อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562

นิ่วก้อนแข็งๆเกิดจากอะไร เราจะป้องกันได้อย่างไร?

สัปดาห์นี้ทำความรู้จัก “นิ่วทางเดินปัสสาวะ-นิ่วในถุงน้ำดี” มีวิธีรักษาและการป้องกันอย่างไร เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 12.00 น.


เป็นข่าวที่ฮือฮากันทั้งโรงพยาบาลเลยทีเดียว หลังจากศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและท่อน้ำดีระดับภูมิภาค ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้เผยแพร่ภาพในห้องผ่าตัด ปรากฏว่าเป็น “นิ่วในถุงน้ำดี” พร้อมทั้งบอกอีกว่า New record สถิติใหม่ที่ไม่มีที่ไหนเคยเจอ กับจำนวนนิ่วมหาศาล 1,898 เม็ด”

แน่นอนว่าหลายคนเห็นภาพนี้ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีว่า มันเข้าไปสะสมอยู่ในท้องของคนได้อย่างไร ??? ฉะนั้นวันนี้เราจะพาไปรู้จักนิ่วเกิดจากอะไร และเราจะป้องกันได้อย่างไร เพราะภาพ ๆ ที่แชร์ต่อกันอยู่นั้น จะดูกี่ทีก็ขนลุกจริง ๆ



นพ.กัมปนาท พรยศไกร ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ และแอดมิน (admin) เพจ sarikahappymen” บอกให้ฟังว่า นิ่วเกิดจาก “สารเคมีต่าง ๆ” ที่มีอยู่ในอาหารที่เรากินเข้าไป ได้แก่ แคลเซียม ออกซาเลต ฟอสเฟต ยูเรต แต่ในภาวะที่มีปริมาณมากผิดปกติ หรือน้อยผิดปกติในสารบางตัว และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย มักจะทำให้สารเหล่านี้รวมตัวกันกลายเป็นก้อนผลึกแข็ง และมีขนาดใหญ่ขึ้นจนกลายเป็น...นิ่วอุดตันบริเวณต่าง ๆ ของทางเดินปัสสาวะ

“นิ่วทางเดินปัสสาวะ” สามารถเกิดได้ทุกตำแหน่งของระบบทางเดินปัสสาวะ ตั้งแต่ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ จนถึงท่อปัสสาวะ และจะสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ที่เป็น ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ การทำงานของไตเสื่อมลง และอาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเกิดภาวะไตวายเรื้อรัง และโรคไตระยะสุดท้าย และทำให้ถึงแก่ความตายได้ถ้าไม่รักษา

แล้วเราจะป้องกันนิ่วได้อย่างไร ???

1.พยายามลด หรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแคลเซียม และออกซาเลตสูง เช่น ชา กาแฟ โกโก้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดเครื่องดื่มพวกนี้และมักจะดื่มทุกวันเป็นนิสัย มันคือตัวการสำคัญที่สุดของการก่อให้เกิดโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

2.ลดอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์ อาหารหวานและเค็มมาก อาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น หนังสัตว์ ปีก ตับ ไต ปลาซาร์ดีน เป็นต้น

3.ดื่มน้ำมากกว่าวันละ 8 แก้ว หรือให้ได้ปริมาตรของปัสสาวะมากกว่า 2 ลิตร/วัน เพื่อลดความอิ่มตัวของสารก่อนิ่วในปัสสาวะ และลดโอกาสการก่อผลึกนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

4.กินอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน และสัดส่วนเหมาะสม

5.ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยมาก และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

นพ.กัมปนาท กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้ง 5 ข้อนี้ จริง ๆ ก็เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนรู้อยู่แล้ว เพียงแต่บางครั้งเราอาจลืมไปเพราะหน้าที่การงานและกิจกรรมต่าง ๆ เลยเอามาแนะนำกัน และเมื่อมีการปัสสาวะผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจวินิจฉัย และรักษาได้อย่างถูกต้อง


สำหรับข้อมูลเรื่อง “นิ่วในถุงน้ำดี” มีคำอธิบายจาก นพ.ดรินทร์ โล่ห์สิริวัฒน์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บอกว่า เกิดจากภาวะไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี ซึ่งเมื่อมีนิ่วเกิดขึ้นแล้ว อาจมีอาการตั้งแต่ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บางครั้งนิ่วไปอุดท่อถุงน้ำดี ทำให้มีอาการปวดแบบปวดดิ้น หรือถ้านิ่วตกลงไปอุดท่อน้ำดีใหญ่ จะทำให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ในบางรายอาจตรวจพบนิ่วในถุงน้ำดีแต่ไม่มีอาการได้เช่นกัน แต่อาการดังกล่าวข้างต้นจะเกิดเมื่อใดก็ได้ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดที่จะวินิจฉัยว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี คือ ตรวจอัลตร้าซาวด์



การรักษาโดยใช้ยาละลายนิ่วใช้ได้เฉพาะนิ่วบางชนิดเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องทานยาเป็นเวลานาน และเมื่อหยุดยาก็อาจเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้อีก อีกทั้งนิ่วของคนไทยส่วนมากมักไม่ละลายโดยใช้ยา ดังนั้นการรักษาที่ดีที่สุด คือการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก ซึ่งการตัดถุงน้ำดีไม่มีผลต่อการย่อยอาหาร เพราะน้ำดีสร้างมาจากตับ ถุงน้ำดีเป็นเพียงที่เก็บพักน้ำดีเท่านั้น ทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาที่ถาวร เพื่อไม่ให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีขึ้นได้อีกต่อไป และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่าง ๆ

การผ่าตัดถุงน้ำดีในปัจจุบันมี 2 วิธี

1.ผ่าตัดแบบเดิม โดยการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ปัจจุบันจะเลือกใช้ในการผ่าตัดถุงน้ำดีที่มีอาการอักเสบมากหรือแตกทะลุในช่องท้อง

2.ผ่าตัดภายใต้กล้อง โดยการเจาะรูเล็ก ๆ ที่หน้าท้อง ถ้าผู้ป่วยไม่มีถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน สามารถทำได้สำเร็จถึงร้อยละ 95 ถ้าถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันเกิน 3 วัน โอกาสผ่าตัดโดยวิธีนี้ได้สำเร็จจะน้อยลง

นี่แหละความน่ากลัวของโรคนิ่ว ทุกท่านลองคิดดูว่า ถ้าเจ้าก้อนแข็ง ๆ ที่เราเห็นตามภาพนี้ เกิดจังหวะใดจังหวะหนึ่งไปอุดตันในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เราจะทรมานมากแค่ไหน ยิ่งถ้าเป็นแล้วเราไม่รู้ตัว เจ้าก้อนนิ่วก็สะสมไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก้อนใหญ่มากขึ้นทุกวัน ฉะนั้นหมั่นดูแลสุขภาพตัวเองและหากสงสัยหรือพบความผิดปกติ ควรจะรีบไปโรงพยาบาลในทันที.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง” 
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : ENDO-X-TCPH ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและท่อน้ำดีระดับภูมิภาค, Pixabay


คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่  






 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 316