อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

Once Upon a Time in Hollywood

สัปดาห์นี้ "ดูหนังกับหมี" รีวิวภาพยนตร์ดราม่า-คอมมาดี้ เรื่องราวของนักแสดงชื่อดังในช่วงปี 60 ที่กำลังจะถูกลืมเลือนไปเพราะอายุที่มากขึ้น สิ่งเดียวที่ดาราในสมัยก่อนจะทำได้ก็คือสู้ชีวิตให้ถึงที่สุด ติดตามตลกร้ายของเหล่าดารานี้ได้ใน Once Upon a Time in Hollywood ศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น.

เมื่อ... "เควนติน ทาแรนติโน" ผู้กำกับชื่อดังที่มีผลงานแอกชั่นดุเดือดเลือดท่วมจออย่าง นางฟ้าซามาไร (Kill Bill),จังโก้ โคตรคน (DJANGO), เมืองคนตายยาก(SIN CITY) ลุยทำหนังยาวด้วยทุนสร้าง 96 ล้านเหรียญ.... บอกเล่าเรื่องราวความจริงของเหล่าดารา Hollywood ที่กำลังรุ่งเรืองในช่วง 1969 ในมุมของ "ตลกร้าย" แต่กลับให้แง่คิดชนิดคาดไม่ถึง ด้วยความยาวของหนัง 161 นาที เรียกว่าเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นหนังยาว ที่เขาเคยกล่าวไว้ว่าจะทำเพียงแค่ 10 เรื่องเท่านั้น!!! 



3 เรื่องต้องรู้!....ก่อนดูหนัง Once Upon a Time in Hollywood
1. Once Upon a Time in Hollywood ได้แรงบันดาลใจมากจาก คดีฆาตกรรม
"ชารอน เทต" นักแสดงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด เธอถูกสังหารลงอย่างสยดสยองพร้อมกับเพื่อนของเธออีก 4 รายในบ้านพักด้วยฝีมือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Manson Family ผ่านการบงการของ "ชาร์ล แมนสัน" ขณะที่ "โรมัน โปลินสกี้" สามีของเธอ ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังในสมัยนั้นถึงกับช็อก!! เมื่อทราบข่าวร้ายระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ โดยเหตการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเที่ยงคืนวันที่ 9 สิงหาคม1969 เมื่อกลุ่มคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 10050 Cielo Drive ใน Los Angeles ก่อนลงมือฆ่าผู้คนในบ้านตาย 5 ศพ โดยบ้านหลังนี้ถูกเช่าโดยคู่รักเซเลบริตี้ชื่อดังในยุคนั้น




ต่อมาตำรวจจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมดได้แก่ เท็กซ์ วัตสัน, ซูซาน แอตคินส์ และแพทริเชีย เคร็นวิงเคิล ทั้ง 3 คนให้การซัดทอดว่า "ชาร์ล แมนสัน" เป็นคนบงการให้ฆ่าทุกคนในบ้านอย่างโหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยปมเหตุของการสังหารครั้งนี้มาจากเรื่องที่ "ชาร์ล แมนสัน" หวังจะเป็นนักดนตรีชื่อดัง เขาไปบันทึกเสียงกับโปรดิวเซอร์ "เทอร์รี มัลเชอร์"  แต่กลับโดนดูถูกและปฏิเสธจึงเก็บความแค้นไว้ในใจ ภายหลังจึงส่งกลุ่มคนร้ายมาลงมือสังหารคนในบ้าน แต่เพราะ "ทอร์รี มัลเชอร์" ไม่ได้เช่าบ้านหลังนี้แล้ว แต่เป็น "โรมัน โปลินสกี้" และ "ชารอน เทต" ที่มาเช่าอาศัยอยู่แทน... คดีนี้จึงกลายเป็นเรื่องสังหารผิดคน แต่ก็ยังถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งใน ฮอลลีวู้ด 



2. การเนรมิตวงการฮอลลีวู้ดยุคปลาย 60s
เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 1969 ช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในอเมริกา (คาบเกี่ยวกับสงครามเวียดนาม) และยังเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของวงการฮอลลีวู้ด โดยเฉาะวัฒนธรรมภาพยนตร์แนวคาวบอยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ผู้ชมจะได้ชมบทบาทของนักแสดงเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ฉากในภาพยนตร์ ดนตรี วิธีการนำเสนอ เรียกว่าถอดแบบในยุคนั้นออกมาทั้งหมด สัมผัสความคลาสสิคในยุค 60 แบบเต็มอิ่มแน่นอน

3. ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลปาล์ม ดิออร์ รางวัลสูงสุดของเวทีเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์
เหล่านักวิจารณ์ในต่างประเทศต่างชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้กันอย่างล้นหลาม ล่าสุดกวาดรายไปแล้วกว่า 312.67 ล้านเหรียญสหรัฐ กลายเป็นการการันตีความยอดเยี่ยมก่อนจะเข้าฉายในไทย นอกจากนี้ บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes บรรดานักวิจารณ์ยังลงความเห็นชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ถึง 85% (7.81/10 คะแนน)




