อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

มาทำความรู้จัก''ปานสตรอเบอร์รี่''

ปานสตรอเบอร์รี่ มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Infantile hemangioma เป็นโรคเนื้องอกหลอดเลือดชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นโรคเนื้องอกชนิดดี (ไม่ใช่มะเร็ง) ที่พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาโรคเนื้องอกหลอดเลือดทั้งหมด พบได้ประมาณร้อยละ 5 ของทารกแรกเกิดทั้งหมด เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น.


 ปานสตรอเบอร์รี่ มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Infantile hemangioma เป็นโรคเนื้องอกหลอดเลือดชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นโรคเนื้องอกชนิดดี (ไม่ใช่มะเร็ง) ที่พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาโรคเนื้องอกหลอดเลือดทั้งหมด โดยพบได้ประมาณร้อยละ 5 ของทารกแรกเกิดทั้งหมด เนื้องอกหลอดเลือดชนิดนี้มีการดำเนินโรคที่พิเศษเฉพาะตัว คือ จะเริ่มพบรอยปานตอนอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ โดยอาจจะเห็นเป็นจุดแดงเล็ก ๆ เหมือนตุ่มยุงกัด หรืออาจเห็นเป็นจุดของเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ต่อมาปานจะมีการขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะมีขนาดโตที่สุดในช่วงอายุ 6-9 เดือน หลังจากนั้นก้อนเนื้องอกหลอดเลือดจะมีขนาดคงที่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ในที่สุดก้อนจะเริ่มมีสีซีดลง และขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ซึ่งมักพบหลังอายุ 1 ปีเป็นต้นไป โดยจะมีอัตราการเล็กลงประมาณร้อยละ 10 ต่อปี โดยจะเหลือรอยเป็นปื้นของเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก หรือ อาจเหลือเป็นก้อนของพังผืดไขมันใต้ชั้นผิวหนังหากก้อนของรอยโรคตอนแรกมีขนาดใหญ่



ลักษณะของ infantile hemangioma แบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ ตามระดับความลึกของก้อนเนื้อ
1. ก้อนเนื้ออยู่เฉพาะชั้นตื้น (superficial type) จะเห็นรอยปานสีแดงสดคล้ายสตรอเบอร์รี่อยู่บนผิวหนัง
2. ก้อนเนื้ออยู่ในชั้นลึก (deep type) ก้อนจะอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง โดยจะเห็นสีของผิวหนังบนตัวก้อนจะออกเป็นสีเขียว หรือ ฟ้าอมเขียว เหมือนสีของเส้นเลือดที่เราเห็นตามผิวหนัง
3. แบบผสม (mixed type) ผู้ป่วยจะมีก้อนของเนื้องอกในชั้นลึก และด้านบนของก้อนจะเห็นรอยปานสีแดงของชั้นตื้นอยู่

ภาวะแทรกซ้อน
โดยปกติโรคนี้สามารถหายได้เองในช่วงระยะเวลาหนึ่งโดย ไม่จำเป็นต้องให้การรักษา แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนหนึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษา เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนจากก้อนเนื้องอกร่วมด้วย ได้แก่
1. เกิดการผิดรูปหรือการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ผิดปกติไป เช่น หากก้อนอยู่ที่เปลือกตา อาจทำให้การมองเห็นผิดปกติ ก้อนอยู่ที่ปลายจมูกอาจทำให้การเจริญของกระดูกจมูกไม่สมบูรณ์
2. ก้อนแตกเป็นแผล ผู้ป่วยจะมีเลือดไหลซึมออกจากก้อนและเจ็บมาก มักเกิดกับตัวโรคที่อยู่ในตำแหน่งที่มีการเสียดสีบ่อย ๆ เช่น ริมฝีปาก คอ หรืออวัยวะเพศ
3. ก้อนที่เกิดกับอวัยวะภายในร่างกายและส่งผลให้มีภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรง เช่น ก้อนเนื้องอกหลอดเลือดในตับ โดยมักพบร่วมกับการที่มีก้อนของโรคอยู่บนผิวหนังตั้งแต่ 5 อันขึ้นไป มักทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ หรือ ก้อนในหลอดลม มักพบร่วมกับก้อนของโรคที่ผิวหนังบริเวณคาง และคอ อาจทำให้เกิดภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ

การรักษา
แนะนำให้พาผู้ป่วยมาพบแพทย์ เพื่อตรวจหาว่ามีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือไม่ เป้าหมายของการรักษาโรคนี้ คือ การควบคุมไม่ให้ก้อนขยายขนาดใหญ่มากจนเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยจะให้การรักษาจนกว่ารอยโรคจะเข้าสู่ระยะคงที่ ประมาณอายุ 1–11-2 ปี ถ้ายิ่งเริ่มการรักษาได้เร็ว มักจะมีผลการรักษาที่ดี โดยระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มการรักษา คือ อายุ 1-3 เดือน ยาที่ใช้รักษาในปัจจุบัน คือ propranolol เป็นยาชนิดกิน หรือหากรอยโรคอยู่ในชั้นตื้นอย่างเดียวและขนาดไม่ใหญ่มาก อาจสามารถใช้ยา timolol ทาได้ ผลข้างเคียงของยาที่อาจพบได้ คือ ภาวะความดันโลหิตต่ำ ภาวะชีพจรเต้นช้า และภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ การรักษาอื่น ๆ ที่อาจใช้ร่วมกันขึ้นอยู่กับลักษณะของตัวโรคและภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ สเตียรอยด์ ทั้งแบบชนิดกิน ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หรือฉีดเข้าที่ตัวก้อนเนื้องอกหลอดเลือด มักใช้กับก้อนขนาดใหญ่ที่มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิต การยิงเลเซอร์จะใช้ในกรณีที่ตัวก้อนแตกเป็นแผล หรือ รอยที่เหลือหลังจากตัวก้อนยุบหมดแล้ว และการผ่าตัดเอาก้อนออก มักใช้ในกรณีที่ก้อนของโรคยุบหมดแล้วและเหลือเป็นก้อนพังผืดของไขมันชั้นใต้ผิวหนังแทน.


พญ.รัมภ์รดา เล็กวุฒิกานต์
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 43