อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

อว.สร้างคนสู่อุตสาหกรรม 4.0

กระทรวงการอุดมฯ จับมือสภาอุตสาหกรรมฯ สร้างคนสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตั้งกองทุนนวัตกรรมให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี 30% สำหรับเอกชนที่บริจาคเงินเข้ากองทุนฯ ผุดอะคาเดมี่กำหนดอาชีพแห่งอนาคต พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 13.45 น.

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม( อว.) เปิดเผยว่า ตนนำคณะผู้บริหาร อว.ร่วมประชุมกับนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เรื่องการเตรียมอุตสาหกรรมไทยสู่ศตวรรตที่ 21 ด้วยการใช้ วทน. หรือ วิทยาศาตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดย ส.อ.ท.ขอเสนอให้ อว.ช่วยดำเนินการใน 4 เรื่อง คือ

1.ให้ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอี ที่มีข้อจำกัดเรื่องนวัตกรรมด้วยกลไกตลาดและทุนสนับสนุนทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยให้มีการตั้งกองทุนนวัตกรรมและให้มีนักวิจัยมาช่วยประเมินศักยภาพของเอสเอ็มอี

2.ให้มีการพัฒนานวัตกรรมชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดย ส.อ.ท.จะมีโครงการ 1 สภาอุตสาหกรรมจังหวัดต่อ 1 สถาบันอุดมศึกษาต่อ 1 นวัตกรรมชุมชน เพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชนหรือโอท็อป โดยดำเนินการนำร่องในพื้นที่จังหวัดที่ตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 8,898 รายและ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) 1,411 ราย เพื่อยกระดับรายได้ ลดค่าใช้จ่าย ลดหนีและลดความเหลื่อมล้ำ ชุมชนมีรายได้อย่างน้อย 1 แสนบาทต่อปี



3. พัฒนาระบบเศรษฐกิจใหม่ หรือ BCG โมเดล ได้แก่  เศรษฐกิจชีวภาพ  เศรษฐกิจหมุนเวียน และ เศรษฐกิจสีเขียว

4.ให้มีการยกระดับทักษะความสามารถแรงงานไทย  โดยขอให้ อว.ปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก  ขณะที่ ส.อ.ท.จะมีการตั้งอะคาเดมี่ขึ้นมาดำเนินการใน  3  เรื่อง คือ เทคโนโลยีดิจิตัล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ กระบวนการผลิตอาหาร โดยจะทำร่วมกับมหาวิทยาลัย เช่น ขอให้นักศึกษามาฝึกงานจริงก่อนจบการศึกษา 1 ปีแทนที่จะเป็น 4 เดือน เพราะที่ผ่านมาแรงงานไทยค่อนข้างขาดทักษะ เรียนมาแล้วทำงานไม่ได้ เป็นต้น
 
ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอของ ส.อ.ท.เพื่อยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ  เรื่องแรก การตั้งกองทุนนวัตกรรม เรื่องขอสิทธิประโยชน์ทางภาษี 30% สำหรับเอกชนที่บริจาคเงินเข้ากองทุนนวัตกรรมสามารถดำเนินการได้ทันทีและจะมีการตั้งคณะทำงานระหว่าง อว.และ ส.อ.ท.โดยมอบหมายให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(สนช.)ร่วมกับกรมบัญชีกลางผลักดันบัญชีนวัตกรรมปลดล็อคข้อจำกัดที่เคยมีและขยายผลการใช้บัญชีนวัตกรรม



เรื่องที่สอง ให้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันผลักดันเรื่องสมาร์ทฟาร์มิ่ง เอสเอ็มอี การสร้างวิสาหกิจชุมชนในการสร้างเทคโนโลยี

เรื่องที่สาม มอบให้ ส.อ.ท.กำหนดเป้าหมายย่อยใน  BCG โมเดล ให้ชัดเจนทั้งกลุ่มเกษตร อาหาร พลังงานและวัสดุ สุขภาพและการแพทย์ วางแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มภายใน 3 – 5 ปี โดย อว.จะให้การสนับสนุน

เรื่องที่สี่  เห็นด้วยกับการตั้งอะคาเดมี่และให้ภาคอุตสาหกรรมตั้งโจทย์ตามความต้องการเพื่อนำไปสู่การกำหนดอาชีพแห่งอนาคตและพัฒนาทักษะใหม่ให้กับของมหาวิทยาลัยพร้อมปลดล็อคระยะเวลาการอนุมัติหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(สกอ.) ทั้งจะมอบให้หน่วยงานต่างๆ มาทำงานร่วมกับ ส.อ.ท.เพื่อผลักดันนโยบายการขับเคลื่อนให้เกิดการยกระดับหรือการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมของประเทศใหม่ด้วย วทน. ให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 12