อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

"ภาวะซึมเศร้า" และ "โรคซึมเศร้า" ตอนที่ 2

นายแพทย์ธีระ ลีลานันทกิจ รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ให้ความรู้เชิงแนะนำสำหรับประชาชนไว้ดังนี้ อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 เวลา 08.50 น.

ทำอย่างไร เราจะรู้ได้ว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า?

โรคซึมเศร้าเป็นโรคของความผิดปกติทางอารมณ์ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงซึ่งทำให้เกิดโรคซึมเศร้า แต่เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยหลาย ๆ ด้านทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทางด้านร่างกายเชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ โรคทางร่างกายบางโรค และความไม่สมดุลของสารสื่อประสาท เช่น สารเซโรโทนิน นอร์อีพิเนฟริน โดปามิน เสียสมดุล ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า เราจะรู้ได้ว่าเราเป็นโรคซึมเศร้าจากอาการต่าง ๆ ที่หลากหลาย ดังต่อไปนี้คือ หงอย ซึม ท้อแท้ เบื่อไม่อยากทำอะไร ไม่สนุกกับกิจวัตรประจำวันที่เคยชอบมาก่อน นอนหลับยาก นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ บางรายก็หลับมากไปหลับเกือบ

ทั้งวันติดต่อกันเป็นหลายวัน หรือเป็นอาทิตย์ทำให้เสียงาน บางรายถึงขนาดถูกออกจากงาน ห่วงกังวล ร้องไห้ง่าย สมาธิไม่ดีมักจะบ่นว่าขี้ลืม ซึ่งที่จริงเกิดจากสมาธิไม่ดีไม่ใช่โรคหลงลืมบางคนเรียกว่าโง่เทียม ๆ คิดช้า พูดช้า บางรายหงุดหงิดกระวนกระวาย รู้สึกว่าตนเองไร้ค่า คิดแต่สิ่งไม่ดีส่วนความดีของตนเองที่เคยทำมามากมายหายไปจากความทรงจำ ไม่อยากได้ใคร่มีเหมือนคนอื่น (ไม่อยากได้แก้วแหวนเงินทองหรือตำแหน่งหน้าที่การงาน พอรักษาโรคซึมเศร้าหายก็จะมีความอยากได้อยากเป็นกลับมาปกติเหมือนเดิม) บางรายเป็นมากถึงขนาดคิดฆ่าตัวตายหรือไม่อยากมีชีวิตต่อไป เบื่ออาหารทำให้น้ำหนักตัวลด บางรายกินมากไปทำให้อ้วนขึ้นเร็วมาก ความรู้สึกทางเพศลดลง ทำให้บางรายเกิดความเข้าใจผิดจากคู่สมรสคิดว่า คู่สมรสของตนที่เศร้ามีปัญหานอกใจหรือปันใจให้คนอื่นทำให้เกิดการทะเลาะ มีปากเสียงกัน บางรายถึงขนาดทำร้ายร่างกายกันจนเสียชีวิต บางรายท้องผูกเคยมีผู้ป่วยที่เกิดอาการท้องผูกก็จะคิดฆ่าตัวตาย การเคลื่อนไหวช้าลง อาการเหล่านี้จะเป็นอยู่เกือบทั้งวัน ติดต่อกันถึง 2 อาทิตย์ ถ้ามีอาการดังกล่าวข้างต้น 2–3 อาการแต่ยังคงทำกิจวัตรได้ตามปกติจัดว่าเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงขั้นต่ำ ถ้ามีอาการ 4 อาการขึ้นไปและมีความยากมากในการทำกิจวัตรประจำวัน จัดว่าเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงขั้นปานกลาง หากมีอาการหลายอย่างข้างต้น รู้สึกไร้ค่า มีความคิดฆ่าตัวตายด้วย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ จัดว่าเป็นโรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง ส่วนมากผู้ป่วยซึมเศร้าจะมาพบแพทย์ด้วยเรื่อง นอนไม่หลับ หรือหลงลืมง่าย บางรายร้องไห้ง่าย คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเกิดจากสารสื่อประสาทผิดปกติไม่ใช่เกิดจากจิตใจที่อ่อนแอ



ท่านจะสังเกตได้อย่างไรว่าเราและคนรอบข้างของเรามีภาวะซึมเศร้า?

เราสังเกตได้จากพฤติกรรม ความคิด และอารมณ์ ซึ่งเปลี่ยน แปลงไปจากเดิมพฤติกรรมของคนที่มีภาวะซึมเศร้าจะแยกตัวไม่ค่อยเพลิด เพลินกับกิจกรรมที่เคยทำอยู่ประจำไม่ค่อยพูดคุยกับคน เวลาพูด พูดช้า เสียงเบาบางรายที่มีอาการกระวนกระวายจะอารมณ์เสียเกรี้ยวกราด ด่าคนได้ง่าย กลางคืนนอนไม่หลับ ซึ่งพบได้ตั้งแต่หลับยากน้อย ๆ ไปจนถึงไม่หลับทั้งคืน จำเป็นต้องใช้ยาช่วย ส่วนมากภาวะซึมเศร้าจะนอนไม่หลับแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ บางรายชอบตื่นตีสามตีสี่แล้วหลับยากหรือนอนไม่หลับ ตอนเช้ามักจะไม่อยากตื่นเพราะไม่อยากรับรู้กับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เบื่ออาหารไม่ค่อยกินอาหาร บางรายกินมากไป เวลาเดินมักจะเดินช้าก้มหน้ามองดูพื้น ท่านั่งของคนที่มีภาวะซึมเศร้า จะนั่งเอาหัวก้มต่ำโน้มเอียงไปข้างหน้า หัวไหล่สองข้างจะโน้มไปข้างหน้าดูเหมือนคนหลังค่อม แขนสองข้างจะแนบชิดกับลำตัวซึ่งจะทำให้ลำตัวเอียงไปข้างหน้า กรณีผู้บริหารมีภาวะซึมเศร้าสังเกตได้จากเวลาเดินจะก้มหน้าดูพื้น ไม่สนใจการแต่งกายเท่าที่ควร ปล่อยให้ผมเผ้าเป็นกระเซิงหวีผมไม่เรียบร้อย ใส่เสื้อและกางเกงที่ยับไม่สนใจว่าเสื้อหรือกางเกงจะรีดเรียบหรือไม่

