อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

โจรเปลี่ยนใจ

แกนนำระดับผู้บัญชาการรบของกลุ่มกบฏ กองกำลังปฏิวัติแห่งโคลอมเบีย หรือ ฟาร์ก ที่ยุบสลายไปแล้ว ออกมาประกาศจะจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลโคลอมเบียใหม่ แถมจะจับมือเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบ กับกลุ่มโจรอื่น ๆ ในประเทศ พุธที่ 4 กันยายน 2562 เวลา 07.30 น.

     
     แกนนำระดับผู้บัญชาการรบของกลุ่มกบฏ กองกำลังปฏิวัติแห่งโคลอมเบีย หรือ ฟาร์ก ที่ยุบสลายไปแล้ว ออกมาประกาศจะจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลโคลอมเบียใหม่ แถมจะจับมือเป็นแนว
ร่วมก่อความไม่สงบ กับกลุ่มโจรอื่น ๆ ในประเทศ ที่ไม่ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงสันติภาพประวัติศาสตร์กับรัฐบาล ก่อนหน้านี้ด้วย
      
   นายอิวาน มาร์เกซ 1 ใน 2 หัวหน้ากบฏฟาร์ก ออกประกาศผ่านคลิปวิดีโอ ที่นำออกเผยแพร่ทางยูทูบ เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ขอประกาศให้โลกรู้ว่า ปฏิบัติการสาธารณรัฐมาร์กีตาเลียครั้งที่ 2 ได้เริ่มขึ้นแล้ว
      
   สาธารณรัฐมาร์กีตาเลีย พื้นที่ชนบททางตะวันตกเฉียงใต้ของโคลอมเบีย เป็นถิ่นกำเนิดของกบฏฟาร์ก ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960
      
    หลังเห็นคลิป ประธานาธิบดีอิวาน ดูเก ผู้นำสายอนุรักษนิยมของโคลอมเบีย ประกาศสวนทันควัน จะส่งหน่วยคอม
มานโดกองทัพ ออกตามล่ามาร์เกซ และหัวโจกกบฏอีกหลายคน กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่กองโจรใหม่ แต่เป็นแก๊งอาชญากรก่อการร้ายผสมแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ
      
    ดูเกบอกว่า มาร์เกซและแกนนำกองโจรแนวร่วมอีกหลายคน ล้วนแต่ถูกเสี้ยม และได้รับการสนับสนุน จากประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลา ประเทศเพื่อนบ้านติดกันทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
      
    ทางด้าน ศาลพิเศษเพื่อสันติภาพ หรือ เจอีพี (The Special Jurisdiction for Peace : JEP) ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินคดีอาญา ที่ก่อในระหว่างการสู้รบนานครึ่งศตวรรษในโคลอมเบีย ประกาศจะรื้อฟื้นหมายจับกุมมาร์เกซและหัวหน้ากองโจร รายอื่น ๆ ที่ระงับไว้ ในฐานะส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพ
    
     เดือน มิ.ย. 2559 กบฏฟาร์กลงนามใน “ข้อตกลงหยุดยิง” กับรัฐบาลโคลอมเบียของประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส ที่กรุงฮาวานา เมืองหลวงคิวบา ข้อตกลงถูกมองว่าเป็นขั้นตอนประวัติศาสตร์ ที่จะยุติสงครามสู้รบยาวนานกว่า 50 ปี และต่อมาเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2559 ซานโตสประกาศว่า การเจรจา 4 ปีกับกบฏฟาร์ก ประสบความสำเร็จ ได้ข้อสรุปเป็น “ข้อตกลงสันติภาพ” และกำหนดวันลงประชามติข้อตกลงใน วันที่ 2 ต.ค.
      
    แต่ผลประชามติออกมาว่า ชาวโคลอมเบีย 50.24% คัดค้านข้อตกลงสันติภาพกับกบฏฟาร์ก
  
     ข้อตกลงสันติภาพถูกแก้ไขใหม่ และรัฐบาลโคลอมเบียลงนามร่วมกับกบฏฟาร์ก เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ตามด้วยสภาคองเกรสโคลอมเบียลงมติให้สัตยาบันข้อตกลง ในวันที่ 30 พ.ย. เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการสันติภาพ
      
  อย่างไรก็ตาม ข่าวว่าตอนนั้นมีนักรบกบฏฟาร์กประมาณ 2,000-2,500 คน ไม่เห็นด้วยกับการทำข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาล ประกาศแยกตัวเดินหน้าสู้ต่อ ตามอุดมการณ์เดิม และหารายได้จากการค้ายาเสพติดเหมือนเดิม
    
     มาร์เกซกล่าวหารัฐบาลโคลอมเบียตระบัดสัตย์ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในสนธิสัญญาสันติภาพ ซึ่งทำให้นักรบกบฏฟาร์ก ราว 7,000 คน ยอมวางอาวุธ หลังสู้รบกับหน่วยความมั่นคงของรัฐบาลมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
 
    มาร์เกซ อดีตหัวหน้าใหญ่หมายเลข 2 และหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาสันติภาพของกบฏฟาร์ก ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าอยู่ที่ไหน หลังจากหายหน้าไปนานกว่า 1 ปี พอโผล่มาอีกทีก็ประกาศจะสู้รบต่อ
      
   นายมิเกล เซบัลลอส หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาสันติภาพของรัฐบาลโคลอมเบีย กล่าวยอมรับว่า การออกมาประกาศของ กบฏฟาร์ก ถือเป็นเรื่องที่ “น่าวิตกมาก”

     ในคลิปวิดีโอขนาดความยาว 32 นาที มาร์เกซซึ่งยืนอยู่หน้าลูกน้องทั้งชายและหญิง 17 คน กล่าวว่า รัฐบาลโคลอมเบียไม่ทำตามข้อตกลงสันติภาพหลายอย่าง เช่น มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเนื้อหาในข้อตกลงฝ่ายเดียว และไม่รับประกันทางด้านการดำเนินคดีความ สำหรับอดีตนักรบกบฏ
สิ่งเหล่านี้ผลักดันให้พวกเขากลับคืนสู่สนามรบ.

.............................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 74