อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

มุกเก่าเกาไม่ถูกที่คัน แจก1,500บาทกระตุ้นท่องเที่ยว

สัปดาห์นี้ไปดูนโยบายแจกเงินให้ชาวบ้านเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด คนละ 1,500 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ปัญหาใหญ่จะมีวิธีการนำเงินไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างไร ที่น่าห่วงเศรษฐกิจชุมชนจะดีขึ้นจริงไหม พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น.


กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับนโยบายที่กระทรวงคลังกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเร่งผลักดันนโยบายไล่แจกเงินให้ชาวบ้านไปเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด คนละ1,500 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

อันที่จริงมาตรการแจกเงินให้ชาวบ้านเที่ยวแบบนี้ เป็นเรื่องเก่าที่เคยเตรียมจะออกตั้งแต่ปลายรัฐบาล “บิ๊กตู่1” ตอนนั้นเริ่มเห็นเค้าลางว่าเศรษฐกิจอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง แต่ก็โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างหนักต้องชะลอออกไปก่อน พอในยุครัฐบาลบิ๊กตู่ 2 ก็เลยจับมาปัดฝุ่นใหม่ โดยจะแจกให้กับคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 10 ล้านคน เบ็ดเสร็จเป็นวงเงิน 15,000 ล้านบาท

ตอนนี้มาตรการใหม่ยังไม่มีรายะเอียดว่าจะผ่านช่องทางไหนอย่างไร แต่คิดว่าคงจะใช้รูปแบบเดิมโดยมีเงื่อนไขว่า ต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น จากนั้นจะเติมเงินให้คนละ 1,500 บาท เพื่อนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่มีการลงทะเบียนคิวอาร์โค้ดไว้



พลันที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะเข็นนโยบายนี้ออกมาก็มีความเห็นในโลกออนไลน์กระหน่ำวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักหน่วงและขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่มีทิศทางไปในทางเดียวกันว่าควรนำเงินจำนวนนี้ไปใช้จ่ายในด้านอื่นๆ มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาไปซื้อเครื่องมือทางแพทย์ ตามโรงพยาบาลรัฐที่ขาดแคลนเอาไปพัฒนาประเทศในด้านการศึกษา หรือเอาไปให้ครูกับบุคคลากรทางการแพทย์จะได้อยู่สบายๆ บ้าง หรือมีเครื่องมือดีๆ ใช้กัน

บางรายก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า หากต้องใช้ผ่านช่องทางอีเปย์เม้นต์ก็จะเหมือนบัตรคนจน เวลาจะซื้อของในแหล่งท่องเที่ยวก็คงต้องใช้กับร้านที่เข้าร่วมโครงการที่มีที่รูดบัตรเท่านั้น จะไปใช้ในตลาดในร้านข้าวแกงหรือขายของข้างทางไม่ได้ สุดท้ายเอื้อนายทุนเหมือนเดิม

แต่ปัญหาใหญ่จริงๆ คือ รัฐบาลจะมีวิธีการนำเงินไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างไร อย่างการสมัครผ่านแอปฯ ตรงนี้ได้มีการพัฒนาขึ้นมาพร้อมแล้วหรือยัง ผู้บริโภคจะเข้าถึงในวงกว้างแค่ไหน และการโอนเงินหรือการตรวจสอบว่าใครจะเป็นผู้ที่มีสิทธิอย่างแท้จริง มีตัวตนจริงหรือไม่ ตรงนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าเป็นห่วง รวมไปถึงการโอนเข้ามาโดยระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแล้วหรือยัง การแจกเงินโดยการใช้ QR Code ลงทะเบียน ก็จะมีปัญหา ป้าๆ ลุงๆ ทั้งหลายส่วนใหญ่ใช้ยังใช้ไม่เป็น การกระจายรายได้ก็ไปไม่ถึงอยู่ดี



รัฐบาลอาจจะมองแต่ภาพรวม เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้ยังไม่ดีขึ้น จึงต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดเป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน แต่ในความเป็นจริงงานนี้เม็ดเงินแค่ 15,000 ล้านบาท เฉลี่ยไป 55 จังหวัด เม็ดเงินกระจายจนอาจจะไม่ได้มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าไหร่นัก ที่หวังว่าจะให้หมุน 3-4 รอบและช่วยดัน จีดีพี. ให้โตขึ้นก็เป็นความหวังลมๆ แล้งๆ เจตนานโยบายนี้จะช่วยผู้ประกอบการในชุมชน ซึ่งไม่รู้จะไปถึงหรือไม่ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่นิยมท่องเที่ยวแบบชุมชน เม็ดเงินทั้งหลายคงจะอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ แล้วจะตรวจสอบยังไง

แม้เม็ดเงินที่ใส่ลงไปจะถึงชุมชน แต่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยวในชุมชนจริงๆ ก็เป็นคนแค่ 10% ของชุมชนเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ชาวบ้านอีก 90% ที่เหลือจะไม่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลที่แล้วก็ทุ่มเม็ดเงินผ่านโครงการท่องเที่ยวชุมชนต่างๆ มาอย่างมากมาย แต่ก็ไม่เห็นว่าเศรษฐกิจในชุมชนดีขึ้นแต่อย่างใด

หลายๆ โครงการที่รัฐบาลที่แล้วเทงบฯ ลงไปสู่ชุมชน ชาวบ้านวิจารณ์กันแซด เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ งบฯ ส่วนใหญ่ไปตกในกระเป๋าบริษัทพีอาร์ บริษัท ออแกไนซ์ หมดไปกับการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ค่าทำหนังสือแจก ค่าจัดประชุม ชาวบ้านไม่รู้เท่าไหร่ มีใครบอกได้บ้างว่า ชาวบ้านในชุมชน มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น.
...............................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21