อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563

ระวัง'ปานแดง'บนใบหน้า เด็กก็เสี่ยงเป็น'โรคต้อหิน'

สัปดาห์นี้แพทย์เผยข้อมูลล่าสุด เด็กเล็กเสี่ยงเกิดโรคต้อหิน ชี้อาจพบตั้งแต่แรกเกิด หรือมีภาวะแทรกซ้อน มีปานแดง ปานดำ ขนาดใหญ่บนใบหน้าและพาดผ่านดวงตา อย่านิ่งนอนใจควรรีบพบหมอ เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 เวลา 12.00 น.


ส่วนใหญ่แล้วโรคที่เกี่ยวกับดวงตาอย่าง “โรคต้อหิน” เป็นที่ทราบกันดีว่ามักจะพบในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ แต่ทราบหรือไม่ว่า...ทุกวันนี้แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อหินได้เช่นกัน ซึ่งความร้ายแรงของโรคนี้คือถ้าปล่อยไว้จนลุกลามกระทั่งมองไม่เห็น จะรักษาให้หายขาดไม่ได้ ฉะนั้นผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ที่อาจเกิดกับดวงตาของเด็ก ๆ ในบ้านไว้ด้วยก็จะดี

เราไปทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคนี้ให้มากขึ้นดีกว่า โดยมี พญ.สายจินต์ อิสีประดิฐ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ให้ข้อมูลว่า “ต้อหิน” เป็นโรคที่สัมพันธ์กับความดันในลูกตาสูงขึ้น จนประสาทตาซึ่งเป็นตัวนำการมองเห็นไปสู่สมองถูกทำลาย ทำให้สูญเสียลานสายตา

โดยจุดที่สำคัญคือในระยะเริ่มต้นจะไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น การมองเห็นจะเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย บางคนอาจไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง คือการมองจะยังคงเห็นวัตถุข้างหน้าได้ชัดเจนดี แต่จะเริ่มมองวัตถุรอบ ๆ ไม่เห็น ลานสายตาแคบลงเหมือนมองผ่านกล้องส่องทางไกลอยู่ตลอดเวลา และจะแคบลงเรื่อย ๆ จนสูญเสียการมองเห็นในที่สุด



สำหรับโรคต้อหินที่พบในเด็กนั้น สามารถพบได้ตั้งแต่แรกเกิด เนื่องจากพัฒนาการที่ผิดปกติตั้งแต่ในครรภ์ คุณแม่สามารถสังเกตความผิดปกติได้จากลูกน้อยมีอาการน้ำตาไหล ไม่สู้แสง ตาดำโต เป็นฝ้าขาว หรืออาจมีตาดำเล็กกว่าปกติ และต้อหินที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น การใช้ยาหยอดตาเป็นเวลานาน เด็กที่เป็นภูมิแพ้ มีอาการตาแดงมาก คันตา ผู้ปกครองซื้อยาหยอดตาใช้เองโดยไม่ปรึกษาจักษุแพทย์และใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ความดันตาสูงขึ้น ขั้วประสาทตาถูกทำลายจนสูญเสียการมองเห็นในที่สุด

นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่มี “ปานแดง-ปานดำ” บนใบหน้า ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน...หากพบว่าปานมีขนาดใหญ่และมีพื้นที่พาดผ่านดวงตา จัดว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง !!



โดยมีเหตุผล คือ เด็กที่มีปานแดง เส้นเลือดบนใบหน้าเกิดความผิดปกติ มีเนื้องอกมาอุดตัน ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงในดวงตาไม่สามารถระบายออกได้ ความดันในลูกตาจึงสูงขึ้น ส่วนปานดำ เกิดจากมีเม็ดสีดำเข้ามาอยู่ที่ผิวหนัง อุดตันท่อระบายน้ำในตา จึงทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้น

ฉะนั้นเด็กที่เป็น “ปานดำ” พบว่าอาจเป็นโรคต้อหินเมื่อเป็นผู้ใหญ่ แต่เด็กที่เป็น “ปานแดง” อาจเป็นต้อหินได้ตั้งแต่ยังเล็ก

อย่างไรก็ตาม ถ้าพ่อแม่คนไหนพบได้เร็วว่า ลูกมีความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา เช่น ไม่มอง ไม่จับวัตถุสิ่งของ เหมือนมองไม่เห็น ควรรีบพาไปพบคุณหมอทางด้านสายตาโดยเฉพาะเพื่อตรวจหาความผิดปกติ ซึ่งวิธีการรักษาโรคต้อหินในเด็กอาจรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด โดยจักษุแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม.
.....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง” 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay , sweetnumnin

คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 301