อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

ทรัมป์เปิดแนวรบใหม่ เพื่อเป็นใหญ่ในอาร์กติก

การที่ดินแดนแห่งหนึ่งมีสถานะเป็น “อาณานิคม” ของรัฐที่มีอิทธิพลมากกว่า ทยอยสิ้นสุดด้วยการได้รับอิสรภาพหลังสงคราม โลกครั้งที่สองยุติ ส่งผลให้เกิดรัฐเอกราชใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก ยังมีประเทศตะวันตกหลายแห่งมี “เขตบริหารพิเศษ” และ “เขตปกครองตนเอง” อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น.


การที่ดินแดนแห่งหนึ่งมีสถานะเป็น “อาณานิคม” ของรัฐที่มีอิทธิพลมากกว่า ทยอยสิ้นสุดด้วยการได้รับอิสรภาพหลังสงคราม โลกครั้งที่สองยุติ ส่งผลให้เกิดรัฐเอกราชใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก แม้ยังมีประเทศตะวันตกหลายแห่งมี “จังหวัดโพ้นทะเล” “ดินแดนโพ้นทะเล” “เครือรัฐ” หรือแม้แต่ “เขตบริหารพิเศษ” และ “เขตปกครองตนเอง” แล้วแต่จะเรียกกัน แต่ดินแดนเหล่านี้มีเสรีภาพและมีสิทธิมีเสียงในการบริหารกิจการภายในของตัวเองมากขึ้นกว่าในอดีต อาทิ การเลือกตั้งท้องถิ่นของหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ และดินแดนยิบรอลตาร์ ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ส่วนการสิ้นสุดความเป็นจักรวรรดิบริติช “อย่างเป็นทางการ” เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว นั่นคือการที่สหราชอาณาจักรส่งมอบเกาะฮ่องกงกลับคืนสู่จีน เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2540
 
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน ไม่เคยปิดบัง “ความชื่นชอบส่วนตัว” ที่มีต่ออดีตประธานาธิบดีแอนดรูว์ แจ็กสัน ผู้นำสหรัฐคนที่ 7 ถึงขั้นมีภาพเขียนของแจ็กสันติดอยู่บนกำแพงภายในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าทรัมป์คือ “ทายาทการเมือง” ของแจ็กสัน ด้วยแนวคิดที่เรียกว่า “แจ็กโซเนียน” ซึ่งโดยรวมก็คือการอาจลดการมีปฏิสัมพันธ์ร่วม    กับชาวโลกไปบ้าง เพื่อเป้าหมายสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่อเมริกาจากภายใน แต่พร้อมตอบโต้ด้วย “มาตรการรุนแรงขั้นสุด” กับประเทศใดก็ตามที่หาญกล้าท้าชนกับสหรัฐ และกลยุทธ์ข่มขู่ คุกคาม หรือแม้แต่กรรโชกกับประเทศที่เป็นปรปักษ์ ซึ่งทรัมป์บูรณาการยุทธวิธีดังกล่าวจากการใช้ในธุรกิจมาใช้ในทางการเมืองระหว่างประเทศ จนเกิดเป็นนโยบายเฉพาะตัวในแบบของทรัมป์ ที่อาจดูเหมือนหลุดโลกและเป็นเรื่องที่หลายคนมองว่า “ตลกสิ้นดี” แต่ดูเหมือนในหลายกรณีทรัมป์จะมองอีกด้าน หรือคิดข้ามไปล่วงหน้าเสมอ


       
ข่าวเรื่อง “ความสนใจ” ของทรัมป์ในการซื้อเขตปกครองตนเองกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยอาณาเขตประมาณ 2 ล้านตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่เหนือสุดของมหาสมุทรอาร์กติก เมื่อมีกระแสออกมาในช่วงแรกแน่นอนย่อมเรียกเสียงฮือฮาจากหลายฝ่ายว่าคงเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะตอนนี้เป็นเรื่อง “ล้าสมัย” ไปแล้ว ที่จะมาขอซื้อดินแดนกันเหมือนซื้อของกันแบบนี้ แต่สำหรับทรัมป์ผู้ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสหรัฐตลอดเวลา ซึ่งมีอดีตผู้นำสหรัฐซื้อดินแดน “ครั้งสำคัญ” มาแล้ว 2 คน คืออดีตประธานาธิบดีโธมัส เจฟเฟอร์สัน อดีตผู้นำคนที่ 3  ซื้อรัฐลุยเซียนาจากฝรั่งเศส เมื่อปี 2346 และข้อตกลงซึ่งเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดคือการที่อดีตประธานา ธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ผู้นำคนที่ 17 ซื้ออะแลสกาจากจักรวรรดิรัสเซียเมื่อปี 2410 โดยจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งรัสเซีย ทรงประกาศขายดินแดนอะแลสกา ซึ่งเป็นผลจากความสูญเสียในสงครามไครเมีย ที่เป็นการสู้รบกันเองระหว่างมหาอำนาจยุโรป หลังการเสื่อมถอยของจักรวรรดิออตโตมัน เนื่องจากอะแลสกาอยู่ไกลจากแผ่นดินใหญ่รัสเซียมาก และมีทะเลแบริงคั่นกลาง เพิ่มความเสี่ยงเกิดการสูญเสียอีกหากจักรวรรดิบริติชยกทัพเข้ามา หรือแม้แต่ประเทศอื่น
      
