อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562

Fake News

ตั้งแต่มีรัฐบาลใหม่ ข่าวที่ได้ยินมากข่าวหนึ่งคือศูนย์ต่อต้าน Fake News ของรมว.พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เจ้ากระทรวง DE เป็นเรื่องที่ดีเพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก มีการระดมสมองหาทางแก้ไข มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาให้ข้อมูลว่าโลกเขาสู้ Fake News อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 เวลา 07.00 น.

ตั้งแต่มีรัฐบาลใหม่ ข่าวที่ได้ยินมากข่าวหนึ่งคือศูนย์ต่อต้าน Fake News ของรมว.พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เจ้ากระทรวง DE เป็นเรื่องที่ดีเพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก ในเมืองไทยคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาตินำโดยรองนายกฯวิษณุ เครืองาม ได้ทำงานผลักดันและต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งผมก็อยู่ในคณะกรรมการชุดใหญ่ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิและยังเป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารภาครัฐอีกด้วย มีการระดมสมองหาทางแก้ไข มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาให้ข้อมูลว่าโลกเขาสู้ Fake News กันอย่างไร โดยเฉพาะองค์กรเช่น FBI หรือ CIA เขาทำงานกันอย่างไร ใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไร

ที่สำคัญมีคณะปฏิบัติการข่าวสาร 6 คณะจากทุกกระทรวงสำคัญ รวมถึงหน่วยงานความมั่นคง มีช่องทางการเผยแพร่พร้อม ๆ กันผ่านเว็บไซต์และโฆษกของทุกกระทรวง แถมยังมีสื่อวิทยุ โทรทัศน์และโซเชียลของกรมประชาสัมพันธ์ อสมท ไทยพีบีเอส ซึ่งร่วมเป็นคณะอนุกรรมการด้วย แม้ว่าคณะปฏิบัติการจะทำงานได้ผลดีอย่างมากในหลายเรื่อง แต่ด้วยข้อจำกัดของระบบราชการ บางเรื่องจึงอาจจะไม่ค่อยจะทันใจคนทำงานสักเท่าไหร่ ถ้า รมว.พุทธิพงษ์ เอาไปทำเอง คงต้องเสียเวลาไปเริ่มใหม่ น่าเสียดายองค์ความรู้และโครงสร้างการทำงานที่มีอยู่แล้ว และ DE ก็เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการชุดนี้ทั้งระดับปลัดกระทรวงและทีมงาน

ที่น่ากังวลก็คือตอนนี้นอกจาก Fake News ยังมี Deepfakes หรือข่าวลวงที่ผลิตโดย AI ปัญญาประดิษฐ์ เช่นไปเลือกเอาคลิปนายกฯที่พูดเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วป้อนข้อความใหม่ที่นายกฯไม่ได้พูด แต่ AI ก็สามารถจะก๊อบปี้เสียงนายกฯให้พูดใหม่เหมือนกับข่าวลวงที่จะสร้างและยังสามารถทำให้ปากขยับได้ตรงกับเสียงที่พูดออกมาด้วย ซึ่งนอกจากเจ้าตัวเองแล้วก็ยากที่คนอื่นจะแยกแยะออกว่าที่ได้เห็นและได้ยินไปนั้นเป็นของจริงที่นายกฯพูดเองหรือเป็น Deepfakes เรื่องนี้แม้แต่เจ้าพ่อโซเชียลอย่างกูเกิ้ลที่ลงทุนนับหมื่นล้านบาททำ Google News Initiative ก็ยังกลัวเพราะ AI เก่งมากขึ้นทุกวัน

สิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงานในการต่อสู้กับ Fake News คือเราใช้คนให้เฝ้าระวังไม่ได้เพราะกว่าจะรู้ว่ามี Fake News มันก็กลายเป็นไวรัลไปแล้ว และการตอบโต้ชี้แจงโดยภาครัฐ ขนาดเป็นกก.ระดับชาติ รองนายกฯนั่งหัวโต๊ะ มีทุกฝ่ายเข้าร่วม การสั่งการ การตอบโต้ การเผยแพร่ยังช้าและขาดการบูรณาการเท่าที่ควร

