อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562

เอกราชปาปัว

กลางถึงปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา  เกิดการประท้วงใหญ่ถึงขั้นจลาจลนองเลือด ในอย่างน้อย 30 เมืองทั่วอินโดนีเซีย โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ปาปัว ทางการอินโดนีเซียต้องเสริมกำลังหน่วยความมั่นคง จากจังหวัดอื่นเข้าไปอีกกว่า 6,000 นาย อังคารที่ 10 กันยายน 2562 เวลา 07.30 น.


   ช่วงกลางถึงปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา  เกิดการประท้วงใหญ่ถึงขั้นจลาจลนองเลือด ในอย่างน้อย 30 เมืองทั่วอินโดนีเซีย โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ปาปัว ซึ่งหมายถึงจังหวัดปาปัวและจังหวัดปาปัวตะวันตก  บนเกาะนิวกินี ดินแดนอาณาเขตขนาดใหญ่สุด ทางภาคตะวันออกสุดของประเทศ ทางการอินโดนีเซียต้องเสริมกำลังหน่วยความมั่นคง จากจังหวัดอื่นเข้าไปอีกกว่า 6,000 นาย
        
   การลุกฮือระลอกนี้ชาวปาปัวยื่นข้อเรียกร้อง ให้ทางการจาการ์ตายุติการใช้ความรุนแรงในเขตดินแดน และจัดให้มีการหยั่งเสียงประชามติใหม่ แบบโปร่งใสและครอบ คลุม ถามความเห็นชาวปาปัวทั้ง 2 จังหวัด ว่าต้องการแยกตัวออกจากอินโดนีเซีย เป็นรัฐเอกราชหรือไม่
        
    ดูตามรูปการณ์ น่าจะเป็นการเดินตามรอย ติมอร์-เลสเต หรือติมอร์ตะวันออก  ที่แยกตัวออกจากอินโดนีเซียเป็นเอกราชได้สำเร็จเมื่อเดือน พ.ค. 2545 เนื่องจากเหตุปัจจัยมีความคล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะความแตกต่างจากชาวอินโดนีเซียทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมประเพณี
       
      ชาวปาปัวมีเชื้อสายเปาปัว และเมลานีเซีย หรือชาวเลแปซิฟิก ส่วนใหญ่ (84%)  นับถือศาสนาคริสต์
       
     ก่อนนี้ดินแดนครึ่งซีกตะวันตกของเกาะนิวกินี เรียกว่า “อิเรียนจายา” เป็นดินแดนอาณานิคมของชาวดัตช์ หรือเนเธอร์ แลนด์ ส่วนครึ่งซีกตะวันออกคือ ปาปัวนิวกินี เคยเป็นอาณานิคมของมหาอำนาจ 3 ประเทศ จนถึงอังกฤษ ก่อนจะได้รับเอกราชเมื่อปี พ.ศ. 2518 อิเรียนจายาถูกเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย เมื่อ  ปี พ.ศ. 2506 และทางการอินโดฯ แยกเขตปกครองและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นจังหวัดปาปัวในปี 2545 และจังหวัดปาปัวตะวันตก ในปีต่อมา
        
    นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ชาวปาปัวทั้ง 2 จังหวัดออกมาเดินขบวนเรียกร้องเอกราช บนท้องถนน ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่มีขึ้นเป็นระยะ ติดต่อกันมาหลายปีแล้ว แต่ปีนี้ดูเหมือนจะใหญ่กว่าทุกครั้ง เนื่องจากมีชาวปาปัวที่ไปอาศัยอยู่ในเมืองอื่น ๆ ทั่วอินโด นีเซีย ออกมาเคลื่อนไหวเป็นแนวร่วมด้วย  จากอิทธิพลของการติดต่อสื่อสารยุคใหม่ ผ่านระบบโซเชียลมีเดีย
  
       การประท้วงครั้งใหม่เกิดขึ้นในวันฉลองเอกราชของอินโดนีเซีย 17 ส.ค. มีรายงานกลุ่มนักศึกษาชาวปาปัวหลายร้อยคน ที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของอินโดนีเซีย ทางตะวันออกของเกาะชวา ฉีกทำลายธง ชาติอินโดนีเซียและทิ้งลงในท่อระบายน้ำ ระหว่างการชุมนุมภายในหอพัก ตำรวจได้รับแจ้งจึงบุกหอพักเข้าไปจนเกิดการปะทะ
     
       คลิปวิดีโอบันทึกด้วยโทรศัพท์มือถือ ขณะเกิดการปะทะในหอพัก มีเสียงตำรวจอินโดนีเซียเรียกกลุ่มนักศึกษาปาปัวว่า “ไอ้พวกลิงกำแหง” และหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ทางสื่อสังคม ชาวปาปัวในเมืองต่าง ๆ ทั่วอินโดนีเซียจึงรวมตัวประท้วงดังกล่าว
     
    คำพูดเปรียบเปรยเป็นสัตว์ ตอกย้ำความรู้สึกของชาวปาปัวจำนวนมาก ชาวปาปัวมองว่าพวกเขาเป็นพลเมืองชั้น 2 ของประเทศ และถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกตักตวงทรัพยากรที่มีมหาศาลในเขตดินแดน  นำไปจุนเจือจังหวัดอื่น ๆ แต่เม็ดเงินกลับมาพัฒนาปาปัวมีเพียงน้อยนิด
    
    เมื่อหลายสิบปีก่อน ดินแดนปาปัวเคยมีเหมืองแร่ทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
        
    กลุ่มชาวปาปัวชาตินิยมรวมตัวตั้งขบวนการติดอาวุธ ต่อสู้เพื่อเอกราช แต่ถูกทางการอินโดนีเซียปราบปรามอย่างหนัก ปัจจุบันขบวนการแม้จะยังเคลื่อนไหว แต่ก็อ่อนแรงเต็มที และแกนนำลี้ภัยอยู่ต่างแดน

  รัฐบาลอินโดนีเซียเคยจัดการหยั่งเสียงประชา มติเอกราชปาปัว โดยมียูเอ็นให้การสนับสนุน เมื่อปี 2512 แต่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการ “แหกตา” เนื่องจากตัวแทนชาวปาปัวประมาณ 1,000 คน ที่ทางการอินโดนีเซียคัดเลือก  ยกมือเป็นเอกฉันท์ ให้ปาปัวเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซียต่อไป.

.........................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22