อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

จับตากรรมการดูแลเงินบาท รับมือศก.ป่วนทันเวลา?

สัปดาห์นี้จับตาคณะกรรมการกลางดูแลเงินบาท จะทำให้การบริหารเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพียงใด คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ จันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น.


กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอีกระลอก หลังกุนซือเศรษฐกิจคนสำคัญอย่าง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกดัง ๆ ผ่านสื่อไปถึงหน่วยงานในความรับผิดชอบดูแลอย่าง...ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ

แม้ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัด หรือในความดูแลโดยตรง ด้วยเพราะ...มีพระราชบัญญัติ ที่แก้ไข หรือกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ก็ตาม แต่ก็ต้องการบ่งบอกให้เห็นว่าการอยู่อย่าง “อิสระ” ในเวลานี้ คงไม่เป็นผลดีกับประเทศ

“จะบอกว่า... ผมอิสระ เมืองไทยไม่มีแล้ว!! อิสระ ฉะนั้น...การเงินการคลังต้องไปด้วยกัน มือซ้ายกับมือขวาต้องไปด้วยกัน จะมีการตั้งกรรมการนี้เร็ว ๆ นี้ และทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกันแล้ว”

แต่การส่งสัญญาณแบบดัง ๆ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า “เอาจริง” การจะมานั่งแก้ไขกฎหมายให้ชัดเจน ต้องใช้เวลานาน ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ “ความไม่เหมาะสม”

และที่สำคัญยิ่งกว่า!! อาจกลายเป็นกระแส ให้บรรดาฝ่ายตรงข้าม หยิบมาโจมตีได้โดยง่ายอีกต่างหาก ดังนั้น...ทางออกจึงหนีไม่พ้น การตั้ง “คณะกรรมการกลาง”



แนวความคิดของการปลดล็อกการเป็นอิสระของแบงก์ชาติ ไม่ใช่เพิ่งมี หรือเพิ่งเกิดขึ้น แต่ด้วยต้องการหาจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม

“ไม่นานมานี้ได้คุยกับประธานหอการค้าญี่ปุ่น – กรุงเทพฯ หรือเจซีซี ซึ่งกังวลเรื่องการส่งออก  ด้วยค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากเกินไปเพราะถ้าสถานการณ์เป็นอย่างนี้ส่งออกแล้วขาดทุน เขาคงไม่มา”  สมคิด ระบุ

ฉะนั้น!!! กระแสข่าวเรื่องการตั้งคณะกรรมการที่มาดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งกระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ ตลาดหลักทรัพย์ฯ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ รวมถึงหน่วยงานอื่น จึงเกิดขึ้น

ไม่เพียงเท่านี้ “สมคิด” ยังชี้ชัดให้เห็นว่า คณะกรรมการกลางชุดนี้  ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ระหว่างฝ่ายนโยบายการเงินและฝ่ายนโยบายการคลัง เพื่อรับมือกับความผันผวนและไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในอนาคต

ที่สำคัญ จำเป็นที่ต้องให้ รมว.คลัง นั่งเป็นประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วม เช่น สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นต้น



ที่น่าสนใจยิ่งกว่า...เมื่อขุนคลัง อย่าง “อุตตม สาวนายน” บอกว่า รูปแบบคณะกรรมการนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ยุโรปก็มี จึงไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่แต่งตั้งเข้ามาเพื่อแทรกแซงการทำงานของ ธปท. เพราะว่าอำนาจของแต่ละหน่วยงานยังมีเหมือนเดิม

ที่สำคัญโจทย์ใหญ่ของคณะกรรมการฯ คือ... การดูแลเสถียรภาพการเงินการคลังของประเทศในภาพรวม ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ปรึกษากันว่าควรดำเนินการเรื่องต่าง ๆ อย่างไร และแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตามอำนาจของตัวเอง ไม่มีการแทรกแซง หรือโน้มน้าวการทำงานของใครที่เกินกว่ากรอบกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่า เวลานี้เศรษฐกิจไทยกำลังสุ่มเสี่ยง จากสารพัดปัญหาโดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามการค้าโลก ที่แปรเปลี่ยนเป็นสงครามการเงิน รวมทั้งสถานการณ์ต่าง ๆ ก็มาเร็วไปเร็ว

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องตามการเปลี่ยนแปลงให้ทัน ไม่เช่นนั้นจะมีผลต่อ “เศรษฐกิจไทย” และไม่ใช่เพียงแค่เศรษฐกิจเท่านั้นแต่จะโยงมาถึงเรื่อง “การเมือง” ด้วย!!

เมื่อฝ่ายการเมือง “รุก” เข้ามาซะขนาดนี้ จึงหนีไม่พ้นที่สังคมต่างจับจ้องมาที่ท่าทีของ “ผู้ว่าแบงก์ชาติ” คนปัจจุบัน ว่าจะสู้เกมการเมืองเรื่องนี้อย่างไร? เพื่อให้สถานะของแบงก์ชาติปลอดการแทรกแซง



จะว่าไปแล้ว ณ เวลานี้ การทำงานของแบงก์ชาติใช่ว่าจะเป็นอิสระจากการเมืองทั้ง 100% เพราะตามกฎหมายแล้วแบงก์ชาติยังต้องเสนอเป้าหมายของการดำเนินนโยบายการเงินผ่านรมว.คลัง ไปยังรัฐบาล ด้วยเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านี้...เรื่องของการเป็นอิสระของแบงก์ชาติ เรื่องความเห็นที่แตกต่างระหว่างกระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติ ก็เกิดขึ้นมาทุกยุคทุกสมัยนั่นแหล่ะ

หลายคนอาจมองว่า “ความเป็นอิสระ”  ถือเป็นเรื่องที่ดี จะได้ไม่ต้องทำอะไรตามใจ “นักการเมือง” เพราะอย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า การเมืองคือเรื่องของการประสานประโยชน์!!

แต่ในความเป็นจริงแล้ว... ความเป็นอิสระต้องควบคู่กับความรับผิดชอบ ที่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม หากเร็วไป หรือช้าไป ก็อาจมีผลกระทบกับ “คนไทย” ทั้งประเทศได้

เอาเป็นว่าเมื่อมี “คณะกรรมการกลาง” ขึ้นมาแล้ว จะทำให้การบริหารเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพียงใด ณ เวลานี้ คงไม่มีใครตอบได้ คงต้องให้ “เวลา” เป็นเครื่องพิสูจน์!!!
....................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    60%
  • ไม่เห็นด้วย
    40%

บอกต่อ : 50