สองในต่างประเทศที่เขาตรวจจับและเฝ้าระวังและตอบโต้ ต้องใช้ระบบ BIG DATA คือข้อมูลที่เป็นความจริงที่ถูกจัดระบบไว้อย่างดี ตรวจสอบได้รวดเร็ว ซึ่งจะจัดได้เช่นนั้นก็ต่อเมื่อคอมพิวเตอร์เข้าใจภาษามนุษย์ ซึ่งปกติคอมพ์ตัวไหน ๆ ก็ไม่เข้าใจภาษามนุษย์ เราจึงต้องสอนมันด้วยกระบวนการ NLP (Natural Language Processing) คือค่อย ๆ คีย์ตัวอักษรไทยและคำไทย สำนวน สแลง คำผวน เข้าไปและบอกคอมพิวเตอร์ว่าที่เพิ่งคีย์เข้าไปมีความหมายว่าอย่างไร ที่เขาเรียกว่า Machine Learning ก็คือขั้นตอนการสอนขั้นตอนนี้นั่นเอง เมื่อคอมพิวเตอร์เข้าใจภาษามนุษย์ คนที่เป็น Data Scientist ก็จะเขียนโปรแกรมหรือโมเดลสอนให้คอมพิวเตอร์ไปอ่านโพสต์ ไปดูคลิปในโลกอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ฯลฯ แล้วเอามาเปรียบเทียบกับ BIG DATA ที่มีอยู่เพื่อดูว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ ถ้าเป็น Fake News ระบบก็จะเตือนผู้รับผิดชอบให้รับรู้และแก้ไข วันไหนที่คอมพิวเตอร์คิดและทำงานแทนคนได้ วันนั้นแหละที่เราเรียกมันว่าเป็น AI ปัญญาประดิษฐ์

จุดเป็นจุดตายของเราก็คือคอมพิวเตอร์จะต้องเข้าใจและเก่งภาษาไทยเสียก่อนเราถึงจะสามารถต่อสู้กับ Fake News แบบ FBI CIA หรือประเทศอื่น ๆ ได้ แต่วันนี้คอมพิวเตอร์ยังเข้าใจภาษาไทยน้อยมาก ๆ แม้จะมีบางหน่วยงานสอนกันอยู่ แต่คอมพิวเตอร์เพิ่งจะเข้าใจภาษาไทยเพียง 40,000 คำจาก 4 ล้านคำ ดังนั้นไทยจึงยังไม่มี BIG DATA มีแต่ Data Base ที่ใหญ่และไม่ได้จัดระเบียบ เอามาใช้ได้แต่ใช้เวลานานมากไร้ประสิทธิภาพ เมื่อคอมพิวเตอร์ยังไม่เข้าใจภาษาไทยก็จะไม่สามารถไปเฝ้าดูโพสต์หรือคลิปวิดีโอได้ ดังนั้นระบบเฝ้าระวัง Fake News ของไทยจึงยังต้องใช้ “คน” เฝ้าดูหรือคอยจนเป็นไวรัลไปแล้วจึงจะรู้ แม้จะมีซอฟต์แวร์ประเภท Social Listening ที่ภาคธุรกิจเอาไว้ใช้ฟังว่าโลกโซเชียลพูดถึงบริษัทอย่างไรบ้างจะได้ปรับกลยุทธ์การตลาดให้ตรงใจผู้บริโภค แต่ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ก็เล็กและไร้ประสิทธิภาพเกินกว่า จะเอามาใช้ต่อสู้กับ Fake News ได้ โลกเขาไม่ใช้กัน ที่สำคัญเรื่องความมั่นคงของชาติที่โดน Fake News เล่นงานนั้นเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อนเกินกว่า Social Listening จะรับมือได้อย่างแน่นอน.

............................................
เกษมสันต์ วีระกุล.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 49