อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ชื่นชม"โรงเรียนต้นแบบ" สร้างยุวเกษตรเลี้ยงวัวขาย

โรงเรียนต้นแบบพัฒนานักเรียน สร้างยุวเกษตรวัยใสเลี้ยงวัวหลากสายพันธุ์ขายสร้างรายได้ จบยังนำไปปรับใช้เป็นอาชีพ-แถมนำรายได้เป็นกองทุนให้เด็กเรียนดีแต่ยากจนเป็นทุนค่าเทอมในระดับอุดมศึกษา เสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ต้องบอกว่าย่ำแย่ไปตาม ๆ กันสำหรับเศรษฐกิจยุคนี้ รัฐบาลเองก็แก้ไขปัญหาเต็มที่แจกจ่ายเงินให้คนเที่ยวไทยก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือป่าว...หากไม่ได้ผลคำตอบสุดท้ายหนีไม่พ้นขึ้นภาษีต่าง ๆ เชื่อเหอะ...ถามว่านโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอให้กระทรวงการคลังปรับโครงสร้างภาษี ให้มีการจัดเก็บภาษีบริษัทต่างประเทศชาติรายใหญ่ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย อาทิ เฟซบุ๊ก,ไลน์ ,กูเกิล แต่เม็ดเงินไม่เคยกระจายไปสู่ประชาชนฐานราก ที่สำคัญแพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่เคยเสียภาษีเข้ามาพัฒนาประเทศไทยเลย

นโยบายนี้หายไปไหน...ใครช่วยสานต่อด้วย...เงินมากมายมหาศาลที่ประเทศเราต้องได้ มันจะใหญ่มาจากไหน...อย่าไปกลัวมัน สื่อรูปแบบเก่าทั่วโลกพังไม่เป็นท่าเพราะอะไรคงรู้กันดี สื่อรูปแบบใหม่เองอย่ามองข้าม เรื่องนี้ฝากถึงรัฐบาล และสมาคมสื่อฯต่าง ๆ ออกมามีบทบาท-ต่อสู้เพื่อประเทศชาติ และสื่อไทยบ้าง มันเป็นงาน-เป็นหน้าที่ของพวกท่านมิใช่เหรอ อย่ามัวแต่โลกสวยไปวัน ๆ

พูดถึงเรื่องงานหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม เราเก่ง-เราถนัดด้านนี้โดยตรง เคยมีผู้ใหญ่คนหนึ่งถามว่า ทำไมรัฐไม่ดึงจุดเด่นเรื่องการเกษตรมาพัฒนาให้ไทยเป็นอันดับ 1 ของโลก เปิดมหาวิทยาลัยข้าวไทย มหาลัยฯยางพารา-ทุเรียนไทย ฯลฯ ครูก็เอาพวกเกษตรกรเก่ง ๆ นี่แหละมาสอน...สอนให้ไทยติดที่ 1 ปลูกข้าวเก่งที่สุดในโลก ทุเรียนอร่อยที่สุดในโลก เลี้ยงสัตว์ดีที่สุดในโลก บอกเลยว่าทำได้ โดยเปิดสอนอาชีพเกษตรตั้งแต่เขายังเป็นเด็กนักเรียนจะดีมาก ๆ



เช่นเดียวกับโรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก ต.ตาคง อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ขึ้นกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 (สุรินทร์) เป็นโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 ที่น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของรัชกาลที่ 10 มุ่งเน้นสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนมีชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพตอนที่จบการศึกษาได้อย่างน่าชื่นชม ไปดูกันว่าโรงเรียนฯมีโครงการฯดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องอะไร

สุรพงษ์ รัตนโคตร” ผอ.โรงเรียนตาคงวิทยาฯ บอกว่า ที่นี่เปิดสอนตั้งแต่ม. 1- ม.6 มีคณะครู-บุคลากรทางการศึกษา 32 คน นักเรียน 341 คน โรงเรียนฯได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา รัชกาลที่ 10 ด้านทักษะอาชีพสู่ผู้เรียนที่หลากหลาย เช่น ด้านวิชาสามัญ(โครงการ สสวท.) ด้านเทคโนโลยี ด้านอุตสาหกรรม เปิดหลักสูตร ทวิศึกษา (สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และไฟฟ้ากำลัง) ด้านเกษตรกรรม (พืช : ข้าวนาถุง พืชผักตามฤดูกาล และสัตว์ : ฟาร์มโคเนื้อ เลี้ยงแพะ เลี้ยงหนูพุก ปลาในกระชัง แปลงหญ้า การลดต้นทุนการผลิตอาหาร และการตลาด) ด้านคหกรรม (กาแฟ&เบเกอรี่ เค้กกล้วยหอม) เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และมีงานทำด้วย



