อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

ผบ.เหล่าทัพแสดงความเห็นทางการเมืองได้

สัปดาห์นี้ ยังคงเป็นเรื่องของอุณหภูมิการเมืองที่ร้อนแรง ฝ่ายค้านพยายามไล่ต้อน “บิ๊กตู่” นายกฯและรมว.กลาโหม ให้จนมุม...??  เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 เวลา 07.00 น.


@@@......สวัสดีท่านผู้อ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” มาพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “รหัสมอร์สส่องกองทัพ” ตรงวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2562 อุณหภูมิการเมืองยังคงร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่า รัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเดินหน้าทำงานแล้วก็ตาม...?? 



@@@……ฝ่ายค้านยังคงเล่นการเมืองนอกสภา โดยหยิบยกประเด็นการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และครม.ว่า พูดไม่ครบ....เรื่องนี้ฝ่ายค้านพยายามที่จะต้อนให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จนมุมให้ได้ ทั้งที่ฝ่ายค้านเองรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองต้องการอะไรกับการไล่ต้อนประเด็นที่ไม่ได้เกิดประโยชน์กับประชาชนแม้แต่น้อย....เชื่อว่าคนที่เป็นนักการเมืองที่เป็นมืออาชีพเขาไม่ทำกัน



@@@……วันก่อนฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามสด กรณีผู้บัญชาการเหล่าทัพให้ความเห็นทางการเมืองขัดต่อข้อคับกระทรวงกลาโหมมาตรา7 ที่ระบุว่าให้วางตัวเป็นกลาง ไม่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 8 ที่กำหนดไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์การเมือง การทำงานของรัฐบาล ไม่ว่าจะสนับสนุนหรือต่อต้านหรือไม่ ขอเสนอให้กองทัพปรับปรุงการให้ความเห็นทางการเมือง โดยยึดกับมาตรฐานสากลเหมือนในหลายประเทศ ซึ่งกำหนดให้วางตัวเป็นกลางและไม่แสดงความเห็นทางการเมือง โดย “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่า การให้ความเห็นของผู้นำเหล่าทัพที่ผ่านมาสามารถกระทำได้ และไม่ขัดต่อข้อบังคับหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกองทัพมีหน้าที่ที่สำคัญต่อการป้องกันภัยคุกคาม หรือภัยที่กระทบต่อความมั่นคง หรือสิ่งที่จะกระทบต่อความมั่นคงในวงกว้าง



@@@……นอกจากนี้ ยังรวมถึงการสนับสนุนงานของรัฐบาลเพื่อพัฒนาประเทศ ส่วนข้อบังคับกระทรวงกลาโหมเป็นเพียงบทบัญญัติที่ห้ามทหารเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทั้งนี้ การให้ข่าวสารใด ๆ เป็นไปตามระเบียบการให้ข่าวสาร ซึ่งผู้บัญชาการเหล่าทัพสามารถให้ข่าวที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคง ที่ผ่านมาเป็นไปตามกรอบที่ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ และความห่วงใยประชาชน ในสถานการณ์ของบ้านเมือง รวมถึงสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ประเทศมีความสงบ อย่างไรก็ตาม การทำงานของกองทัพของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ซึ่งกองทัพไทยถูกกำหนดบทบาทไว้ในรัฐธรรมนูญ แตกต่างจากประเทศอื่น โดยหน้าที่หลักของกองทัพไทยคือ สนับสนุนรัฐบาลเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศและรับมือภัยความมั่นคง กำหนดระเบียบให้ข้าราชการยึดถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด และปลูกฝังทหารให้ป้องกันสถาบันหลักของชาติและประชาชนได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

@@@….แม้ว่า กองทัพจะกลับเข้ากรมกอง แต่ก็ยังคงมีหน้าที่ในการดูแล รักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ ดังนั้น ผบ.เหล่าทัพจึงต้องแสดงความคิดเห็นทางการเมืองบ้างเมื่อเห็นว่า มีบางอย่างที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้น มีการท้วงติงเพื่อให้ ผบ.เหล่าทัพปรับปรุงการแสดงความคิดเห็น.....แล้วคนที่ชอบไปพูดนอกสภาวิพากษ์วิจารณ์ให้กองทัพเสียหาย แล้วบอกว่าไม่มีอะไร และยังอ้างไม่อยากขัดแย้งกับกองทัพ อยากช่วยนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาร่วมกัน ฟังดูเหมือนดี แต่จากที่ผ่านมาไม่ใช่ ยังไปขอแรงต่างชาติมาช่วยอ้างว่า ประเทศไทยปกครองแบบเผด็จการที่มีการเลือกตั้ง…ฟังแบบนี้แล้วเป็นการล้มล้างการปกครองชัด ๆ ในข้อเท็จจริงแล้ว ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมไทยที่งดงาม และได้รับการยกย่องนับถือจากนานาอารยประเทศ

