อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562

ผวา!!รายได้ภาษีแวตลด แนวโน้มคนว่างงานเพิ่ม

สัปดาห์นี้ไปดูรายได้การเก็บภาษีแวตลดลง สะท้อนเศรษฐกิจในประเทศกำลังออกอาการ เสี่ยงภาวะถดถอย แน้วโน้มคนว่างงานเพิ่มขึ้น จันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.


ทำเอาหลายคนออกอาการ...หวั่นวิตก!! หวาดผวา!!  กันเป็นแถว หลังจากได้ยินข่าวว่า ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต ในช่วงเดือนมิ.ย. และก.ค. ที่ผ่านมา “ติดลบ” ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง
 
ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต...เป็นภาษีทางอ้อมประเภทหนึ่งที่เรียกเก็บจากบุคคลที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการ โดยจัดเก็บเฉพาะจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นผลิต การจำหน่ายหรือการให้บริการ
 
พูดง่าย ๆ ให้เข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือ การเก็บรายได้จากการกิน การบริโภค ในประเทศนั่นแหล่ะ และยังถือเป็นดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจที่สำคัญ หากรัฐบาลเก็บภาษีแวตได้สูง ได้มาก ได้เยอะ นั่นหมายความว่า กำลังซื้อ กำลังบริโภคในประเทศนั้นยังดีอยู่


 
แต่!! ถ้าการจัดเก็บทำได้น้อยเหมือนเดือน มิ.ย.และก.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจในประเทศกำลังออกอาการ ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลง
 
รายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนมิ.ย 62 ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 5.7% โดยเป็นการลดลงจากแวตที่เก็บจากการนำเข้าสินค้าและบริการ ประมาณ 13.3 % ขณะที่แวตในประเทศลดลง 0.4% ขณะที่ในเดือนก.ค. ลดลงประมาณ 9.2% ซึ่งเป็นการลดลงจากแวตจากการนำเข้า 4.5% และแวตในประเทศลดลง 12.3%
 
อัตราการลดลงที่เกิดขึ้น เป็นการเทียบตัวเลขแบบปีต่อปี และเมื่อเขียนเป็นกราฟฟิค ย่อมใช้สัญญลักษณ์ คือ “ลบ” แต่การใช้สัญญลักษณ์ ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า เก็บภาษีแวตไม่ได้ เลยทำให้ติดลบ แต่...เป็นการจัดเก็บรายได้จากแวตในจำนวนที่น้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมิ.ย.และเดือนก.ค. ปี 61
 
ที่สำคัญ!!! แม้รายได้จากแวตจะลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ได้เดินเข้าสู่ภาวะ “ถดถอย” แล้ว เพียง...แต่ทำให้ความเสี่ยงหรือน้ำหนักของการเดินทางเข้าสู่ภาวะถดถอย...เพิ่มขึ้น!!

 
ด้วยเหตุนี้...คนไทยทั้งประเทศ จึงได้เห็นมาตรการประคองเศรษฐกิจวงเงินกว่า 3.16 แสนล้านบาท ที่รัฐบาล “บิ๊กตู่ 2/1” ได้เข็นออกมา เพื่อประคับประคองไม่ให้เศรษฐกิจไทยดิ่งดำลง
 
ส่วนจะได้ผลเพียงใด?  เวลานี้ คงไม่มีคำตอบ ก็ต้องมารอดูกันชัด ๆ ในช่วงปลายปีอีกครั้ง ว่าจีดีพีที่หั่นแล้วหั่นอีกจนเหลือ 3% จะทำได้หรือเปล่า?
 
แต่ที่น่าห่วง และใกล้ตัวมาก ๆ ต้องยกให้กับคำเตือนของแบงก์ชาติ ที่บอกไว้ชัดเจนว่าต้องติดตามเรื่องของอัตราการว่างงานกันอย่างใกล้ชิด เพราะเวลานี้ อัตราว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา มีอัตรา 1.1% ซึ่งเพิ่มจากเดืนอก่อนหน้าที่อยูที่ 0.9%
 
ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร และภาคการผลิต ต่างมีแนวโน้มลดลง ที่น่าห่วงและมีสัญญาณลดลงมาให้เห็น 2 เดือนติด เนี่ย...ต้องจับตาดูเรื่องราวของอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่การจ้างงานนั้นชะลอตัวลงมาอย่างต่อเนื่องตามยอดการผลิต การจำหน่าย และการส่งออก ที่ลดลงต่อเนื่อง
 
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือส.อ.ท. ได้รายงาน ยอดการผลิตรถยนต์ในเดือนก.ค. ปีนี้ เทียบกับปีก่อน ลดลง 6.7% ขณะที่ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ ลดลง 1.1% ไม่เว้นแม้แต่การส่งออก ลดลง 8.87%
 
อาการที่ลดลงเช่นนี้ เป็นอาการที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาจากเดือน เม.ย.62 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าอาการน่าเป็นห่วง เพราะสอดคล้องกับสถานการณ์การส่งออกที่ยังลดลงต่อเนื่อง ด้วยพิษสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว


 
นี่...ยังไม่รวมเรื่องของรายงานการไต่สวน ภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมาย Trade Expansion Act 1962 ว่าด้วยเรื่องรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ ของสหรัฐฯที่มีต่อยุโรป ที่อาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมรถยนต์บ้านเราเข้าไปด้วยอีกต่างหาก
 
แต่...ในเวลานี้ ต้องยอมรับว่าค่ายรถยนต์หลายค่ายในไทย ต่างเซฟต้นทุน ด้วยการลดคน ลดโอที ลดชั่วโมงทำงาน ด้วยเพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก
 
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก!!! หาก “แบงก์ชาติ” จะออกมาส่งสัญญาณเตือน เรื่องของการว่างงาน เพราะไม่ใช่มีเพียงภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างรถยนต์เท่านั้น แต่ภาคการค้าอื่นๆ ภาคก่อสร้าง หรือแม่แต่สิ่งพิมพ์เอง ก็มีให้เห็น
 
แม้เวลานี้เรื่องราวของอัตราการว่างงาน ยังไม่สูงปรี๊ด แถมไทยยังติดอันดับ 4 ของโลกที่เป็นประเทศที่มีอัตราการว่างงานน้อยที่สุด เมื่อกลางปี 61 ที่ผ่านมา ก็ตาม
 
แต่แนวโน้มเวลานี้ แตกต่างออกไป เพราะแนวโน้มและทิศทาง ที่เอนเอียงไปทางลบนั้นมีอยู่มาก เรื่องนี้...ต้องจับตากันอย่างใกล้ชิด...ว่า มาตรการประคองเศรษฐกิจของรัฐบาลจะทนทานกับแรงสั่นสะเทือนได้เพียงใด?
...........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โด “ช่อชมพู” 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 60