นอกจากนั้น สงครามไครเมียส่งผลให้จักรวรรดิรัสเซียสูญเสียงบประมาณไปมาก กอปรกับที่สหรัฐสิ้นสุดสงครามการเมืองพอดีและทราบข่าวดังกล่าว รัฐบาลวอชิงตันจึงไม่ลังเลที่จะเจรจากับจักรวรรดิรัสเซียเพื่อขอซื้อดินแดนน้ำแข็งซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1.5 ล้านตารางกิโลเมตร และตกลงกันได้ในราคาสุดท้าย 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 221.58 ล้านบาท ) การซื้ออะแลสกาไม่เพียงแต่เป็นการขยายอาณาเขตของสหรัฐ แต่ยังถือเป็นการตัดสินใจที่คุ้มทุนอย่างมาก เพราะถือเป็นการปักหมุดของสหรัฐในภูมิภาคอาร์กติกอย่างเป็นทางการ รัฐอะแลสกากลายเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของสงครามเย็น ด้วยความหวั่นเกรงว่าสหภาพโซเวียตอาจเปิดปฏิบัติการทางทหารทวงคืนดินแดนที่เคยเป็นของตัวเองมาก่อน รัฐอะแลสกาจึงเต็มไปด้วยฐานทัพ ศูนย์ปฏิบัติการทหาร ฐานยิงขีปนาวุธ
        

    
อีกทั้งว่ากันว่าลึกลงไปใต้ทะเลน้ำแข็งยุคนั้น ยังมีเรือดำน้ำติดขีปนาวุธของทั้งสองประเทศมหาอำนาจป้วนเปี้ยนดูเชิงกันอยู่ตลอดเวลา และตอนนี้อาจกำลังเกิดสถานการณ์แบบนี้ก็ได้ เมื่อทรัมป์ประกาศ “ความสนใจ” ต่อเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก แม้ในเบื้องหน้าผู้นำสหรัฐกล่าวว่าเขามีความสนใจต่อกรีนแลนด์ในเชิงอสังหาริมทรัพย์ตามมุมมองของการเป็นอดีตนักธุรกิจ และทรัพยากรของกรีนแลนด์ที่ยังอุดมสมบูรณ์ในทุกด้าน
 
แม้ทั้งรัฐบาลกลางในกรุงโคเปนเฮเกนและรัฐบาลท้องถิ่นกรีนแลนด์ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ในความเป็นจริง “ความร่วมมือ” ระหว่างสหรัฐกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ไม่จำเป็นถึงขั้นเป็น การซื้อเกาะก็ได้ เพราะทางการกรีนแลนด์ยินดีเจรจาและลงทุนร่วมกับภาครัฐและเอกชนของทุกประเทศ จึงสามารถตีความได้ว่า การยกประเด็นการลงทุนอาจเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะทรัมป์และทีมงานอาจมองข้ามไป “ไกลกว่านั้น” ปัจจุบันหมู่เกาะแฟโรเป็นเขตปกครองตนเองแห่งเดียวของเดนมาร์กที่เจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับรัสเซีย เดนมาร์กยังปฏิเสธร่วมโครงการเพิ่มการติดตั้งระบบเรดาร์และ    ระบบป้องกันขีปนาวุธจากรัสเซียตามแนวทางขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ทราบกันดีว่าเป็นองค์กรอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ ที่แม้มีฐานทัพตั้งอยู่บนกรีนแลนด์ตามข้อตกลงระดับทวิภาคีเมื่อปี 2494
        
นอกจากนั้น ต่อให้รัสเซียไม่แสดงท่าทีอย่างเปิดเผยมากนักต่อความพยายามของทรัมป์ในการซื้อเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นที่เปิดเผย 2 สัปดาห์หลังทั้งสองประเทศต่างถอนตัวออกจากสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ที่ลงนามร่วมกันเมื่อปี 2530 ซึ่งเป็นช่วงปลายสงครามเย็นและปลายยุคสหภาพโซเวียต ว่าด้วยการควบคุมการผลิตขีปนาวุธ แต่แน่นอนว่ารัฐบาลมอสโกไม่อาจอยู่เฉยในเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะชัดเจนแล้วว่า สหรัฐต้องการขยายแผนยุทธศาสตร์ในแถบอาร์กติก เพื่อขยับให้ประชิดรัสเซียมากขึ้น.

.......................................
ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 64