ทำฟาร์มโคเนื้อคงวิทย์ฯขึ้นประมาณ 1 ปีกว่า ให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะวิชาชีพ เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตหลังจากจบการศึกษา ภายในฟาร์มมีวัวหลากหลายสายพันธุ์รวมกว่า 32 ตัว ทั้งพ่อแม่พันธุ์และลูกวัวที่กำลังเติบโต ซึ่งเด็กนักเรียนได้เรียนรู้วิธีการผสมเทียมแบบธรรมชาติ-ให้อาหาร-การเลี้ยง สุดท้ายสามารถจำหน่ายวัวให้กับพ่อค้าคนกลางที่ติดต่อรับซื้อทุกเดือน รายได้ส่วนหนึ่งจะเก็บไว้เป็นกองทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน หลังจบการศึกษา เพื่อนำไปเป็นค่าเทอมเรียนต่อเทอมแรกในระดับอุดมศึกษาต่อไป”

ผอ.บอกอีกว่า โรงเรียนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของรัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของรัชกาลที่ 10 มาเป็นต้นแบบสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1 - ม.6 การจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เพื่อสร้างพื้นฐานให้กับผู้เรียนมีความมั่นคง มีคุณธรรม จริยธรรม มีงานทำมีอาชีพ ซึ่งทางโรงเรียนจัดแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะอาชีพมากมาย โดยเฉพาะฟาร์มโคเนื้อแล้วยังมีการเลี้ยงแพะ เลี้ยงปลาในกระชัง และเลี้ยงหนูพุก รวมถึงการปลูกหญ้าที่ใช้เป็นอาหารของสัตว์ในแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ โดยมีนักเรียนรับผิดชอบ



ทั้งหมดล้วนเป็นกรอบวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา เพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมเข้าสู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับของหลายประเทศที่เป็นผู้นำด้านการศึกษาของโลกเห็นพ้องกันกับแนวคิดสำคัญในศตวรรษที่ 21 เรื่องของจิตสำนึกต่อโลก ความรู้พื้นฐานการประกอบ สัมมาอาชีพ ความรู้พื้นฐานด้านพลเมือง สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม โลกกำลังเปลี่ยนแปลงคนที่มีความรู้ และทักษะจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้จึงจะประสบความสำเร็จ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จะช่วยให้นักเรียนสามารถ เรียนรู้ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา





ศิกษก พงสุวรรณ” นักเรียนม. 6/2 กลุ่มฟาร์มโคเนื้อ คงวิทย์ บอกว่า วัวที่เลี้ยงมี 5 สายพันธุ์ ให้อาหารเช้า-เย็น และอาหารเสริมเป็นกากมัน หมักยีสต์ เลี้ยงมาได้ 1 ปีครึ่
นอกจากจำหน่ายวัวแล้วยังสามารถขายมูลสัตว์ได้อีกด้วย และยังสามารถนำมูลสัตว์ไปใส่พืชผัก และหญ้าที่ปลูกไว้เป็นอาหารสัตว์ ใส่ต้นไม้ในโรงเรียน รวมทั้งข้าวนาถุงด้วย ส่วนรายได้จะนำไปช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ของโรงเรียน สำหรับวัวจะมีการขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆ พวกเราได้เรียนรู้ทักษะอาชีพต่าง ๆ ซึ่งนำไปปรับใช้ที่บ้าน ใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ ทั้งวิธีการขุนอย่างไรจึงจะได้ราคาดี และวิธีผสมพันธุ์ต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องสายพันธุ์ที่ผสม เพื่อให้ได้ราคาที่สูงขึ้นด้วย

นึกถึงเพลง มหาลัยวัวชน ของวงพัทลุง เราเด็กบ้าน ๆ เราเด็กเลี้ยงวัว ฯลฯ เยี่ยมครับ...ถือเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ นอกจากระบบการเรียนการสอนตามปกติแล้วยังสามารถส่งเสริมวิชาชีพให้เด็กได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างน่าชื่นชม...ฝึกการเรียนรู้ให้เขาซึมซับความเป็นเกษตรกรที่มันติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด สร้างให้เขาเก่ง เก่งในเรื่องที่ถนัด ชาตินี้ไม่มีวันอดตาย.
........................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ โดยนพรัตน์ กิ่งแก้ว เดลินิวส์ออนไลน์ จ.สุรินทร์


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 105