อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

แข็งแรงดีจู่ๆเจอมะเร็งร้าย 'รอดตาย'ได้กำไรความคิด

สัปดาห์นี้เปิดแนวคิดหนุ่มวัย 35 ปี ไม่คาดคิดจะเป็นมะเร็ง หลังตรวจสุขภาพพบเงาในปอด รักษานาน 2 ปีสู้จนรอดตาย ลั่นโชคดีได้กำไรความคิดมากมาย แต่เป็นความโชคดีที่ไม่มีใครอยากเจอ อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.


คุณคิดว่าโรคอะไรน่ากลัวที่สุด ??? แล้วถ้าคุณป่วยเป็นมะเร็งในวันที่คุณแข็งแรงดี คุณจะคิดว่าตัวเองโชคร้ายหรือไม่ ตอนนั้นคุณจะรู้สึกอย่างไร มันคงหาคำอธิบายได้ยาก ความรู้สึกคงวิ่งแตกกระเจิงในวันที่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่ทว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของหนุ่มคนหนึ่ง เขาจะผ่านพ้นไปได้อย่างไร จะต่อสู้กับโรคและเอาชนะความตายจนรอดมาได้นั้น มาฟังคำตอบจาก “คุณเกริก” หรือ “ถิรวัทน์ อรรฐาเมศร์” หนุ่มวัย 35 ปี ที่จะมาให้แง่มุมการใช้ชีวิตและแบ่งปันประสบการณ์ในการเป็นผู้ป่วย “โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง” แบบที่ไม่รู้ตัว

ย้อนกลับไปราว 2 ปี ต้องบอกว่ารองผู้จัดการหนุ่มคนนี้ ซึ่งทำงานในแผนกไอทีของบริษัทแห่งหนึ่ง ในอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีชีวิตการทำงานที่ลงตัว มีภรรยาและครอบครัวที่แสนจะอบอุ่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แม้ไม่ได้ร่ำรวยแต่ชีวิตก็มีความสุข มีเวลาพาครอบครัวไปเที่ยว ออกกำลังกาย ทานข้าวอย่างสนุกสนาน
 




แต่ในวันที่ 29 ก.ย. 60 วันนั้นเขาจำได้ว่าเป็นวันตรวจสุขภาพประจำปี หมอพบเงาแปลกในปอดข้างขวา ในใจเขาก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก ตอนนี้ก็ยังแข็งแรงดี เดี๋ยวให้ยาก็คงจะจบ กลับบ้านมาก็ยังคุยให้ภรรยาฟังขำ ๆ ว่าไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่ได้ไปทำงานที่โรงโม่หิน หรือกินของปิ้งย่างตลอดเวลา จะเป็นโรคอะไรได้ ???

เขามีร่างกายแข็งแรงมาตลอด ไกลตัวมากที่จะเป็นโรคร้ายแรง แต่ในวันที่ตรวจพบก้อนเนื้อร้ายมันมีแขนและขา หมอแจ้งว่าเป็น “คุณมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนะ” ระยะที่ 2 เพียงแค่ประโยคสั้น ๆ แต่มันทำให้ความคิดของเขาตีกันอยู่ในหัว ความเงียบเข้าแทนที่ ความคิดฟุ้งซ่านไปหมด หาข้อเปรียบเทียบในการใช้ชีวิตของตัวเองกับผู้อื่น “ทำไม...ทำไมต้องเป็นที่เรา ทำไม ๆ ๆ”
 




คุณเกริก บอกว่า เป็นเวลา 3 วันเท่านั้นที่ปล่อยให้เป็นช่วงที่ความเสียใจเข้าไปกัดกินร่างกายและจิตใจ แต่หลังจากนั้นต้องเลือกที่จะสู้ ผลักดันความคิดสร้างพลังบวก เพราะความเสียใจจะต้องไม่เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง และตนองจะต้องอยู่ในรอดพ้นจากโรคนี้ไปให้ได้

แพทย์ให้คีโมถึงครั้งที่ 4 ก่อนนัดทำ CT Scan ผลปรากฏว่าขนาดเนื้องอกลดลง แพทย์จึงให้คีโมต่อจนถึง 8 ครั้ง พบว่าขนาดก้อนเนื้อลดลง แต่หลังจากนั้นขนาดก้อนเนื้อกลับไม่เปลี่ยนแปลง แพทย์จึงวางแผนรักษาต่อด้วยรังสี

แต่เนื่องด้วยเกิดความกังวล จึงนำผลการรักษาไปปรึกษาหมอหลาย ๆ ท่าน จนได้รับการแนะนำว่าให้ทำ PET Scan ก่อน ซึ่งเมื่อผลออกมาจึงได้ข้อสรุปว่า มียามุ่งเป้า (target therapry) แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก…หลักล้านบาท และโอกาส โรคสงบ 60% และหากกลับไปใช้สิทธิ์ประกันสังคม โอกาส โรคสงบ 30% ส่วนวิธีการฉายรังสี โอกาสโรคสงบ 10% และถ้าโรคสงบแล้วจำเป็นต้องปลูกถ่ายไขกระดูก

หากเป็นคุณจะเลือกอะไร ???

