อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

บทพิสูจน์ภาวะผู้นำ'ประยุทธ์' กรณี'ธรรมนัส'อย่าโทษใคร

กรณี "ร.อ.ธรรมนัส" ที่ถูกสื่อออสเตรเลียแฉ โดยการงัดคำพิพากษาศาลมาตอกย้ำชัดๆ เคยติดคุกจริง ในฐานะสมรู้ร่วมคิดกับคดียาเสพติด จึงมีคำถามว่า ใครต้องรับผิดชอบ??? ศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น.


จากกรณีข่าวอื้อฉาวของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่จู่ๆ ถูกสื่อออสเตรเลีย อย่าง The Sydney Morning Herald รายงานเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา หัวเรื่อง “จากอาชญากรสู่รัฐมนตรี” (From sinister to minister : politician’s drug trafficking jail time revealed) โดยอ้างถึงเอกสารจากแฟ้มของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลล์ว่า...

“ช่วงทศวรรษ 1990 ร.ท.มนัส บ่อพรหม (Lt.Manat Bophlom : ยศและชื่อ-นามสกุลในขณะนั้น) เคยถูกจับกุมจริง จากข้อหาค้ายาเสพติด (เฮโรอีน) กว่า 3.2 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4.1 ล้านดอลล่าร์ โดยนำเข้าไปยังออสเตรเลีย ทำให้เจ้าตัวถูกจับกุม ต้องเข้าไปอยู่ในคุก Parklea เป็นเวลากว่า 4 ปี ก่อนจะถูกเนรเทศออกนอกประเทศทันที”

ทั้งนี้ นายไมเคิล รัฟเฟิลส์ ผู้สื่อข่าวของ The Sydney Morning Herald ซึ่งเป็นผู้ขุดคุ้ยและรายงานข่าวคดีฉาวนี้ กล่าวยืนยันกับ “บีบีซีไทย” ว่า “สาเหตุที่กองบรรณาธิการเลือกนำเสนอข่าว ร.อ.ธรรมนัส เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ออสเตรเลีย และร.อ.ธรรมนัส ยังมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีของไทย ถือเป็นบุคคลสาธารณะที่มีประวัติน่าสนใจ และเมื่อเรานำคำให้สัมภาษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ในช่วงที่ผ่านมา มาเทียบเคียงกับข้อมูลที่เราได้จากเอกสารของตำรวจและศาล เราพบว่า มีบางส่วนไม่ตรงกัน และในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ ผมว่าสื่อมวลชนสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้”



นายไมเคิล อธิบายด้วยว่า ก่อนการตีพิมพ์ เราติดต่อ ร.อ.ธรรมนัสไปแล้วว่า จะตีพิมพ์รายงานนี้ โดยส่งคำถามให้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเขาไม่ได้ปฏิเสธข้อมูลที่เรามี และยืนยันในสิ่งที่เขาเคยแถลงข่าวไปแล้วว่า คดีนี้เป็นเพียงเรื่องโชคร้ายที่เกิดขึ้นกับเขา แต่ตนและบรรณาธิการสืบสวนและสอบสวนคือ นายไมเคิล อีแวนส์ ได้ข้อมูลจากแฟ้มเอกสารข่าวเก่าที่เคยตีพิมพ์ และ เอกสารจากศาลกว่า 100 หน้า พบว่า ร.อ.ธรรมนัส ถูกจับกุมตั้งแต่เดือนเม.ย.2536 และพ้นโทษเมื่อวันที่ 14 เม.ย.2540 ซึ่งเรามีเอกสารทางการ ที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ สิ่งหนึ่งที่เขาพูดถูกต้องคือ จากรายงานของศาล เขาไม่ได้เป็นผู้ขาย ผู้ผลิต หรือนำเข้าเฮโรอีน แต่เขาเป็นผู้มีส่วนรู้เห็นและส่วนร่วมกับปฏิบัติการนี้จริงๆ

การออกมาเปิดเผยครั้งนี้ เผือกร้อนๆ จึงถูกส่งต่อไปยัง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล อย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะเป็นผู้เสนอชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส” ให้มานั่งเก้าอี้รมช.เกษตรฯเอง

