อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562

ไม่มีนโยบายวิทยาศาสตร์ ชาติไม่สามารถพึ่งตนเองได้

สัปดาห์นี้สะท้อนปัจจุบันยังไร้นโยบายวิทยาศาสตร์ หากมีจะพัฒนาชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม นำไปสู่การพึ่งตนเองได้ รัฐบาลบิ๊กตู่ 2 เดินหน้ารวมหน่วยงาน กลไกสำคัญขับเคลื่อนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทั้งกระบวนการอย่างเป็นระบบ พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2525 มีมติกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านดาราศาสตร์ ทรงพระปรีชาสามารถคำนวณเวลาของการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ปรากฏการณ์สุริยุปราคา เต็มดวงเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2411 ซึ่งมี เซอร์แฮรี่ ออด ผู้สำเร็จราชการชาวอังกฤษที่สิงคโปร์ คณะนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ตลอดจนประชาชนชาวไทยได้ร่วมชมปรากฏการณ์ดังกล่าวด้วย

พระองค์ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้ แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 ทรงคำนวณหาตำแหน่งของดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ โดยทรงใช้ทฤษฎีการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาในต่างประเทศ ขั้นตอนที่ 2 ทรงคำนวณเพื่อตรวจสอบว่า จะมีโอกาสเกิดอุปราคาได้หรือไม่ ขั้นตอนที่ 3 ทรงคำนวณว่าการเกิดอุปราคาจะมีลักษณะอย่างไร จะเห็นได้ที่ไหนและเวลาเท่าไรตามเวลามาตรฐานสากล



พระองค์ทรงพยากรณ์และคำนวณล่วงหน้ามาเป็นเวลา 2 ปีว่าจะเกิดขึ้นตามปฏิทินจันทรคติตรงกับวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช1230 ซึ่งตรงกับปฏิทินสุริยคติวันที่ 18 สิงหาคม พุทธศักราช 2411 ตำแหน่งที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงอยู่ที่ละติจูด 11 องศา 38 ลิปดาเหนือ และลองติจูด 99 องศา 39 ลิปดาตะวันออก จะเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้อย่างชัดเจนที่หมู่บ้านหว้ากอ ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มตั้งแต่บริเวณเกาะจานขึ้นไปถึงปราณบุรี เรื่อยลงไปถึงชุมพร

พระองค์ทรงคำนวณว่า สุริยุปราคาเต็มดวง จะเกิดขึ้นนานที่สุดอยู่ตรงเชิงเขาหลวง ซึ่งไม่มีอยู่ในหลักฐานการคำนวณของหอดูดาวกรีนิซ ฝ่ายการคำนวณของหอดูดาวกรีนิซแสดงเฉพาะแนวศูนย์กลางของการพาดผ่านของเงามืดเพียงเส้นเดียวเท่านั้น แต่พระองค์ทรงพยากรณ์ว่าอุปราคานั้นจะเห็นเงามืดเต็มดวงตั้งแต่ปราณบุรีถึงชุมพร นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งได้คำนวนการเกิดสุริยุปราคาในคราวนี้เช่นกัน ปรากฏว่าคำนวณผิดพลาดไป 2 นาที



นับจากปี 2525 เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบัน กาลเวลาได้ล่วงผ่านมาถึง 37 ปีแล้ว ความสำคัญทางด้านวิทยาศาสตร์ได้ถูกจุดประกายขึ้นโดยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และยังเป็นการกระตุ้นให้สังคมไทยเกิดความตื่นตัวต่อความสำคัญขององค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม นำไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนาขีดความสามารถของชาติให้ทัดเทียมกับประเทศที่เจริญแล้ว

พัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ของภาครัฐและภาคเอกชนในอดีตยังมีน้อยมาก เนื่องจากประเทศไทยยังไม่เคยมีนโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติมาก่อน แม้ว่าหน่วยงานของภาครัฐหลายแห่งมีบทบาทและภารกิจที่เกี่ยวข้องกับงานวิทยาศาสตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา หน่วยงานในระดับกรมของกระทรวงต่างๆ อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้ทำงานในลักษณะไม่มีทิศทาง ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีการบูรณการ ทำงานในลักษณะต่างคนต่างทำ อีกทั้งนักการเมืองที่เข้าสู่อำนาจรัฐเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ มักจะยกเลิกโครงการวิจัยเดิมที่มีอยู่ แล้วผุดแนวความคิดอันบรรเจิดของแต่ละคนสะเปะสะปะวุ่นวายกันไปหมด สร้างความชะงักงันให้กับโครงการที่ดีและมีประโยชน์ จึงเป็นที่รู้จักกันดีว่า “งานวิจัยขึ้นหิ้ง”



อย่างไรก็ตาม ผู้คนทั่วไปในสังคมต่างมีความคาดหวังเป็นอย่างสูงกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีนโยบายสำคัญกับการเดินหน้าปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เพราะทราบกันดีว่าประเทศชาติมีปัญหามากมายในทุกมิติ ซึ่งจะต้องแก้ไขโดยการขุดรากถอนโคนในสารพัดปัญหาที่มีการสะสมหมักหมมมายาวนาน จึงจะเป็นหนทางแก้ปัญหาได้ สิ่งที่เดินไปสู่หนทางที่ถูกต้องได้เริ่มเกิดขึ้นแล้วโดยมีการนำหน่วยงานวิทยาศาสตร์ขององค์กรภาครัฐมารวมอยู่ด้วยกัน คือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งประกอบด้วยสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา หน่วยงานวิจัยที่สังกัดอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยงานวิจัยที่สังกัดอยู่กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทั้งกระบวนการอย่างเป็นระบบ เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง.
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%