ระหว่างที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาล หนุ่มคนนี้พยายามค้นหาบทความที่เกี่ยวกับ “ยามุ่งเป้า” ในอินเทอร์เน็ตมาอ่าน หลังตัดสินใจแล้วว่าจะหาเงินรักษาด้วยวิธีนี้เพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ต่อ หลังจากนั้น "ตัดสินใจย้ายโรงพยาบาล" มาอีกที่หนึ่ง โดยเปลี่ยนแพทย์ผู้รักษา และเจาะชิ้นเนื้อใหม่ นำไปตรวจอีกครั้ง
 


“ทุกคนต่างบอกผมว่าให้เข้มแข็งนะ สู้ ๆ เดี๋ยวก็หาย อย่าคิดมาก แต่ที่ผมเห็นและสัมผัสได้จากกำลังใจเหล่านั้น คือ ความเศร้า ความเสียใจที่ออกมาผ่านแววตา ผมจึงต้องสร้างกำลังใจให้ตัวเองด้วย ไม่ใช่ให้คนรอบข้างสู้เพียงอย่างเดียว มีเหมือนกันที่คิดว่า แล้วเขารู้ได้ไงว่าเราจะหาย ที่บ้านก็ไม่มีใครเคยเป็นโรค แต่เมื่อมองย้อนกลับไปที่เจตนา ทุกคนหวังดี ฉะนั้นอย่าปล่อยให้ความหวังดีสูญเปล่า เก็บมาเป็นแรงผลักดันเพื่อต่อสู้กับโรค”

ในวันที่ 26 ส.ค. 61 โทรศัพท์ดังขึ้น ปลายสายเป็นคุณหมอท่านที่มารักษาต่อจากท่านเดิม โทรศัพท์มาแจ้งผลตรวจชิ้นเนื้อที่เล็กลง พร้อมกับแนะนำให้รักษาด้วยการฉายรังสี เนื่องจากร่างกายได้รับคีโมมาบ้างแล้ว เขาจึงได้รับการรักษาด้วยรังสีทั้งหมด 18 ครั้ง

อีกกำลังใจที่ดีสามารถช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง คือ “พยาบาล” ที่อยู่ในห้องเคมีบำบัด ซึ่งพยาบาลกลุ่มนี้มีทักษะการพูดคุยให้คนไข้รู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเอง เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ และสร้างความคิดเชิงบวกให้คนไข้ได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติเมื่อหายจากโรค ส่วนอีกกำลังใจที่เข้าใจผู้ป่วยได้ดีที่สุด คือ ผู้ป่วยด้วยกันเอง บางคนเป็นหนัก บางคนใกล้หาย การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะคติ นับเป็นอีกกำลังใจสำคัญที่คุณเกริก บอกว่า ทำให้เขาอยากที่จะหายจากโรคนี้ให้เร็วที่สุด
 




กระทั่งในวันที่ 6 มิ.ย. 62 เขาต้องเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจอีกรอบเพื่อหาเชื้อมะเร็ง ซึ่งผลสรุปออกมาว่า “ไม่พบเชื้อมะเร็งแล้วนะครับ” ตอนนี้โรคสงบแล้ว แต่จะต้องพบหมอต่อเนื่อง ทุก ๆ 2 เดือนและ 6 เดือน ปัจจุบันแข็งแรงดีและมีสุขภาพปกติ โดยหลังจากนี้ 5 ปีหากไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกก็ถือว่า...หายขาดจากโรคถาวร
 
“มันเป็นความโชคดีที่ไม่มีใครอยากเจอ จริง ๆ แล้วเราก็ไม่ได้แข็งแรงเลย เราทุกคนมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราอ่อนแอเมื่อไหร่ บางครั้งการดูแลตัวเองอาจจะไม่พอ ถ้าวันนั้นผมไม่ตรวจสุขภาพ ผมก็คงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโรคร้ายแบบไม่รู้ตัว แต่สิ่งสำคัญเมื่อคุณป่วยคุณต้องมีสติ ทุกวันนี้ถ้าผมจะโชคดีก็คงเป็นความโชคดีได้กำไรทางความคิดที่เป็นมะเร็ง ผมจึงอยากฝากถึงผู้ป่วยทุกท่านให้มีความหวัง ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็เป็นแรงให้เราก้าวเดิน เราได้ต่อสู้เพื่อไปถึงยังจุดหมาย คือ การหายขาดจากโรค เพราะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองรักษาให้หายขาดได้” อดีตผู้ป่วยรายนี้ กล่าวทิ้งท้าย.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%