อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

หลังเปิด"เซ็นทรัล วิลเลจ"  กพท.กลับลำ-ทอท.จำเลย

โอละพ่อ...หลังเปิด "เซ็นทรัล วิลเลจ" เพียง 5 วัน เกิดอะไรขึ้นกับ "กพท." ที่ทำหนังสือยอมรับว่า มีความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงขณะอากาศยาน Take Off และ Landing ในระดับต่ำ พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น.


หลังเกิดวิวาทะระหว่าง "เซ็นทรัล วิลเลจ" ภายใต้การบริหารของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เกี่ยวกับพื้นที่เจ้าปัญหาที่คาบเกี่ยวกับการ "รุก" หรือ "ไม่รุก" ที่ราชพัสดุ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ทอท.

โดยเฉพาะในเรื่องของ การวางท่อประปา ที่ การประปานครหลวง (กปน.) ทำเรื่องมาขออนุญาต ทอท. แต่ระหว่างรอการพิจารณานั้น กลับเดินหน้าดำเนินการต่อท่อประปา โดย "นายช่าง กปน." อ้างกับ "เจ้าหน้าที่ ทอท." ว่า  "การขอวางท่อดังกล่าวได้รับสั่งการจากผู้ใหญ่ให้ดำเนินการ หากมีค่าเสียหายค่าปรับใดๆ เซ็นทรัลยินดีจ่าย"

และเมื่อตรวจสอบไปก็พบว่า 1 ในคณะกรรมการ กปน. มีชื่อของ นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เป็นกรรมการอยู่ด้วย 

ซึ่งเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบจาก บอร์ด กปน. แต่อย่างใด 

กลับกลายเป็นว่า...มีเรื่องน่าอัศจรรย์ขึ้นมาอีก ภายหลังโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2562 ที่ผ่านมา จู่ๆ ถัดมาอีก 5 วัน นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) มีหนังสือที่ กพท.17/7491 ลงวันที่ 5 ก.ย. 2562 เรื่องการปฏิบัติตามข้อกฎหมายการเดินอากาศ ส่งไปที่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด เนื้อความโดยสรุปคือ จากกรณีที่มีการปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 โดยฉบับล่าสุดมีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2562 มีหลักเกณฑ์ใหม่เข้ามาดูแลความปลอดภัยภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ตามมาตรา 59/1 และ 59/2 กพท. พิจารณาแล้วพบว่า โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ อยู่ในพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศ บริเวณใกล้เคียงสนามบินสุวรรณภูมิ และอาจจะมีการดำเนินกิจกรรม ซึ่งอาจอยู่ในข่ายของการห้ามดำเนินการตามมาตรา 59/1 และ 59/2 กพท.จึงขอให้ บริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด ดำเนินการประเมินความเสี่ยงของการดำเนินงานต่างๆ ที่อาจมีผลต่อการห้ามดังกล่าว และเสนอมาตรการต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดความเสี่ยงที่ได้จากการประเมิน ทั้งนี้อาจจะทำในรูปแบบการประเมินผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศและจัดส่งรายการดังกล่าวให้ กพท. พิจารณาภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ระบุในหนังสือ



ถัดมาอีกวันเดียว...นายจุฬา ก็ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ กพท.17/7911 ลงวันที่ 6 ก.ย. 2562 เรื่องการตรวจสอบผลกระทบจากการก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ณ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถึง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. โดยระบุข้อความตอนหนึ่งที่น่าสะดุดใจเกี่ยวกับ โครงการก่อสร้าง "เซ็นทรัล วิลเลจ" ในข้อ 2.7 ว่า ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางการบิน กรณีที่อาจจะถูกแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขณะอากาศยานร่อนลงสู่สนามบินในระดับต่ำ

โดยในหนังสือข้อดังกล่าวอ้างถึง การฝึกอบรมของ กพท. กับ Transportation Security Administration ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14-23 ส.ค. 2562 พบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายขณะเดินอากาศยาน Take Off และ Landing ในระดับต่ำ (Low Risk) และมีข้อแนะนำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อบรรเทาความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซง

ที่น่าแปลกก็คือ ก่อนจะมีการเปิดโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ อย่างเป็นทางการ และก่อนที่ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2562 เองว่า "กพท. ไม่มีอำนาจไปห้ามเปิดให้บริการ เซ็นทรัล วิลเลจ เนื่องจากเป็นสิทธิและการกระทบกับประชาชนทั่วไปที่ต้องการใช้บริการได้ ทั้งนี้มองว่าบางกิจกรรมนั้นสามารถดำเนินการได้บางอย่าง จะไปห้ามไม่ให้ทำทุกอย่างคงไมได้ เพราะต้องมองว่า เซ็นทรัล วิลเลจ ก็เหมือนกับชาวบ้านทั่วไปที่อาศัยอยู่ใกล้สนามบิน จะไปห้ามไม่ให้จุดควันเลยก็ไม่ได้ ส่วนประเด็นเรื่องความสูงของโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ ที่ ทอท. ได้ส่งหนังสือให้ตรวจสอบก่อนหน้านี้ว่าขัดกับกฎการบินหรือไม่ กพท. ยืนยันว่าเรื่องความสูงของโครงการดังกล่าวไม่ขัดกับหลักการบินสามารถดำเนินการได้ เรื่องนี้ต้องดูเป็นกรณีไปจะไปห้ามทั้งหมดก็ไม่ได้ ต้องดูเป็นเคสไป เพราะแต่ละสนามบินก็มีการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หรือศูนย์การค้าใกล้กับสนามบินเหมือนกัน ต่างประเทศก็มี สนามบินดอนเมืองก็มีการเปิดสนามกอล์ฟ ซึ่งก็ต้องหาแนวทางให้อยู่ร่วมกันได้ กรณีแบบนี้ไอเคโอให้อำนาจองค์กรการบินของแต่ละประเทศไปบริหารจัดการเอง"

