามีไม่น้อยที่คุยกับแม่เป็นเวลานาน

ทั้งนี้จากการที่นักศึกษาส่วนมากในจีนต้องอยู่หอพัก ทำให้ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน ดังนั้นส่วนมากแล้วนักศึกษาพวกนี้ก็ยังมีการติดต่อกับพ่อแม่ตลอด จากการสัมภาษณ์เด็กจีนพบว่า "ด้วยการที่เวลาที่ได้อยู่กับแม่น้อยลง จึงอยากจะกลับไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ และเห็นว่าพ่อแม่คงไม่ได้อยากได้เงินหรือของจากเรา แต่อยากให้เรากลับบ้านไปเยี่ยมเยียนท่านบ้าง"

จากตัวเลขที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการสะท้อนความรักของแม่กับลูกที่ชัดเจนมาก และจะเห็นได้ชัดว่า เด็กวัยรุ่นจีนนั้นไม่อายที่จะเอ่ยปากบอกรักกับแม่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะวันแม่เท่านั้นที่จะเอ่ยคำนี้ แต่กลับพบว่าในชีวิตประจำวันก็มักจะบอกรักแม่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า นักศึกษามีจำนวนสูงถึงร้อยละ 58.78 เคยพูดบอกรักแม่ แต่ก็มีจำนวนสูงถึงร้อยละ 41.22 ที่ไม่เคยพูดบอกรักแม่เลย



อย่างไรก็ตาม หากสังเกตแล้วจะพบว่า ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจ และสังคมในประเทศจีน แต่ก็ยังพบว่าสังคมครอบครัว โดยเฉพาะความรักระหว่างแม่กับลูกนั้นยังดูผูกพันเหนียวแน่น และสะท้อนได้ว่าวัยรุ่นจีนนั้นไม่ได้ละเลย หรืออายที่จะใช้โอกาสทั่วไป หรือโอกาสพิเศษเช่นวันแม่ในการบอกรักแม่

แต่หากมาดูที่สังคมไทยแล้ว เรามักจะต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ โดยให้โรงเรียนจัดงานเชิญแม่มา ให้ลูกได้กราบเท้าบอกรัก ซึ่งก็อาจจะเขินกันทั้งลูกและแม่ บ้างก็เกิดความซึ้งจนมีน้ำตาไปตามกัน แต่ก็มีเด็กที่ต้องคอยยืนหลบมุมร้องไห้เพราะไม่มีแม่มาร่วมงาน ซึ่งการจัดงานวันแม่นี้ไม่น่าจะทำให้เด็กบางคนต้องมีบาดแผลในใจเลย

ความรักนั้นควรจะเกิดจากจิตใจของคนเป็นลูก และควรจะแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร แต่บางครั้งคนเรามักจะแปลกที่มักจะอายเมื่อเราทำเรื่องดีๆ เช่น การบอกรักแม่ ในขณะที่เรายังมีโอกาสทำสิ่งนั้นได้ และมักจะมาเสียใจเมื่อสายเกินไป ดังนั้น ในโอกาสวันแม่ อย่าลืมกลับไปกอดและบอกรักแม่ในยามที่เรายังทำได้.
……………………………
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ผศ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 81