เรื่องย่อ Once Upon a Time in Hollywood
ริค ดาลตัน (รับบทโดย ลีโอนาร์โด ดิคาพริโอ) พระเอกจากหนังทีวีแนวคาวบอยที่กำลังหมดความนิยม ต้องไปรับงานแสดงเป็นตัวร้ายและออกรายการทีวี เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพพร้อมกับสตันท์แมนคู่ใจที่เขารักราวกับเป็นน้องชายคลานตามกันมานั่นก็คือ "คลิฟฟ์ บูธ" (รับบทโดย แบรด พิตต์) โดยคลิฟฟ์จะทำหน้าที่เป็นคนขับรถและดูแลบ้านให้ริคเป็นประจำ ริคจะทำอย่างไรในเมื่อชีวิตนักแสดง...ยิ่งอายุมาก ก็ยิ่งมีงานน้อย ซ้ำร้ายตัวเขาเองยังเป็นโรคซึมเศร้าด้วย ทางเดียวที่จะทำได้ก็คือ ต่อสู้กับตัวเองให้ถึงที่สุด เอาชนะความขลาดเขลาและให้กำลังใจตัวเองเพื่อสู้ต่อไปเรื่อย ๆ ติดตามชีวิตเบื้องหน้าและเบื้องหลังของ ริคและคลิฟฟ์ ได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น...



จุดเด่นของ Once Upon a Time in Hollywood
ถือเป็นภาพยนตร์ที่หักมุมชนิดสุดโต่ง จนทำให้ใครหลายคนต้องประหลาดใจ นั่นก็เพราะ "เควนติน ทาแรนติโน" มีศิลปะในการนำเสนอที่แยบยลหลังจากพยายามปูพื้นเรื่องให้ดราม่า พร้อมกับกัดจิกเหล่าดาราสมัยก่อนให้ได้หัวเราะกันแน่นอน และในช่วง 30 นาทีสุดท้ายที่กลายเป็นจุดพีคโยงเรื่องราวเข้มข้น ซึ่งหมีขอเตือนตรงนี้เลยว่า..."อย่าลุกไปห้องน้ำเด็ดขาด!!!!" ใครที่บอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่โหด ไม่ดุ ไม่ดิบ ขอให้เปลี่ยนความคิดนี้ไปได้เลย.... 



จุดอ่อนของ Once Upon a Time in Hollywood
ขึ้นชื่อว่าเป็นตลกร้าย ย่อมมีบทสนทนาที่ยืดยาว ปูพื้นเรื่องให้ชวนน่าติดตามในแต่ละตัวละคร แต่ก็ยังมีจุดอ่อนของการใช้เวลา สำหรับคนที่อยากชมแอกชั่นดุเดือด เลือดนอง แบบที่เคยเห็นในผลงานหนังเรื่องก่อน ๆ อาจต้องผิดหวังในเรื่องนี้เนื่องจากมีเพียงฉากสั้น ๆ ไม่ได้สู้อะไรกันทั้งเรื่องอย่างที่คาดหวังไว้ (แต่ก็ใช่ว่าฉากสั้น ๆ จะไม่เด็ดนะครับผม) ยิ่งหากไม่ได้ทำการบ้านศึกษาเรื่องราวที่แฝงมาในเรื่องอย่าง กรณีคดีฆาตกรรม "ชารอน เทต" ด้วยแล้ว ก็จะออกแนวสงสัยว่าเพราะเหตุใดถึงมีคนมาจ้างวานฆ่าดาราดัง 

4/5กะโหลก สำหรับภาพยนตร์ติดเรท +18 ที่ทำให้ได้เห็นความรุ่งเรืองในยุค 60 ทั้งยังเพลิดเพลินกับบทบาทในการแสดงของดารารุ่นใหญ่ แล้วยังได้แง่คิดการใช้ชีวิตอีกด้วย




ปิดท้ายกันด้วยคำถามประจำสัปดาห์ เพื่อหาผู้โชคดีรับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 5 ท่าน (คนละ 2 ที่นั่ง) ในเครือโรงภาพยนตร์ "เอส เอฟ ซีเนม่า"

คำถามคือ ระหว่าง ลีโอนาร์โด ดิคาพริโอ กับ แบรด พิตต์ ท่านชอบนักแสดงคนไหนมากกว่ากันเพราะ?

ร่วมสนุกตอบคำถามได้ที่ช่องแสดงความเห็นด้านล่างของคอลัมน์เว็บไซต์ Dailynews (ช่องแสดงความเห็นด่านล่าง) หรือเฟซบุ๊ก ดูหนังกับหมี...คลิกที่นี่ ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 16 ก.ย. 62 (สำหรับผู้โชคดีจะต้องเข้ามายืนยันสิทธิ์ด้วยการอินบ๊อก ระบุแจ้งรับสิทธิ์ ในเพจเฟซบุ๊ก Dailynews หรือ ดูหนังกับหมี ก่อนเวลา 18.00 น. ของวันที่ 17 ก.ย. 62 มิเช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์) ดูหนังกันให้สนุกนะครับผม ^^
.................................
คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย "แพนด้าอ้วน"

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เว็บไซต์เอสเอฟซีเนม่า ยูทูป และ Sony Pictures


ร่วมสนับสนุนความสนุกในการชมภาพยนตร์โดย SF 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 81