อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

คสช.สลายตัวเดือดร้อน ขายฝากธุรกรรมอำพรางระบาด

สัปดาห์นี้พาไปดูปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนหลังจากที่ “คสช.” ที่ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ แต่เมื่อทหารต้องกลับเข้ากรม กอง ปัญหาขายฝากและการทำธุรกรรมอำพรางอาจต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม จึงไม่ง่ายและใช้เวลานาน ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาควรช่วยไปดูแลประชาชนให้ใกล้ชิดมากกว่านี้ ไม่ใช่ทำตัวเป็นนายทุนอยู่เบื้องหลังธุรกรรมนี้เสียเอง เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 07.00 น.


@@@......สวัสดีท่านผู้อ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” มาพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “รหัสมอร์สส่องกองทัพ” ตรงวันเสาร์ที่ 24 ส.ค. 2562 เข้าสู่ฤดูฝนมาเกือบเดือนครึ่ง แต่ยังคงมีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งมากกว่า 10 จังหวัด ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่น้อยกว่าเกณฑ์เฉลี่ยมาก แต่ใกล้เคียงช่วงแล้งในปี 58 และปริมาณน้ำฝนที่ตกก็ไม่ลงอ่างเก็บน้ำหลักเท่าที่ควร โดยเฉพาะภาคอีสาน ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปาว ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 3 เขื่อนหลัก เก็บน้ำได้น้อยอาจไม่มั่นใจว่าจะสามารถไล่น้ำเค็มในปลายปีได้ ทางฝ่ายความมั่นคงเฝ้าติดตามและพร้อมร่วมบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐในการแกัปัญหาภัยแล้งอย่างเต็มขีดความสามารถ 



@@@……ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เป็นประธานการประชุมเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและยังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง 76 จังหวัด พร้อมทั้ง คณะองคมนตรี ได้แก่ นายพลากร สุวรรณรัฐ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา นายจรัลธาดา กรรณสูต พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์  พล.ร.อ. พงษ์เทพ หนูเทพ นายอำพน กิตติอำพน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท และ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยคณะองคมนตรี ได้ขอให้ทุกภาคส่วนน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว และน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับแต่ละสภาพพื้นที่ มุ่งเน้นการวางแผนเผชิญเหตุและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤติน้ำน้อย โดยใช้ปี 58 เป็นแม่แบบ การจัดสรรน้ำอุปโภคบริโภคถึงระดับครัวเรือน การเชื่อมโยงการบริหารการจัดการน้ำในแต่ละลุ่มน้ำ การดูแลแหล่งกักเก็บน้ำในระดับหมู่บ้าน ทั้งการขุดลอก คูคลอง และสระน้ำ การกำจัดวัชพืชและโคลนตมในคลองส่งน้ำ การจัดหาภาชนะกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ประจำครัวเรือน รวมทั้งให้กระทรวงเกษตรควบคุมกำกับดูแลเน้นการทำเกษตรน้ำน้อยให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งประสานจัดทำฝนหลวงเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด 



@@@……ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า  บกปภ.ช.ได้บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ผ่านกลไกการปฏิบัติงานทุกภาคส่วนครอบคลุมทุกมิติ โดยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยระยะเร่งด่วนนั้น ได้เน้นย้ำให้จัดหาน้ำจากทุกแหล่งรองรับการใช้น้ำ ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยผันน้ำดิบเข้าสู่ระบบการผลิตน้ำประปา ขุดลอกแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ขุดเจาะและเป่าล้างบ่อบาดาล ควบคู่กับการจัดสรรน้ำสนับสนุนทุกพื้นที่เสี่ยงภัย มุ่งดูแลด้านน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก โดยจัดรถบรรทุกน้ำ นำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้าน และจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง กรณีเกิดความเสียหายด้านการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ในพื้นที่ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้จำแนกความเสียหายตามประเภทและช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังฯโดยด่วน ที่สำคัญ ได้กำชับให้สร้างการรับรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะข้อมูลสถานการณ์น้ำ แผนการจัดสรรน้ำ มาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ รวมถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้น้ำ เพื่อมิให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำ นอกจากนี้ ยังได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำไว้ล่วงหน้า เน้นการกักเก็บน้ำจากปริมาณฝนในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เพื่อสำรองน้ำให้เพียงพอต่อการใช้น้ำในปี 2563.....ที่ผ่านมา ครม.อนุมัติงบให้กระทรวงมหาดไทยแก้ปัญหาภัยแล้งจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมงบประมาณแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยแล้ว ภาครัฐตั้งใจจะปล่อยตัวเงินออกมามากกว่า 4 หมื่นล้านบาท ในช่วง 3-4 เดือนจากนี้ไป ซึ่งในข้อเท็จจริง แล้ว ในความเห็นอาจไม่พอด้วยซ้ำไป เนื่องจากผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐฯ สงครามการค้าจีน และสงครามค่าเงินรุนแรง และอาจจะทำให้เกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจรุนแรงไปทั้งโลก