@@@….ฝ่ายการเมืองน่าเอาเวลาไปช่วยรัฐบาลคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจดีกว่าไหม ช่วงนี้มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ 5 ชาติ กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย สงครามกำแพงภาษี สงครามค่าเงิน สหรัฐฯ กับจีน สร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจและการส่งออกไทยอย่างมาก ภัยแล้งรุนแรงก็กำลังมา ปลายปีนี้ น้ำไล่น้ำเค็มอาจไม่เพียงพอ คนกรุงเทพฯ อาจต้องบริโภคน้ำประปาเค็มๆ ก็เป็นได้ หรือว่าเหมือนฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม ไม่รู้อะไรเลย แต่อย่างไรก็ตามฝ่ายความมั่นคง กำลังเตรียมการเพื่อรับสถานการณ์ที่กล่าวอย่างเต็มกำลังความสามารถ



@@@……ช่วงนี้เกิดปัญหาภัยแล้ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และพิจารณาการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปี 2563 โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมมอบให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ติดตามผลการดำเนินการและรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการพิจารณา วงเงินงบประมาณบูรณาการด้านน้ำวงเงิน 1.8 แสนล้านบาทที่เสนอเพิ่มเติม 



@@@.......ด้านกองทัพบก โดย “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีความเป็นห่วงประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้ กองทัพบกได้นำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้บ้านเรือนประชาชน และพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่องโดยตลอด 7 เดือนที่ผ่านมาได้แจกจ่ายน้ำให้ประชาชนแล้วเกือบ 10 ล้านลิตร ตามโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งถังบรรจุน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ชุมชน การส่งทหารช่างเข้าขุดลอกและพัฒนาแหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงการขุดเจาะบ่อบาดาลตามนโยบายของรัฐบาล การสนับสนุนกำลังพลในปฏิบัติการฝนหลวง เป็นต้น 



@@@.......ปิดท้ายสัปดาห์นี้ พล.ร.ต.กำจร เจริญเกียรติ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ เป็นประธานเปิดการฝึกร่วมกองทัพเรือไทย – กองทัพเรืออินโดนีเซีย ครั้งที่ 20 ภายใต้รหัส SEAGARUDA 2019 โดยมี นาวาเอก สมาน ขันธพงษ์ เสนาธิการกองเรือฟริเกตที่ 1 เป็นผู้บังคับหมู่เรือฝึกผสม นำกองกำลังที่เข้าร่วมการฝึกของทั้ง 2 ประเทศ เข้าแถวรายงานตนรับการตรวจความพร้อม ณ ท่าจอดเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดย พล.ร.ต.กำจร กล่าวว่า การฝึกผสม SEA GARUDA เป็นการฝึกแบบทวิภาคี ระหว่าง กองทัพเรือไทย กับ กองทัพเรืออินโดนีเซีย ที่ผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพปีเว้นปี 



@@@.......เป็นการฝึกการปฏิบัติการร่วมทางเรือ อากาศยาน และนาวิกโยธิน โดยเน้นการฝึกป้องกันภัยคุกคามทั้ง 3 มิติ อาทิ สงครามผิวน้ำ สงครามใต้น้ำ และการป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงการร่วม นาวิกโยธิน ที่ถือเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติ ความรู้ และประสบการณ์ ตลอดจน เป็นการสานสัมพันธ์อันดีกับการเป็นมิตรประเทศ ที่มีความสัมพันธ์มายาวนานให้คงแน่นแฟ้น สำหรับ กำหนดการฝึกมีขึ้นในระหว่างวันที่ 15 – 21 ส.ค.62 โดยมีพื้นที่ฝึกหน่วยเรือบริเวณ ฐานทัพเรือสัตหีบ และอ่าวไทยตอนบน ฝึกร่วมนาวิกโยธิน บริเวณพื้นที่ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ และหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

.............................................
คอลัมน์ : รหัสมอร์สส่องกองทัพ
โดย "รหัสมอร์ส" 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 196