ความคิด คิดช้า มักพูดถึงเรื่องลบว่ามีความเบื่อ เซ็ง ท้อแท้ ความจำไม่ดี อยากไปจากโลกนี้ หรือบางรายพูด และเขียนจดหมายสั่งเสีย แบ่งสมบัติ หรือในทำนองว่าจะจากโลกนี้ไป

อารมณ์ เบื่อเศร้า ร้องไห้ง่าย รู้สึกหดหู่ บางรายกระวนกระวาย ถ้าเรามีภาวะซึมเศร้า เราจะบำบัดรักษาตัวเองและคนรอบข้างที่เป็นภาวะซึมเศร้าได้อย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องทราบว่าภาวะซึมเศร้าเกิดจากหลายสาเหตุ และสารสื่อนำประสาทที่ไม่สมดุล ทุกคนมีโอกาสมีสิทธิที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าได้ ซึ่งไม่ต้องไปอายว่าเกิดจากจิตใจที่อ่อนแอ และส่วนใหญ่ภาวะซึมเศร้ารักษาให้หายได้

การบำบัดรักษาตัวเราและคนรอบข้างที่เป็นภาวะซึมเศร้า ประกอบด้วย การบำบัดรักษาทางร่างกาย จิตใจ และสังคมแวดล้อม



การบำบัดรักษาทางร่างกาย

1. รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่และนอนให้เป็นเวลา

2. ให้รักษาโรคทางร่างกายที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้ากับอายุร แพทย์ร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ

3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

4. รักษาด้วยยาแก้ซึมเศร้าสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง (กรณีต้องรักษาด้วยยา)

การบำบัดทางจิตใจ

1. พูดคุยกับเพื่อนและคนในครอบครัวเท่าที่จะคุยได้ เล่าความในใจให้คนสนิทฟัง

2. พูดคุยกับคนที่ท่านไว้วางใจ พูดเท่าที่พูดได้ พูดเรื่องทั่วไปก็ได้ อย่างน้อยก็ทำให้ไม่เหงา ถ้าท่านมีคนที่ไว้วางใจ และเข้าใจท่านดีก็อาจพูดคุยถึงรายละเอียดของปัญหา อาการซึมเศร้า หลายคนรู้สึกดีขึ้นหลังจากได้พูดคุยถึงปัญหาและอารมณ์เศร้า

3. ทำใจกับภาวะซึมเศร้าว่าเป็นภาวะที่สามารถเกิดได้กับคนทุกคน

4. ปรับความคิดใหม่ว่าความคาดหวังอาจไม่ได้เป็นไปตามที่ใจคิด



การบำบัดทางสังคมแวดล้อม

1. ฟังเพลง ฟังข่าว ทำให้รู้คิดกว้างไกล

2. ออกกำลังกายตามสภาพร่างกายของแต่ละคนอย่างสม่ำ เสมอ

3. รดน้ำต้นไม้ ดูความเจริญงอกงามของต้นไม้นานาชนิด

4. ทำงานบ้านหรือทำงานอดิเรกอะไรก็ได้ที่ใจชอบ ทำแล้วสบายใจได้มีการเคลื่อนไหว รับแสงแดด รับอากาศบริสุทธิ์

5. ไปมาหาสู่ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงอย่างสม่ำเสมอ

6. ทำกิจกรรมที่เคยทำแล้วมีความสุข คิดดี ทำดี พูดด้วยวาจาไพเราะ

ถ้าเราบำบัดรักษาตัวเราเองและคนรอบข้างแล้ว ภาวะซึมเศร้ายังไม่ดีขึ้น หรือเบื่อชีวิตก็อาจให้การบำบัดรักษาต่อไปโดย

1. ไปพบแพทย์ จิตแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา หรือบุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือได้ทันท่วงที และเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการรักษา โดยแพทย์จะพิจารณาให้การรักษาด้วยยาแก้ซึมเศร้า ซึ่งยาจะช่วยปรับสภาพสารสื่อประสาทให้กลับมาอยู่ในสมดุล จะทำให้อาการหลากหลายของภาวะซึมเศร้าดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันมียาแก้ซึมเศร้าที่ดีมีประสิทธิภาพสูง ควรใช้ยาภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

2. หากยังคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรืออยากทำร้ายตัวเอง ให้รีบไปขอความช่วยเหลือจากบุคลากรสาธารณสุขโดยด่วน ซึ่งจะได้ปรับให้การรักษาที่เหมาะสม

3. ให้มีความหวังว่าการได้รับการดูแลรักษาที่ถูกวิธี จะทำให้อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และหายได้.

----------------------------------
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31