อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562

ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ต่อชีวิตผู้ป่วยปลูกถ่ายสเต็มเซลล์

ประเทศไทย ได้จัดตั้งโครงการ ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแห่งชาติ (Thai  National Stem Cell Donor Registry) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544  โดแพทยสภา  ได้ประกาศเป็นข้อบังคับว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2545 ในราชกิจจานุเบกษา อาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 08.30 น.

   ประเทศไทย ได้จัดตั้งโครงการ ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแห่งชาติ (Thai  National Stem Cell Donor Registry) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544  โดยแพทยสภา  ได้ประกาศเป็นข้อบังคับว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2545 เกี่ยวกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ในราชกิจจานุเบกษากำหนด เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2545 โดยมอบให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย ทำหน้าที่จัดหาผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่ไม่ใช่ญาติให้แก่ผู้ป่วย และตรวจคัดกรองเนื้อเยื่อ HLA  ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  เป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือสเต็มเซลล์เพิ่มมากขึ้น ในอนาคต 

         ปัจจุบัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีผู้บริจาคโลหิตที่ขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์  จำนวนถึง  241,238 ราย แต่มีผู้บริจาคสเต็มเซลล์ให้แก่ผู้ป่วยไปแล้ว 321 ราย และมีผู้ป่วยขึ้นทะเบียนรอการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จำนวน 1,941 ราย  ได้แก่ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย โรคไขกระดูกฝ่อ โรคมะเร็ง  myeloma เป็นต้น หากมีอาสาสมัครลงทะเบียนบริจาคสเต็มเซลล์เพิ่มขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้แก่ผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ในทางการแพทย์แล้วการใช้สเต็มเซลล์เพื่อการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่าย เป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาผู้ป่วยด้วยโรคทางโลหิตวิทยาให้หายขาดจากโรคดังกล่าวได้  แต่การที่จะได้เป็นผู้บริจาค
สเต็มเซลล์ นั้นมีโอกาสเป็นไปได้ยาก ด้วยข้อจำกัดที่ไม่สามารถหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่มีผลเนื้อเยื่อ HLA ตรงกันกับผู้ป่วย เนื่องจากผู้บริจาคที่เป็นพี่น้องท้องเดียวกันมีโอกาสตรงกัน 1 ใน 4 จึงต้องมาใช้สเต็มเซลล์จากที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งมีโอกาสพบได้น้อยมากเพียง 1 ใน 10,000  และถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะมีเนื้อเยื่อ HLA ตรงกับผู้บริจาคแล้วก็ตาม และการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ให้ผู้ป่วยแต่ละครั้ง ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากถึง 2-3 ล้านบาทต่อราย ทำให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งต้องสูญเสียโอกาสในการรักษา  รวมทั้ง ในขั้นตอนของการรักษาผู้ป่วยมีความซับซ้อนและต่อเนื่อง เพราะหลังจากการให้เคมีบำบัดขนาดสูง ผู้ป่วยต้องอยู่ในห้องแยกปลอดเชื้อ ซึ่งจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ พยาบาลเฉพาะทาง เมื่ออยู่ในระยะเม็ดเลือดขาวต่ำ และมีภาวะการติดเชื้อ 


  
       ตั้งแต่ปี พ.ศ.  2561 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาด ไทย จึงได้จัดตั้งโครงการ ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ  โดยขอสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. สรุปผลการดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยในโครงการฯ ได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ โดยใช้ทุนสนับสนุนจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติที่รับงบประมาณไว้  จำนวน 10 ราย และยังมีผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จำนวน 4 ราย  
        
   นอกจากนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพงานสเต็มเซลล์ ประกอบด้วย กรรมการซึ่งเป็นผู้บริหารของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จากสถาบันหลัก 5 แห่งของประเทศ ที่ดำเนินการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติให้แก่ผู้ป่วย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  โรงพยาบาลรามาธิบดี  โรงพยาบาลศิริราช  โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ รวมทั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง โดยมีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนการดำเนินงานในโครงการ จัดตั้งธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแห่งชาติ ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จัดทำแผนการพัฒนาธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแห่งชาติ พร้อมทั้งให้คำปรึกษา แนะนำในด้านวิชาการ การจัดหา และการจัดเก็บสเต็มเซลล์ให้กับผู้ป่วย กำกับดูแลติดตามการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ป่วยคนไทยได้รับโอกาสเข้าถึงการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ เพิ่มจำนวนมากขึ้น
     
    เนื่องในวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก ปี 2562 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้ร่วมกับ คณะกรรมการพัฒนาศักยภาพงานสเต็มเซลล์   จัดกิจกรรม Stem Cells Virtual Run - วิ่งต่อชีวิต ...ช่วยผู้ป่วยปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ภายใต้แนวคิด “ทุกการวิ่ง 2 ล้านกิโลเมตร = 2 ล้านบาท” ตั้งแต่วันนี้–25 กันยายน 2562  เพื่อจัดหาทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้มีโอกาสปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ เป็นการวิ่งสะสมระยะทาง ซึ่งความท้าทายของกิจกรรม คือ การร่วมใจกันวิ่งเพื่อสะสมระยะทาง ให้ได้ 2 ล้าน กม.เท่ากับ 2 ล้านบาท ผู้สนใจร่วมทำบุญสามารถทำได้ 3 วิธี  ดังนี้
        
     •  วิธีที่ 1 ลงทะเบียนวิ่งสะสมระยะทาง ค่าสมัคร 500 บาท จะได้รับเสื้อวิ่ง และเหรียญรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ หลังจากส่งผลวิ่ง และนักวิ่งสายแข็งที่วิ่งครบระยะ 200 กิโลเมตร 100 ท่านแรก จะได้รับ “ผ้าบัฟ” เป็นที่ระลึก สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 25 กันยายน 2562 ที่ เว็บไซต์ ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง https://race.thai.run/
      
    วิธีที่ 2 สนับสนุนซื้อเสื้อวิ่ง ราคา 300 บาท ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาดที่ 11 (วิเศษนิยม) บางแค และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และงานบริการโลหิต รวม 13 แห่ง ได้แก่ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
       
    วิธีที่ 3 ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยผู้ป่วยปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ สามารถบริจาคเงินได้ 2 วิธี
        
ชื่อบัญชี “ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เพื่อผู้ป่วยปลูกถ่าย สเต็มเซลล์” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย บัญชีกระแสรายวันเลขที่  045-304694-8 
        
    - ตู้บริจาคเงิน ตั้งอยู่ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ และได้รับความอนุเคราะห์พื้นที่ตั้งตู้บริจาคที่ ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลทั่วกรุงเทพฯ
  
      ผู้สนใจร่วมทำบุญ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0-2256-4300, 0-2263-9600–99 ต่อ 1101, 1753, 1761 และ 1771

       ข้อมูลจาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย.

.......................................................
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 30