อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ร้อยเวรอ่านจม.แผ่นนั้น เขียนลาทำไมต้องฆ่ายกครัว4ศพ

สัปดาห์นี้เล่าเรื่องราวหนุ่มนักธุรกิจกับความล้มเหลวที่เรียกว่า “เจ๊ง” ตัดสินใจฆ่ายกครัว 4 ศพยุติปัญหา ทิ้งไว้เพียงจดหมายลาตายบอกเหตุที่ทำลงไป พุธที่ 28 สิงหาคม 2562 เวลา 14.00 น.


ร้อยตำรวจเอกถือสมุดร้อยเวรเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง หลังจากเพื่อนบ้านได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแล้วแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ สายตรวจมาดู บ้านไม่ได้ล็อก จึงเดินเข้าไปในตัวบ้าน มือกระชับจับปืนไว้แน่นตามหน้าที่ ซึ่งได้รับการฝึกมา

เพื่อนบ้านพลเมืองดีเดินตามมาถึงหน้าบ้าน มือกอดอกด้วยความหวาดกลัว

สายตรวจหันมาถาม “ชั้น 2 เหรอ”

พลเมืองดีพยักหน้า ร่างในตัวสั่นสะท้าน

สิบตำรวจเอกเดินขึ้ชั้น 2 อย่างแช่มช้า เมื่อเปิดประตูห้อง ก็ถึงกับอ้าปากค้าง

“แจ้งร้อยเวรเลย” สิบตำรวจเอกบอกสิบตำรวจตรี ก่อนจะเบือนหน้านี้



4 ศพนอนเรียงกันบนเตียงนอน

ร้อยตำรวจเอกมาดู แอร์ยังคงเย็นฉ่ำ แต่ร่างทั้ง 4 ไร้ชีวิตแล้ว ปืนขนาด 9 มม. ยังอยู่ในมือพ่อ เขามองจุดเกิดเหตุ แล้วกลืนน้ำลาย

สันนิษฐานว่า พ่อน่าจะยิงลูกสาวคนเล็กวัย 4 ขวบก่อน แล้วยิงลูกชายคนโตวัย 6 ขวบ

เด็กกำลังน่ารักทีเดียว จากนั้นพ่อก็ยิงแม่ตาย

ก่อนที่พ่อจะลงนอนข้างๆ แล้วเอาปืนยัดปาก ลั่นไก่ดับชีวิต

4 นัดด้วยกัน ตรงกับที่เพื่อนบ้านได้ยิน เสียงปืนนั้นดังสนั่นจนสะท้านเข้าไปในหัวใจ

บ้านไม่มีร่องรอยการต่อสู้

พบจดหมายลาตาย



ร้อยตำรวจเอกใส่ถุงมือสีฟ้า แล้วหยิบมาดู อ่านคร่าวๆ แล้วน้ำตาแทบร่วง

“ผมขอโทษ แต่ธุรกิจที่เริ่มทำมามันมีปัญหา ขาดทุนย่อยยับ นอนคิดก่ายหน้าผากมาหลายวันแล้ว สู้เต็มที่ สู้สุดๆ แล้ว แต่ไม่ไหว ทำไมมันลงเอยแบบนี้ได้ สู้ไม่ไหวแล้ว ผมขอโทษด้วย แต่เหนื่อยมาก ไม่ไหวแล้ว ไม่อยากให้ใครต้องลำบาก อยากจะมีชีวิตที่ดี จึงไม่อยากทิ้งใครให้เป็นภาระ บาปกรรมครั้งนี้ขอรับผิดชอบคนเดียว”

คนตายนั้นเหมือนคนหลับ

มีเพียงคราบเลือดเท่านั้นที่ชี้ว่า ห้องนี้คือ ห้องสังหาร

ก่อนตายแม่คงกอดลูกไว้แน่น น้ำตาไหลพราก ก่อนจะถูกลั่นไก่ คนพ่อก็เช่นกันน้ำตาไหลพราก ยังเห็นคราบน้ำตา เด็กมันไม่รู้อะไร พ่อกับแม่คงให้กินยานอนหลับผสมในน้ำหวาน หลับไปอย่างน่ารัก ก่อนจะถูกปลิดชีพ

