อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

"หมอนยางพารา" แปรรูปนุ่ม ๆ...ทำเงิน

“หมอนยางพารา” ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา ที่ทาง “กอล์ฟ-พิริยศาสตร์ ตระการจันทร์” นำวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาทำเป็นหมอนและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขายสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี “ช่องทางทำกิน” นำข้อมูลมาให้พิจารณา เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 06.30 น.


 “หมอนยางพารา” ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา ที่ทาง กอล์ฟ-พิริยศาสตร์ ตระการจันทร์ นำวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาทำเป็นหมอนและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขายสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถใช้เป็น ช่องทางทำกิน ที่น่าสนใจ เพราะที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์จากยางพารานั้นได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคมาโดยตลอด...ซึ่งวันนี้คอลัมน์ ช่องทางทำกิน จึงนำข้อมูลมาให้พิจารณาเป็นกรณีศึกษา...

       
ทั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (...) ได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เปิดตัว “A Farm Mart” แพลตฟอร์มที่ทาง ธ.ก.ส. สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชน ผ่านระบบออนไลน์ จากนั้นได้พาไปเยี่ยมชม หจก.โฟ ยู เนเชอะ (ไทยแลนด์) ผู้ประกอบการผลิตหมอนยางพาราแบรนด์ “Parato” โดย กอล์ฟ-พิริยศาสตร์ ผู้บริหารและเจ้าของบริษัทเล่าว่า...เรียนจบทางด้านบริหารธุรกิจมาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และก็ทำงานประจำอยู่ได้ระยะหนึ่ง จนมีความคิดที่จะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงตัดสินใจกลับมาบ้านที่ จ.อุบลราชธานี

เริ่มต้นทำธุรกิจร้านกาแฟ จากนั้นก็มาสนใจธุรกิจขนมขบเคี้ยวเพราะเห็นว่าเป็นตลาดที่ใหญ่จึงเริ่มศึกษาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวอย่างจริงจัง จนพบว่า “ข้าวเกรียบ” เป็นสินค้าที่ทำง่ายไม่ยุ่งยาก และสามารถใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นได้จนในปี 2546 ก็เริ่มก่อตั้งกิจการในรูปแบบเอสเอ็มอี ใช้ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ผลิตสินค้าจำหน่ายภายใต้แบรนด์ ป.เกรียบกุ้ง จนธุรกิจข้าวเกรียบเริ่มอยู่ตัว ก็เริ่มมองหาวัตถุดิบในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า โดยเน้นไปที่สินค้าเกษตร วัตถุดิบจากแหล่งชุมชนให้เกิดประโยชน์ ทั้งข้าวปลายหัก, ข้าวกล้อง, ข้าวไรซ์เบอร์รี และเมล็ดธัญพืช มาแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว เป็นสแน็ก และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่น ๆ ตอบโจทย์กระแสของการรักสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยม
        
ต่อมาในปี 2559 เขาก็เริ่มพัฒนาต่อยอดทำธุรกิจใหม่ขึ้นมาอีกคือ การแปรรูปยางพารา ซึ่งเป็นการนำผลผลิตทางการเกษตรมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อย่าง “หมอนยางพารา” นั้นใช้เวลาลองผิดลองถูกในการทำอยู่ประมาณ 1 ปี กว่าจะได้หมอนที่มีคุณภาพตามแบบที่ต้องการ และก็ก่อตั้งเป็นบริษัทผลิตสินค้าในรูปแบบ SME โดยได้เงินสนับสนุนมาจาก สินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร ของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร (ธ.ก.ส.) ทำโรงงานผลิตหมอนยางพารา จนได้คุณภาพส่งออก มาตรฐาน มอก.2741-2559




ทุนเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเป็นค่าเครื่องมืออุปกรณ์และวัตถุดิบ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 60% จากราคา ซึ่งราคาหมอนยางพารา เริ่มตั้งแต่ 199-1,490 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของหมอน รวมถึงปริมาณน้ำยางที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์...ซึ่งยังมีผลิตภัณฑ์จากยางพาราประเภทอื่น ๆ อีก เช่น ที่นอน, เบาะรองนั่ง และ เสื้อชั้นในสตรี (บรา) เป็นต้น
        
อุปกรณ์ที่ใช้ผลิตหมอนยางพาราส่วนใหญ่จะเป็นการออกแบบและทำขึ้นมาเอง ราคาไม่แพงเป็นการประหยัดเงินทุน ทำให้เริ่มแรกจึงใช้เงินลงทุนไม่สูง เจ้าของกิจการกล่าว
      
วัสดุอุปกรณ์ ที่ใช้ทำ หลัก ๆ คือ น้ำยางพารา, เครื่องปั่นเศษยาง, ตู้นึ่งแบบใช้แก๊ส, ถังสเตนเลส, เครื่องปั่นน้ำยาง, เครื่องซักผ้า, เครื่องรีดน้ำ, แม่พิมพ์, เครื่องตรวจวัดความชื้น เป็นต้น
     
