อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562

ความสัมพันธ์เกาหลีใต้-ไทย

ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้พร้อมทั้งภรรยานางคิม จุง-ซุค  ในฐานะแขกของรัฐบาลไทยระหว่างวันที่ 1-3 ก.ย.นี้ และมีกำหนดพบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเรื่อง การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ จันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 เวลา 07.30 น.


  ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้พร้อมทั้งภรรยานางคิม จุง-ซุค  ในฐานะแขกของรัฐบาลไทยระหว่างวันที่ 1-3 ก.ย.นี้ และมีกำหนดพบหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาลเพื่อหารือเรื่องการส่งเสริมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเกาหลีในหลายภาคส่วนทั้งการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจและการเปลี่ยนระหว่างประชาชนของสองประเทศ ส่งเสริมความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคและภูมิภาครวมถึงระดับพหุภาคี
        
   ทั้งนี้ไทยกับเกาหลีใต้ได้ร่วมมือกันในหลายภาคส่วนทั้งด้านสาธารณูปโภค การบริหารจัดการน้ำ สิ่งแวดล้อม กลาโหมและอุตสาหกรรมกลาโหม ความร่วมมือทวิภาคี ซึ่งจะต้องขยายตัวต่อไปอีก
       
   ในระหว่างการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน จะมีการลงนามในสนธิสัญญาแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองด้านการทหารระหว่างเกาหลีใต้กับไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหมกับไทย นั่นคือบันทึกความเข้าใจของสนธิสัญญาฉบับนี้ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งบอกที่ดีของนโยบายมุ่งใต้นโยบายใหม่ของรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อสองประเทศ เพราะไทยเป็นหนึ่งประเทศแรก ๆที่ให้ความช่วยเหลือกับเกาหลีใต้ในช่วงเผชิญความยุ่งยากจากสงครามเกาหลี และไทยยังถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศเสาหลักของนโยบายมุ่งใต้ของรัฐบาลเกาหลีใต้
        
    สาระสำคัญส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองด้านการทหาร ก็เพื่อป้องกันภัยคุกคามโดยเฉพาะจากเกาหลีเหนือ กับการทดลองยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่เพราะข้อขัดแย้งด้านการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ทำให้สองประเทศตัดสินใจยกเลิกสนธิสัญญาดังกล่าวเมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จากเดิมที่จะต้องแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง จากการตรวจจับและเฝ้าสังเกตการณ์ด้วยเรดาร์เกี่ยวกับการทดลองยิงขีปนาวุธหรือจรวดของเกาหลีเหนือ  เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์
    
    เกาหลีเหนือยังกล่าวหาว่าสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนีเข้ามาแทรกแซงมาตรการป้องกันตัวเองเพื่อปรับปรุงอาวุธให้ทันสมัย โดยหาว่าชาติตะวันตกคงจะไม่ทำอะไรผิดพลาดอย่างมหันต์มากไปกว่าความคิดว่าจะยอมยกเลิกสิทธิที่จะมีอาวุธเพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ
       
   ถ้อยแถลงดังกล่าวมาจากที่ปรึกษาสมาคมเกาหลี-ยุโรปเผยแพร่โดยหน่วยงานสหประชาชาติในเกาหลีเหนือเพื่อตอบโต้แถลง การณ์ร่วมจากสามชาติพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ อเมริกา ซึ่งออกมาประณามเกาหลีเหนือเรื่อง  ยังคงแสดงการกระทำที่ก้าวร้าวรุนแรงด้วยการทดลองยิงขีปนาวุธต่อเนื่อง และอยากจะให้เกาหลีเหนือปฏิบัติตามพันธกรณีกับสหรัฐว่าด้วยการปลดอาวุธนิวเคลียร์
        
    แต่เกาหลีเหนือตอบโต้แถลงการณ์ว่าการปกป้องความมั่นคงแห่งชาตินั้นสำคัญยิ่งกว่าที่ต้องมาเห็นชะตากรรมถูกสับเป็นชิ้น ๆ จากชาติมหาอำนาจตะวันตก และต้องทำตามข้อเรียกร้องของชาติตะวันตกเพื่อปลดอาวุธภายใต้ความกดดันและการพะเน้าพะนอของประชาคมโลก
       
    อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้กับญี่ปุ่น โดยมีจีนเข้าร่วมด้วยนั้นยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านวัฒนธรรมกีฬาและการเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสามประเทศ แม้จะเคยมีข้อขัดแย้งด้านการค้าอันเนื่องมาจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โดยการประชุมของรัฐมนตรีวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ที่เมืองอินชอนของเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความขัดแย้งด้านการค้าและการทูตระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น รวมไปถึงมหาอำนาจอย่างจีนด้วย
        
   ทั้งสามประเทศเห็นพ้องต้องกันที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม กีฬาและการเปลี่ยนระหว่างประชาชนต่อไปอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี ค.ศ. 2020 หรือ พ.ศ. 2563 คือปีหน้าที่จะถึงนี้ ตามมาด้วยการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่งประเทศจีนในปี ค.ศ. 2022 หรือ พ.ศ.2565
        
   แถลงการณ์ร่วมระบุชัดว่า ทั้งสามประเทศ จะส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมต่อไปบนหลักการของความเคารพซึ่งกันและกัน ประสานสัมพันธ์ และอยู่บนพื้นฐานของการส่งเสริม ความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออก.

..............................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 78