ถ้าเด็กมันตื่นมาได้ มันคงจะได้เห็นครอบครัวพร้อมหน้า ในโลกหน้าที่ดีกว่านี้กระมัง ร้อยเวรครุ่นคิด

จากการสอบปากคำเพื่อนบ้าน พบว่าครอบครัวนี้น่ารัก ทำธุรกิจร้านอาหาร มีน้ำใจนิสัยดี เป็นเพื่อนบ้านในฝันเลย มาครึ่งทศวรรษนี้เองที่เริ่มมีปัญหา น่าจะตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมา แต่พ่อก็ยังกัดฟันสู้ หวังว่าชีวิตลูกจะต้องดีขึ้น



มันเป็นการต่อสู้ของมนุษย์คนหนึ่ง 5 ปีที่พยายามยื้อลาก ในที่สุดมันก็ไม่ไหว ธุรกิจเจ๊ง ไม่อาจหาเงินทุนมาโปะได้ ธนาคารใจร้ายไม่เคยเห็นใจ เงินหมด ทุกอย่างหมุนไม่ทัน กลับสู่ความจริง บ้านกำลังจะโดนยึด รถกระบะตรงหน้าก็กำลังจะโดนยึด

สอบสวนเพื่อนฝูงที่หลั่งน้ำตาหลังจากทราบเรื่องบอกว่า ทางพ่อนั้นเป็นนักสู้ เพชรที่ว่าแข็ง ยังไม่เท่าหัวใจคนเป็นพ่อ

“แต่มา 3-4 เดือน มันบอกเหนื่อยมากสู้ไม่ไหวแล้ว พรุ่งนี้ยังไม่รู้จะกินอะไรดี มองดูลูกอยากได้นั่นได้นี่ เสียใจที่หาเงินซื้อไม่ได้ ไม่อยากให้ลูกลำบากเลย ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้”

ญาติเพื่อนฝูงต่างร่ำไห้ที่โรงพัก ช่างเป็นภาพที่อนาถใจยิ่งนัก โรงพักสถานที่รับเรื่องร้องทุกข์ ไม่เคยมีวันไหนที่จะเศร้าสร้อยได้ขนาดนี้



ร้อยเวรสอบปากคำ หลักฐานทุกอย่างสรุปไปทางฆ่าตัวตาย เขาปิดคดีอย่างเศร้าซึม สำนักข่าวต่างนำเสนอข่าว และมีพวกเกรียนคีย์บอร์ดมาระดมด่า หาว่าการฆ่าตัวตายบาปหนา ทำไมไม่สู้ อ่อนแอ

ร้อยเวรเลิกเล่นเน็ต เก่งหน้าจอ ใจร้ายชะมัด เขาไม่อยากรับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น เขาออกเวรกลับบ้าน สูบบุหรี่ที่เลิกไปนานแล้วอีกครั้ง มองทุกอย่างรอบตัว แล้วก็เห็นจดหมายของพ่อที่เขียน มันติดมือเขากลับมานี้ด้วย

ร้อยเวรหยิบมันมาอ่านอีกครั้ง แล้วนั่งลง ไม่พูดอะไร พับจดหมายลาตายเก็บไว้ พรุ่งนี้จะเอาไปเก็บที่โรงพัก

เขาถือมันอยู่นาน ขณะที่บุหรี่ลามเลียไหม้ไปเอง

เปิดทีวีก็เห็นข่าวฆ่าตัวตาย ทำไมเพื่อนร่วมชาติถึงลำบากขนาดนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันวะ

โทรศัพท์ดังขึ้น ร้อยเวรรับ

“พรุ่งนี้จะไปงานศพเปล่า” ร้อยเวรพยักหน้าก่อนวางสาย เขานึกขึ้นได้ 2 วันก่อนเพื่อนตำรวจก็พึ่งยิงตัวเองตาย เขาขยี้บุหรี่ลงสักที่

แล้วเปิดอ่านจดหมายนั้นอีกครั้ง ก่อนจะพับเก็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อของตัวเอง

พรุ่งนี้ค่อยเอาไปคืนที่โรงพัก เขาย้ำกับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะจุดบุหรี่มวนใหม่สูบอีกสักตัว.
.....................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    24%
  • ไม่เห็นด้วย
    76%

บอกต่อ : 141