น้ำยางพาราจะใช้การสั่งซื้อจากโรงงานที่ได้มาตรฐานในปั่นแยกน้ำยาง โดยใช้เครื่องปั่นน้ำยางข้น (เซนติฟิวจ์) ปั่นแยกน้ำยางเพียว ๆ ได้น้ำยางที่มาตรฐาน ซึ่งน้ำยาง 10 กิโลกรัม ผลิตหมอนได้ประมาณ 4 ใบ” กอล์ฟกล่าว
       
ขั้นตอนการทำ...หมอนยางพารา
   
เริ่มจากนำน้ำยางพารามาเทแบ่งใส่ถังสเตนเลสประมาณ 10 กิโลกรัม จากนั้นก็นำไปเข้าเครื่องปั่นทำการปั่นกวนน้ำยาง เพื่อทำให้น้ำยางเกิดมวล และเกิดฟอง และยังเป็นการช่วยลดกลิ่นแอมโมเนียในน้ำยางด้วย ปั่นไปประมาณ 20 นาที ก็ให้ใส่สารที่ช่วยให้แข็งตัว คงรูป ไม่ยุบตัวลงไป ปั่นต่อไปอีกประมาณ 1 นาที
        
จากนั้นนำน้ำยางที่กวนแล้วเทใส่แม่พิมพ์รูปหมอนใช้ฝาปิดให้ดี ปล่อยทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้ยางแข็งตัว (ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้ความรวดเร็วในการทำเพราะน้ำยางจะแข็งตัวเร็ว) พอน้ำยางแข็งตัวแล้วก็แกะออกจากแม่พิมพ์ นำหมอนไปนึ่งในตู้นึ่งใช้ความร้อน 100 องศาเซลเซียส ประมาณ 30 นาที นำออกจากตู้นึ่งไปใส่เครื่องปั่นเพื่อทำความสะอาด เสร็จแล้วก็นำมาเข้าเครื่องรีดน้ำ ทำการรีดน้ำออกจากหมอนให้หมด และนำหมอนไปตากอบในโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ ต้องอบจนหมอนแห้งสนิทจริง ๆ ใช้เวลาอบประมาณ 2-5 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
      
พอหมอนที่อบไว้แห้งสนิทดีแล้วก็นำมาตกแต่งให้เรียบร้อย โดยใช้กรรไกรตัดขอบให้เข้ารูปหมอน โดยขั้นตอนนี้จะต้องใช้เครื่องวัดความชื้นตรวจเช็กหมอนอีกรอบหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าหมอนนั้นปราศจากความชื้น โดยความชื้นจะต้องเป็น 0% จริง ๆ ไม่อย่างนั้นจะทำให้มีปัญหาเรื่องเชื้อรา หลังจากตัดตกแต่งเสร็จเรียบร้อยก็นำไปแพ็กบรรจุพร้อมขายได้ทันที...ส่วนเศษยางที่เหลือจากการทำหมอนจะนำไปเป็นวัสดุที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์หมอนประเภทอื่น โดยจะรวบรวมใส่เข้าเครื่องปั่นเศษยาง แล้วนำไปบรรจุใส่หมอนขิด และเบาะรองนั่ง เป็นต้น
     
หมอนยางพาราทำขึ้นมาจากยางพารา 100% ไม่ผสมยางสังเคราะห์ ผลิตภัณฑ์มีความนุ่มยืดหยุ่นช่วยรองรับสรีระคอและศีรษะระหว่างการนอนได้เป็นอย่างดี และเป็นหมอนที่ปราศจากไรฝุ่น ปลอดเชื้อโรค อายุการใช้งานยาวกว่า10 ปี สามารถทำความสะอาดด้วยการซักได้ ในเครื่องซักผ้าที่มีระบบปั่นแห้ง...นอกจากนั้นใช้วิธีอบแห้งด้วยพลังแสงอาทิตย์ช่วยประหยัดต้นทุนการผลิต ที่สำคัญหมอนยางพาราที่ทำเป็นงานแฮนด์เมด ที่ทำขึ้นจากฝีมือของคนในชุมชนท้องถิ่น” เจ้าของธุรกิจกล่าว

สนใจงาน หมอนยางพารา ของแบรนด์ พาราโต้ (parato) ติดต่อไปได้ที่ 191 หมู่ 1 ถนนอุบลฯ-ตระการพืชผล ต.เหล่าเสือโก้ก อ.เหล่าเสือโก้ก จ.อุบลราชธานี 34000 โทรศัพท์: 0-4542-8514 , 09-0289-9356 หรือทางเฟซบุ๊ก : Parato-หมอนยางพารา หรือ www.parato4u.com ซึ่งนี่ก็นับเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่เกิดจากการนำ ยางพารา มาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานสร้างมูลค่า ซึ่งสามารถใช้เป็นช่องทางทำกินได้น่าสนใจ.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 19