อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

'กาแฟ'ที่ใส่ความพยายาม ผ่านแง่คิดชีวิต'เด็กพิเศษ'

สัปดาห์นี้บุกถึงร้าน “ปัญญาคาเฟ่” ไปรู้จักบาริสต้ามือหนึ่ง “จิ้น-แตงโม” เด็กพิเศษที่พยายามเรียนรู้การทำกาแฟ ส่วน “น้องมิ้น” ผู้ช่วยทำความสะอาดร้าน และมีบริกรสุดหล่อ “พี่บอย” ชายผู้เปลี่ยนจุดด้อยเป็นจุดเด่น อาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.


ภาพบรรยากาศที่ชวนมองทำให้ใบหน้าขยับเป็นรอยยิ้มไปพร้อมกับเสียงหัวเราะจากเด็ก ๆ มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ภายในร้านปัญญาคาเฟ่ ถนนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เป็นภาพที่วันนี้เราได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสตัวตนและพูดคุยกับน้อง ๆ บาริสต้า พนักงานเสิร์ฟกาแฟ และผู้จัดการดูแลร้าน หลังที่ก่อนหน้านี้ถ้าใครยังจำได้ น้อง ๆ เด็กพิเศษกลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากผู้คนในโลกออนไลน์อย่างมาก

แต่กว่าเด็ก ๆ จะก้าวขึ้นมาอยู่ในจุด ๆ นี้ การใช้ชีวิตในแต่ละวันของพวกเขา มีเรื่องราวแฝงไปด้วยความพยายามและความอดทนที่แสดงออกมาผ่านความไม่สมบูรณ์ของธรรมชาติที่สร้างไว้ โดยทาง “ครูเป้” หรือ “ภิญญดา​ บุษปวนิช”​ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ​และครูฝึกสอนชงกาแฟ​ ผู้จัดการร้านปัญญาคาเฟ่ ครูผู้ที่รับรู้ถึงความพยายามของเด็ก ๆ และได้ถ่ายทอดให้เราได้ฟัง





หากใครที่ทำงานหรือมีธุระแวะเวียนผ่านมาละแวกนี้ ในช่วงเช้า ๆ ภาพที่คุณจะได้เห็นคือผู้คนเดินผ่านไปผ่านไปมาใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นถ้าสายตามองลอดผ่านกระจกของร้านกาแฟ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้ามูลนิธิฯ จะเห็นสาวน้อยคนหนึ่ง เธอกำลังพิถีพิถันในการปัดกวาด เช็ดโต๊ะ เก้าอี้ เช็ดกระจก จีบผ้าม่าน และทำความสะอาดร้าน เพื่อเตรียมร้านกาแฟไว้ตอนรับลูกค้าในตลอดทั้งวัน

“น้องมิ้น” หรือ ..สิตานัน เหล่าชำนาญกิจ อายุ 21 ปี เธอเป็นเด็กออทิสติกร่วมกับบกพร่องทางการเรียนรู้ ดังนั้นสมาธิของเธอจึงสั้นกว่าเด็กปกติ และมักจะทำอะไรอย่างรวดเร็ว จากขั้นตอนที่ 1 กระโดดไป 4 แล้วย้อนมาขั้นตอนที่ 2 หรือวนกลับไปขั้นตอนแรก แต่ก็สามารถถักไหมพรม ถ่ายเอกสาร ทำความสะอาด และพอมีความรู้พื้นฐานที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้



โดยเมื่อได้รับการฝึกฝนและเข้ามาทำงานที่ร้านปัญญาคาเฟ่ เมื่อช่วงต้นปี 62 ที่ผ่านมานั้น แม้ร่างกายเธอจะนอนดึกแค่ไหนก็ตาม เธอจะตื่นเช้ามาก ตั้งแต่เวลา 04.00 น. เพราะร่างกายคุ้นชินกับช่วงเวลานี้เสียแล้ว ซึ่งพ่อกับแม่ของเธอจะขับรถมาส่งจากบ้านพักย่านพระราม 2 และจะถึงร้านก่อนเวลา 06.00 น. เป็นเวลาไล่เลี่ยกับครูเป้ ก่อนจะมารับกลับบ้านอีกครั้งหลังเลิกงาน 16.30 น.