@@@……ช่วงที่ คสช.ยังอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนมาตลอด และติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้แจ้งหน่วยงานให้ประชาสัมพันธ์ช่องทางของรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้ขอความช่วยเหลือ และปรึกษาหาทางออก เวลามีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและคืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชนต่อไป....การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่ผ่านมา รัฐบาล คสช.พยายามจัดการนายทุนเงินกู้นอกระบบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้สามารถคืนที่ทำกินให้เกษตรกรได้มากมาย ปัจจุบันทหารกลับเข้ากรม กอง ไปแล้ว ปัญหาขายฝากและการทำธุรกรรมอำพรางที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องท้าทายรัฐบาลปัจจุบันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งปัจจุบัน เนื่องจากการขายฝากและการทำธุรกรรมอำพราง จำต้องพิสูจน์ภายใต้กระบวนการยุติธรรม จึงไม่ง่ายและใช้เวลานาน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงอยากจะให้ผู้แทนราษฎรทั้งหลายที่ได้รับการเลือกตั้งมาช่วยไปดูแลประชาชนด้วย มิใช่ทำตัวเป็นนายทุนอยู่เบื้องหลังธุรกรรมดังกล่าวนี้เสียเอง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงจะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป.....ฝ่ายการเมืองในสภา ควรจะตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเรื่องจะแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างไร หรือ มาตรการทางเศรษฐกิจจะสามารถบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร มากกว่าที่ระดมพูดกันในสื่ออยู่ปัจจุบัน ฝ่ายการเมืองมัวแต่เล่นการเมือง ปากพูดจะร่วมมือรัฐบาลแก้ปัญหา แต่ดูแล้วเหมือนกับการแก้ปัญหาทางการมืองของบางกลุ่มจ้องล่มรัฐบาลปัจจุบันเสียมากกว่า 



@@@……วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ลงเรือหลวงอ่างทอง บริเวณอ่าวไทยตอนบน จังหวัดระยอง เพื่อเป็นประธานพิธีปิดการฝึกปฏิบัติทางทะเลของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในนามของผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เมื่อมาถึงนายกรัฐมนตรี ได้ชมการฝึกบริหารวิกฤติระดับชาติ การฝึกสาธิตประมงผิดกฎหมาย โดยเมื่อได้รับแจ้งได้มีการนำเรือเพื่อปิดเทียบเพื่อตรวจสอบ พร้อมชุดสหวิชาชีพทางหัวเรือของเรือหลวงอ่างทอง เพื่อตรวจค้นอาวุธและตรวจสอบประวัติบุคคลที่อยู่ภายในเรือ รวมถึงชมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ลอยอยู่กลางทะเล โดยใช้เรือขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และการขนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะนำกลับมาที่เรือหลวงอ่างทอง เพื่อทำการรักษา ซึ่งเรือหลวงอ่างทอง ได้ถูกจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามทางเรือ ขีดความสามารถระดับ 2 ขณะที่ภารกิจสุดท้ายเป็นการขจัดคราบน้ำมันในทะเล ซึ่งสอดคล้องกับอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการขนถ่ายน้ำมัน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ขนสารเคมีโปรยลงบนทะเล ที่ทำให้น้ำมันแตกตัวและจมลงทะเล ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนจะสลายไปเองตามธรรมชาติเป็นไปตามมาตรฐานสากล 