ที่บอกว่าน่าแปลกคือ...ในหนังสือล่าสุด วันที่ 6 ก.ย.2562 ที่นายจุฬา ทำถึง ทอท. ระบุเองว่า "การฝึกอบรมของ กพท. กับ Transportation Security Administration ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14-23 ส.ค. 2562 พบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายขณะเดินอากาศยาน Take Off และ Landing ในระดับต่ำ (Low Risk) และมีข้อแนะนำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อบรรเทาความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซง"

นั่นหมายความว่า การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายจุฬา เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา นั้นขัดกับการตั้งข้อสังเกตในการฝึกอบรมร่วมระหว่าง กพท. กับ Transportation Security Administration ในช่วง 14-23 ส.ค. 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลา 3 วันก่อนที่นายจุฬาจะให้สัมภาษณ์...หรือนี่คือการบริหารงานที่บกพร่อง จะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ไปฝึกอบรมไม่รายงาน หรือนายจุฬาไม่เห็นรายงาน จึงให้สัมภาษณ์ไปแบบขัดกับความเห็นของตัวเอง



เป็นการ กลับลำ ที่ดูแปลกๆ เหมือนช่วงเวลานั้นกำลังลุ้นกันอยู่ว่า โครงการดังกล่าวจะเปิดได้หรือไม่ได้ การออกมาการันตีช่วงนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนว่าโครงการนี้ไม่มีปัญหา แต่คล้อยหลังไปเพียง 5 วัน กพท. กลับรีบออกหนังสือถึงเซ็นทรัล วิลเลจ และ ทอท. ว่า มีข้อสังเกตว่า อาจสุ่มเสี่ยงต่อการ Take off และ Landing ทั้งๆ ที่ช่วงเวลานั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเสร็จแล้ว แต่นายจุฬา กลับไม่หยิบมาพิจารณาและแจ้งต่อสาธารณะ

ความน่าสนใจในเอกสารที่ กทพ. ทำถึง ทอท. นั้น พบว่า กพท. ไม่ได้บอกว่า ความเสี่ยงระดับใด เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ที่องค์การการบินระดับนานาชาติยอมรับกัน การที่ กพท. แนะนำให้ ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อบรรเทาความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซง จะต้องทำอย่างไรกันถึงจะทำให้เข้าหลักเกณฑ์ที่นานาชาติยอมรับ เพราะในหนังสือที่แจ้งมา ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ต้องดำเนินการอย่างไรที่ชัดเจน ถูกต้อง และทำไม ทอท. ต้องรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามที่ กพท. แนะนำในครั้งนี้ด้วย 

ทั้งๆ ที่ก่อนเปิดโครงการนี้ ทอท. ได้ทำการทักท้วงตามอำนาจหน้าที่ และตัวบทกฎหมาย แต่ก็ถูก เซ็นทรัล วิลเลจ ไปยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง จนได้รับการคุ้มครองชั่วคราวให้เปิดดำเนินการได้ในที่สุด

แถม ทอท. ยังถูกตราหน้าว่า ไปกีดกันเอกชน จนตกเป็น จำเลยสังคม แบบที่มีหลายคนพยายามสร้างตราบาปนี้ไว้ให้

ที่สำคัญไปกว่านั้น...การที่ กพท. แจ้งไปยัง "เซ็นทรัล วิลเลจ" ให้ไปทำรายงานผลกระทบความปลอดภัยในการเดินอากาศ เพื่อประเมินความเสี่ยงและบริหารจัดการเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว เพื่อส่งให้ กพท. พิจารณา...จะน่าเชื่อถือได้เพียงใด

เพราะแน่นอน...ผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ ใครกันล่ะ จะยอมทำรายงานผลกระทบให้ฝ่ายตัวเองเสียเปรียบ ถือเป็นการเกาไม่ถูกที่คันมากกว่า

แต่เอาล่ะ...กรณีนี้เมื่อไล่ดูๆ ไปแล้ว ก็พอเทียบเคียงกับกรณีการวางท่อประปาได้ เพราะ 1 ในคณะกรรมการ กพท. เมื่อไปตรวจสอบพบ ก็เจอชื่อ นายพงศ์ ศกุนตนาค ซึ่งเป็นผู้บริหารในบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ นั่งเป็นคณะกรรมการกำกับ กพท. อยู่ นั่นเอง

เห็นแบบนี้ ตั้งแต่มีคนของเซ็นทรัล นั่งในบอร์ด กปน. และปล่อยให้มีการวางท่อประปา โดยยังไม่ได้รับอนุญาต จาก ทอท. ต่อด้วย การกลับลำของ กพท. ซึ่งมีคนของเซ็นทรัล นั่งเป็นบอร์ด กพท. อยู่ด้วย ทั้งๆ ที่ตอนแรกก่อนเปิดโครงการฯ บอกไม่มีปัญหา แต่พอเปิดแล้ว เกรงจะเกิดปัญหา รีบทำหนังสือแจ้งว่าสุ่มเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายขณะเดินอากาศยาน Take Off และ Landing ในระดับต่ำ (Low Risk)

อย่างนี้แล้ว...สังคมต้องไปขบคิดต่อ ว่า ทอท. ควรถูกตราหน้าว่าเป็นจำเลยในกรณีนี้หรือไม่???

และใครกันแน่ที่กลับลำไป-กลับลำมา...เพียงเพื่อต้องการให้...เดินหน้าอย่างเดียว!!!
....................................
คอลัมน์ "การบ้านบานเย็น"
โดย "เพชรชัยพฤกษ์"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    90%
  • ไม่เห็นด้วย
    10%

บอกต่อ : 152