ส่วนผู้ที่เดินเข้ามาในร้านราว ๆ 08.00 น. จิ้น” หรือ นายถกลรัตน์ โปร่งสุวรรณ อายุ 28 ปี เป็นดาวน์ซินโดรม แต่เขาคือ “บาริสต้า” มือหนึ่งของร้านปัญญาคาเฟ่ โดยมีครูฝึกสอนคือ “ครูไก่-จินตนา นีซัง” ผู้ฝึกสอนตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งครูได้เล่าให้ฟังว่า จิ้นเป็นลูกชายคนโตของบ้าน มีน้องชายและน้องสาวอย่างละ 1 คน ในช่วงแรกเขาเรียนโรงเรียนร่วมกับเด็กทั่วไป แต่พัฒนาการเริ่มช้า จึงย้ายมาเรียนที่ รร.ปัญญาวุฒิกร ย่านประชาชื่น เป็นนักกีฬาปิงปอง และเปตองของโรงเรียน จนจบชั้นป.6 ทุกวันนี้ทำงานมาแล้ว 3 ปี



แรก ๆ เขาพยายามฝึกฝนชงเครื่องดื่มอย่างง่าย เช่น น้ำเขียวและน้ำแดงโซดา ต่อมาจึงฝึกฝนสิ่งที่ยากมากขึ้น อย่างชาดำเย็น หรือฝึกตีฟองนม ชงคาปูชิโน่ คาราเมล โรยผงโกโก้ หวานน้อยหรือเพิ่มความหวานจิ้นเขาจัดให้ได้ ที่สำคัญความพยายามอยากจะทำให้ได้เหมือนคนอื่น ๆ เขาใช้เวลาว่างฝึกเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยการเปิดวิธีทำจากยูทูบ

หลายคนอาจจะมองว่า...แค่ชงกาแฟไม่เห็นจะพิเศษหรือใช้ทักษะอะไรมากมาย แต่ลองคิดภาพตามดูว่า เด็กที่มีความบกพร่อง “ดาวน์ซินโดรม” คนหนึ่ง ซึ่งมีความพิเศษอยู่ในตัว เขาต้องพยายามมากกว่าหลายเท่าเพื่อให้ได้กาแฟที่ดีที่สุด และความพยายามนี่เองทำให้ลูกค้าแวะเวียนมาชิมฝีมือของบาริสต้าคนนี้ เพราะติดใจในรสชาติที่ใส่ความพยายามลงไปในทุก ๆ แก้ว จนต้องกลับมาซื้อซ้ำ กลายเป็นความรู้สึกที่ทุกคนต่างบอกว่า เป็นสิ่งที่หาได้ยากจากบาริสต้าทั่วไป

สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาของคนทั่วไป แต่การที่น้อง ๆ ได้รับคำชื่นชมจากคนปกติ มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับพวกเขา เพราะคำชื่นชมเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังใจให้กับเด็ก ๆ ได้อย่างมาก



ครูเป้ บอกอีกว่า “แรก ๆ ขายได้ 3 แก้วต่อวัน ตอนนี้ขายได้ประมาณ​ 30 แก้วค่ะ ช่วงที่กระแสมาแรงเคยได้วันละ​ 104 แก้ว​ จากนั้นกลาง ๆ วันละ 30-40 แก้วต่อวันค่ะ” ซึ่งในบางครั้งเมื่อเด็กได้ทำผิดพลาดหรือไม่ได้ดั่งใจ ก็จะแสดงอารมณ์อ่อนไหวออกมา ในฐานะครูเป้เป็นครูก็จะบอกวิธีแก้ไขว่าทำอย่างไร เมื่อเกิดปัญหาซ้ำ ๆ เขาก็จะเรียนรู้และจดจำเพื่อนำไปปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ จนสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ในที่สุด ซึ่งเมื่อเด็ก ๆ ทำได้ เขาจะแสดงความรักออกมาโดยการพุ่งเข้ามากอดเรา