“เรื่องคดีความต่างๆ จะไม่พูดแล้ว เพราะมีการชี้แจงไปแล้วหลายรอบ ขอให้จบ ผมจะไม่ตอบเรื่องนี้อีก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว พร้อมย้อนถามกลับว่าผมถามว่า รัฐบาลอื่นไม่มีหรือ??? ก็มีตำหนิทุกรัฐบาล เพียงแต่กฎหมายเขียนว่าอย่างไร ถ้ากระบวนการตรวจสอบหรือกระบวนการยุติธรรมยังไม่เสร็จสิ้น ก็ต้องรอผลตรงโน้น วันนี้ที่เข้ามาก็มีการตรวจสอบคุณสมบัติกันหมดแล้ว ดังนั้นถ้าจะผิดหรืออะไรต่างๆ ก็มีผลย้อนหลังไปทุกเรื่อง รวมถึงคดีที่ค้างคาอยู่ คนที่พูดก็ไปย้อนกลับดูรัฐบาลที่ผ่านมา มีปัญหาบ้างหรือไม่ ก็มีปัญหาทุกคน ถึงเวลาก็อ้างแบบที่ผมอ้าง และถึงเวลาเมื่อตัดสินว่าผิด ก็บอกว่าไม่เป็นธรรมอีก แต่ผมไม่เคยทำแบบนั้น”



ขณะที่ตัว “ร.อ.ธรรมนัส” เองนั้น ได้โอกาสชี้แจงผ่านการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังพล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ตั้งกระทู้สดถามนายกฯถึงความรับผิดชอบในการแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส  เป็นรมช.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวระบุว่า “ยืนยันว่าไม่ได้รับสารภาพว่า ขนยาเสพติด และไม่ได้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน  หรือสอบสวน แต่ถูกล็อกอัพ 8 เดือน จากนั้นถูกส่งไปดูผู้ต้องขังเด็กที่เกเร เมื่อทำงานเสร็จ ก็กลับมานอนในที่ที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ ทั้งนี้ 4 ปี...คดีจบ เพราะศาลประเทศออสเตรเลีย ให้ผมอยู่ในกระบวนการการต่อรองการรับสารภาพ (Plea Bargaining) เพื่อให้กระบวนการไต่สวนแล้วเสร็จแค่นั้น แต่เมื่อยุติ ผมยังอยู่ต่อ เพราะอยากใช้ชีวิตกับครอบครัว”

เรียกได้ว่าเป็น หนังคนละม้วน กับที่สื่อออสเตรเลียนำเสนอ!!!

ถึงตรงนี้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแน่ๆ ที่นำเสนอข้อมูลเท็จต่อสาธารณะ

เพราะฝ่ายหนึ่งทำหน้าที่ “สื่อมวลชน” ก็ต้องตรวจสอบตามหน้าที่ เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ขณะที่อีกฝ่าย เมื่อเป็น “บุคคลสาธารณะ” ก็ต้องถูกตรวจสอบ...มีหน้าที่ชี้แจง อันเป็นเรื่องปกติ

ต่อมา “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกมาแฉต่อว่า การชี้แจงของ ร.อ.ธรรมนัส ในการตอบกระทู้สด เป็นคำโกหก หลังจากนี้จะนำต้นฉบับคำพิพากษาของศาล มาเปิดเผย แต่ไม่ถึงขั้นนำเรื่องนี้ไปพิสูจน์ในชั้นศาล เพียงต้องการให้รัฐบาลรู้จักรับผิดชอบ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เพราะก่อนการตั้งคณะรัฐมนตรี ควรทราบประวัตของรัฐมนตรีแต่ละคน ส่วนข้อเรียกร้องให้ ร.อ.ธรรมนัส ลาออก ก็ควรรับผิดชอบตัวเอง รวมถึงหัวหน้ารัฐบาลก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย”



ไม่เท่านั้น...พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ยังออกโรงสมทบว่า “ร.อ.ธรรมนัส ตอบเพียงครึ่งเดียว ไม่ได้ตอบความจริงทั้งหมด ยืนยันว่า ร.อ.ธรรมนัสได้กระทำความผิดแล้ว เพียงแต่มีการต่อรองโทษกันเท่านั้น ไม่ใช่ไม่ผิด ตรงนี้เข้าข่ายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (3) และมาตรา 160 (7) เป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติ ซึ่งเราเตรียมให้มีการพิจารณาในส่วนของจริยธรรมนักการเมืองต่อไป อีกทั้งฝ่ายค้าน เตรียมทำหนังสือไปในนามของสภาฯ เพื่อยื่นไปยังศาลออสเตรเลีย เพื่อขอคำพิพากษาตัวจริง มาทำให้รู้ว่าความจริงนั้นเป็นอย่างไร”

