อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562

ชนชั้นอภิสิทธิ์

ผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมคนใหม่ ของเกาหลีใต้ในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบของคณะอัยการและกระแสเรียกร้องของประชาชนในเรื่องอื้อฉาวซึ่งเป็นประเด็นขึ้นมาว่าด้วยชนชั้นอภิสิทธิ์ ถูกกล่าวหาว่าไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม จันทร์ที่ 9 กันยายน 2562 เวลา 07.30 น.


   ผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมคนใหม่ของเกาหลีใต้ในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบของคณะอัยการและกระแสเรียกร้องของประชาชนในเรื่องอื้อฉาวซึ่งเป็นประเด็นขึ้นมาว่าด้วยชนชั้นอภิสิทธิ์
       
   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุนการศึกษาและผลประโยชน์เพิ่มเติมอื่น ๆ ที่มอบให้กับลูกสาวของนายโช กุ๊ก ผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมคนใหม่ ทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมเมื่อพิจารณาจากผลการเรียนแล้ว
     
    กรณีอื้อฉาวเช่นนี้กระเทือนไปทุกหย่อมหญ้าในสังคมของประเทศเกาหลีใต้ที่ซึ่งคนหนุ่มสาวต้องแข่งกันอย่างสูงในการเรียนระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย แล้วก็ต่อยอดมาจนถึงจบการศึกษาก็ต้องแข่งกันหางานที่ดีแข่งกัน แต่ระบบกลับถูกบดบังด้วยสังคมที่ไม่เป็นธรรมและไปเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลชั้นสูงผู้ได้รับอภิสิทธิ์
        
    เรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวกับนายกุ๊กซึ่งต้องเผชิญกับการอภิปรายรับรองการเสนอชื่อเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นประเด็นสนใจของสื่อมวลชนและกระแสต่อต้านนับตั้งแต่ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน เสนอชื่อเขาไปเมื่อต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ดังนั้นเขาจึงต้องเปิดการแถลงข่าวเรียกว่ามาราธอนกันเลยทีเดียว งานแถลงข่าวนาน 11 ชั่วโมงซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องที่ลูกสาวได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติมด้านการศึกษาแต่ก็เสียใจที่ไปทำร้ายและทำให้คนรุ่นหนุ่มสาวผิดหวัง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดระเบียบอะไรเลย อย่างไรก็ตาม เขาคิดที่จะหาทางแก้ไขให้คนหนุ่มสาวที่ไม่เคยได้สัมผัสถึงโอกาสบ้าง ส่วนลูกสาววัย 28 ปีของเขา สื่อในเกาหลีใต้ไม่ได้เปิดเผยชื่อ และเธอก็ไม่เคยออกมาแสดงความเห็นอะไรในเรื่องอื้อฉาวนี้เลย
      
     นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำของเกาหลี ใต้รวมถึงมหาวิทยาลัยโซลเนชั่นแนล(เอสเอ็นยู)ซึ่งนายกุ๊กเป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายอยู่ที่นี่ ได้จุดกระแสการประท้วงโดยเรียกร้องให้เขาถอนตัวจากการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรียุติธรรม โดยนายโด จุง-กึน ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยเอสเอ็นยูกล่าวถึงลูกสาวของนายกุ๊กว่า เธอได้โอกาสเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายที่ดี ซึ่งนักเรียนทั่วไปคงไม่มีโอกาสเช่นนั้น เพียงเพราะเธอเป็นลูกสาวของชนชั้นอภิสิทธิ์
  
     นอกจากนั้นบางข้อกล่าวหาเกี่ยวกับลูกสาวนายกุ๊กซึ่งเรียกกระแสความไม่พอใจอย่างมากตรงที่เธอได้เป็นผู้เขียนรายงานคนแรกของรายงานการแพทย์ซึ่งตีพิมพ์ลงในวารสารพยาธิวิทยาเมื่อปี 2552 ซึ่งตอนนั้นเธอยังเรียนอยู่ในระดับมัธยมปลายอยู่เลย แล้วเธอก็เคยฝึกงานเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้นที่สถาบันแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยดังกุ๊ก เธอเคยสอบไม่ผ่านสองครั้งช่วงสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยปูซานเนชั่นแนล ตามบันทึกของสถาบันซึ่งไม่เพียงแต่จะให้ที่เรียนเท่านั้น ยังให้ทุนการศึกษาอีกคิดเป็นเงินราว 12 ล้านวอน(9,900 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 297,000 บาท)ในช่วง 6 ภาคเรียนระหว่างปี 2559-2561
     
     
  สำนักงานอัยการกลางเขตโซลได้ทำการสอบสวนตามข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้เปิดเผยแต่เป็นการปรักปรำครอบครัวนายกุ๊ก แล้วยังเข้าตรวจค้นอีกหลายสิบครั้งในสำนักงานของเขาเมื่อปลายเดือนที่แล้วรวมทั้งในมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง
        
   อย่างไรก็ตาม หากเขาได้รับการรับรองการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรียุติธรรมคนใหม่ งานในหน้าที่ของเขาก็คือการดูแลสำนักงานอัยการด้วย
        
    เรื่องอื้อฉาวแบบนี้สร้างความผิดหวังให้กับคนหนุ่มสาวซึ่งเคยสนับสนุนนายมุน แจ-อินและพรรคการเมืองของเขาจนกลายมาเป็นประธานาธิบดีในปี 2560 หลังการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามความผิดร้ายแรงในข้อหาคอร์รัปชั่นของประธานาธิบดีคนก่อน ซึ่งมาจากตระกูลนักการเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาหลีใต้แต่ประธานาธิบดีมุนคือผู้ให้คำมั่นของการเปลี่ยนแปลง โดยบอกว่าโอกาสจะต้องเท่าเทียมกัน กระบวนการจะต้องโปร่งใสและชัดเจนเพื่อความเป็นธรรม
        
     คะแนนนิยมของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ตกลงมาโดยเฉพาะกรณีอื้อฉาวของนายกุ๊ก โดยโพลของแกลลัพเกาหลีใต้สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,004 คนเมื่อวันที่ 27-29 ส.ค.ที่ผ่านมา บอกว่า ร้อยละ 15 เห็นว่าการตัดสินใจของประธานาธิบดีมุนในการเสนอชื่อแต่งตั้งนายกุ๊กทำให้คะแนนนิยมของเขาลดลง เศรษฐกิจไม่ดีทำให้คะแนนนิยมลดลงร้อยละ 25 และปัญหาทางการทูตทำให้คะแนนนิยมลดลงร้อยละ 16.

.........................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26