ถัดจาก “จิ้น” คนที่จะเดินเข้าร้านกาแฟเป็นคนต่อมา คือ “พี่บอย” หรือ นายวีรยุทธ โล่ทองเพชร อายุ 54 ปี พนักงานเสิร์ฟ บริกรสุดหล่อของร้านประจำร้าน ที่จะเดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มที่ใส่แก้วของทางร้านไก่ทอดชื่อดัง เนื่องจากมูลนิธิฯ ได้รับบริจาคมา เขาเรียนจบเพียงชั้น ป.6 มีอาการของออทิสติก ความผิดปกติของสมองอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความบกพร่องของพัฒนาการเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสนใจ แม้จะเป็นขีดจำกัด แต่อีกหน้าที่คือ “ทอนเงิน” ให้กับลูกค้า เพราะเป็นคนเดียวที่มีทักษะการคำนวณ จากความมีระเบียบแบบแผนทำให้จุดด้อยทางขีดจำกัดกลายเป็นข้อดี ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างดีเยี่ยม



เห็นแบบนี้พี่บอยจะเดินทางมาด้วยตัวเอง โดยนั่งรถเมล์จากบ้านสองต่อมาลงป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามร้านปัญญาคาเฟ่ ถ้าวันไหนมาสายหน่อย หรือผิดจากเวลาปกติไป ความน่ารักของพี่บอยก็คือ เขาจะแสดงอาการหงุดหงิดออกมาให้เห็น เมื่อมาถึงก็จะบ่นว่า “ทำไมคนเยอะจัง มาสายเลยวันนี้” หรือบางครั้งเขาก็จะโทรมาบอกว่า “ครูเป้ครับ สายนะครับวันนี้” หรือวันไหนหยุดงานแต่นั่งรถเมล์ผ่าน ก็จะโทรศัพท์มาบอกว่า “ครูเป้ บอยนั่งรถเมล์ผ่านร้านนะครับ”

ส่วนอีกคน “น้องแตงโม” หรือ ..อินทิพร สิงห์พิจิตรพงษ์ อายุ 19 ปี ศูนย์ฝึกอาชีพปัญญาคาร ซอยพระแม่การุณย์ ต.บ้านไหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมี “ครูหญิง” หรือ ..วัชรา เหลือทรัพย์ ครูผู้สอนศูนย์ฝึกอาชีพปัญญาคาร เจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เล่าให้ฟังว่า ตนเข้ามาทำงานที่นี่และได้สัมผัสหัวใจอันอ่อนโยนของเด็ก ๆ ประมาณ 8 ปีแล้ว มีความรู้สึกรักพวกเขามาก



น้องแตงโม ตอนนี้เรียนจบชั้นม.3 แล้ว แม้มีความบกพร่องทางด้านออทิสติก และบกพร่องทางการเรียนรู้คล้ายกับ “น้องมิ้น” แต่ถ้าพูดถึงการเรียนรู้มีความรวดเร็วมาก ลูกค้าที่เดินเข้ามาอุดหนุนมักจะถามหาน้องแตงเสมอ ๆ โดยเฉพาะเมนู “คาปูชิโน่” เป็นที่ถูกใจของลูกค้าประจำ

สำหรับใครที่อยากแวะไปอุดหนุนน้อง ๆ ร้านปัญญาคาเฟ่เปิดเวลา 08.00-16.00 น. ซึ่งเครื่องดื่มทุกแก้วขอคิดราคา 40 บาท และถ้าคุณรู้เหตุผลว่า...ทำไมถึงต้องเป็นราคานี้ ??? คุณจะร้องอ๋อและเข้าใจในความน่ารักของเด็ก ๆ

โดยเหตุผลก็เนื่องจากว่า เด็ก ๆ มีทักษะการคำนวนไม่มาก ถ้าลงท้ายด้วยตัวเลข 5 อย่างแก้วละ 35 หรือ 45 บาท การทอนแบงก์ 100 หรือแม้แต่แบงก์ 50 นับเป็นเรื่องที่หินพอสมควรสำหรับเด็ก ๆ ก็ว่าได้ แต่หากเป็นตัวเลขกลม ๆ อาศัยการจดจำและเคยชินจำนวนแบงก์ที่จะทอนให้ลูกค้า เช่น ถ้าลูกค้าจ่าย 100 บาท ก็จะต้องหยิบแบงก์ 20 ทอนกลับคืนไปให้ลูกค้า รวม 3 ใบ แต่อย่างไรก็ตามครูเป้ก็จะคอยประกบและสอนทักษะให้อยู่เสมอ.


...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%