@@@……ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทเจ้าหน้าที่ว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมรับชมการฝึกซ้อมในวันนี้ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงรับสั่งและเน้นย้ำให้มีการเตรียมแผนหลัก แผนรอง และแผนเผชิญเหตุ ทั้งนี้ การรักษาผลประโยชน์ของชาติมีหลายมิติ ทั้งทางทะเล ทางบก ทางน้ำ และอากาศ เป็นหน้าที่ของทุกคนอยู่แล้ว โดยต้องไม่มีการปล่อยปะละเลย ต้องเสียสละ อดทน และเป็นที่พึ่งให้ประชาชนให้ได้ทุกโอกาส อย่างไรก็ตาม มาวันนี้เพื่อให้กำลังใจและได้มาเห็นการทำงานร่วมกันของพลเรือน ทหาร ตำรวจ และประชาชน แล้วมีความสุข นี่คือประเทศไทยของเรา โอกาสและศักยภาพมีจำนวนมาก หากมีปัญหากันเองก็จะทำอะไรไม่ได้ขอให้ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกัน ซึ่งการทำงานของศรชล. เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งในด้านภัยภิบัติ นักท่องเที่ยว และการปราบปรามประมงผิดกฎหมาย และภารกิจอื่นๆ จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันและกันแยกไม่ได้ อีกทั้งต้องเรียนรู้ และทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ส่วนอะไรที่เป็นปัญหาและความขัดแย้งก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ได้ จะคิดแบบเดิมทุกอย่างก็ไปไม่ได้ ขณะที่กฎหมายต้องใช้อย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น เรื่องการประมงผิดกฎหมาย และหากจะแก้กฎหมายต้องระมัดระวัง และย้ำว่าการแก้ปัญหาใดก็ตามก็ต้องแก้ทั้งระบบอย่าให้เกิดปัญหาตามมา ขณะเดียวกันต้องรักษาผลประโยชน์ชาติและประชาชนเป็นสำคัญ



@@@.......พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก จนถึงระดับผู้บังคับกองพัน ที่มี พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญกับนโยบายการดูแลและฝึกทหารใหม่ โดยล่าสุด กองทัพบกเตรียมนำพลทหารต้นแบบ จำนวน 100 นาย ซึ่งเป็นทหารใหม่ที่ผ่านการฝึกหลักสูตรการฝึกทหารใหม่ 10 สัปดาห์ตามแนวทางพระราชทานจากหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ เตรียมไปทำการฝึกสาธิตให้กับหน่วยฝึกทหารใหม่ของกองทัพบกทั่วประเทศได้เห็นถึงขีดความสามารถ และมาตรฐานของทหารใหม่ ที่ผ่านการฝึกภายใต้ระบบการบริหารจัดการที่มีความอ่อนตัว เหมาะสมกับสภาวการณ์ และมีการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องการเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย ลักษณะทางทหาร โภชนาการ จิตวิทยา  การสร้างแรงจูงใจ เป็นต้น นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังได้มีนโยบายในการส่งเสริมความสามารถพิเศษเฉพาะบุคคลของกำลังพล เช่น ทักษะทางทหาร การกีฬา ศิลปะ ดนตรี  เทคโนโลยี  เป็นต้น โดยมอบให้ทุกหน่วยงานของกองทัพบกดำเนินการค้นหากำลังพลในทุกระดับชั้นยศ ที่มีความสามารถพิเศษ มีทักษะความชำนาญเฉพาะด้าน เพื่อกองทัพบกจะได้พิจารณาปรับให้ไปปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ที่สอดคล้องกับความสามารถพิเศษอันจะส่งผลดีต่องานราชการ และสร้างแรงจูงใจให้กับกำลังพล รวมทั้งกองทัพบกพร้อมให้การสนับสนุน ส่งเสริมกำลังพลที่มีความสามารถพิเศษในทุกสาขา ให้ได้รับการพัฒนาทักษะความสามารถยิ่งขึ้น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ความก้าวหน้า สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและองค์กรในโอกาสต่อไป



@@@…….ปิดท้ายข่าว....พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลงนามในคำสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่องแต่งตั้งโฆษกกระทรวงกลาโหม โดยแต่งตั้งให้ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เป็นโฆษกระทรวงกลาโหมต่ออีกสมัยในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 2 เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ การเผยแพร่ภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงกลาโหมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพในการสร้างความเข้าใจต่อสังคมและสาธารณชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 โดยทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ แถลงข่าว และให้ข้อมูลแก่สาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจในภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงกลาโหมในภาพรวม ประสานการปฏิบัติส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมในการขอรับการสนับสนุนข้อมูลการปฏิบัติงานในอำนาจหน้าที่ โดยปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ คำสั่ง และนโยบายของกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติภารกิจเฉพาะเรื่องตามที่รมว.กลาโหมมอบหมาย และให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมสนับสนุนและให้ความร่วมมือในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความสัมพันธ์อันดีระหว่างกระทรวงกลาโหมกับส่วนราชการอื่นๆ และประชาชน ซึ่งมีคำสั่ง ณ วันที่ 14 ส.ค. 2562

.............................................
คอลัมน์ : รหัสมอร์สส่องกองทัพ
โดย "รหัสมอร์ส" 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%