แต่คล้อยหลังไม่นาน บ่ายๆ วันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา The Sydney Morning Herald ก็เปิดประเด็นสาวไส้ “ร.อ.ธรรมนัส” หัวเรื่อง Ex-con cabinet minister changes story over Sydney jail time โดยหนนี้มีการเปิดสำนวนของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุชัดเจนว่า ร.อ.ธรรมนัสเกี่ยวข้องกับการสมรู้ร่วมคิดในคดีนี้ โดยใช้ชื่อ “มนัส บ่อพรหม” เป็นผู้จัดการเรื่องการขอวีซ่า ซื้อตั๋วเครื่องบินที่กรุงเทพฯให้กับผู้ถือยาเสพติด รับของจากโรงแรมปาร์ครอยัล แล้วไปส่งให้ผู้ซื้อที่เมืองบอนได หลังถูกจับกุมในปี 2536 เขาได้ให้การกับตำรวจเรื่องสังคมของพวกนอกกฎหมายในไทย และยังบอกเล่าเรื่องที่กองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องในคดียาเสพติด



แฟ้มสำนวนของศาลยังระบุว่า นายทหารหนุ่ม “มนัส” และผู้ถูกกล่าวหาร่วมกัน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องชื่อ “ศรศาสตร์ เทียมทัศน์” ถูกจับกุมที่เมืองบอนได เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2536 และถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดลักลอบนำเฮโรอีน มูลค่า 4.1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เมื่อถูกศาลแจ้งเมื่อเดือนพ.ย. 2536 ว่าอาจต้องรับโทษจำคุก 9 ปี นายมนัสจึงเริ่มให้ความร่วมมือเพื่อแลกกับโทษที่เบาลง โดยให้การรับสารภาพเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2536 จากนั้นในวันที่ 31 ,.ค.2537 ศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ จึงตัดสินลงโทษจำคุก 6 ปี โดยจำคุก 4 ปี เป็นอย่างน้อย และโทษอีก 2 ปีไม่ได้ประกันตัว ซึ่งในเวลาต่อมา นายมนัสกับนายศรศาสตร์ ได้ยื่นคำร้องขอลดหย่อนผ่อนโทษ เพราะ 1 ในผู้ถูกกล่าวหาชาวออสเตรเลีย ได้รับโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินเมื่อวันที่ 10 มี.ค.2538 ปฏิเสธการขออุทธรณ์เพื่อลดหย่อนผ่อนโทษ จากนั้นทั้งคู่ได้รับการปล่อยออกจากเรือนจำปาร์คเลีย เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2540

การออกมาเปิดเผยสำนวนของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ ของสื่อออสเตรเลียครั้งนี้ เรียกได้ว่า เป็นการทิ่มตรงเป้า เข้ากลางอกของ “ร.อ.ธรรมนัส” ที่ก่อนหน้านี้ออกมาท้าทายให้มีการเปิดเผยหลักฐานสำนวนในคดีนี้ และคงต้องติดตามกันต่อไปว่า ร.อ.ธรรมนัส จะมีหลักฐานใดๆ มาหักล้างการนำเสนอของสื่อออสเตรเลียครั้งนี้อย่างไรบ้าง

แต่ที่สำคัญคือ นับจากนี้...ต้องตามดูปฏิกิริยาท่าทีของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล...ว่าจะทำอย่างไรต่อ

จะนิ่งเฉยเหมือนที่ผ่านมา คงไม่ได้แล้ว!!!


และที่ต้องขอพูดถึงต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้คือ “ภาวะผู้นำ” ของพล.อ.ประยุทธ์ ในการเลือกคนมาทำงาน



เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ตัวบุคคลที่จะมานั่งเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลนั้น ถูกสังคมจับตามอง และเมื่อปรากฏชื่อของ “ร.อ.ธรรมนัส” ได้นั่งเป็น รมช.เกษตรฯ เสียงยี้...ก็ดังกระหึ่ม ผู้คนหลากหลายรับไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ถึงขั้นถอดใจกันไปเยอะพอสมควร

อยากย้ำว่า ในอดีต หลายๆ รัฐบาล ที่เคยแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีภาพลักษณ์ที่สังคมไม่ยอมรับ แล้วรัฐบาลนั้นๆ อยู่ได้นานหรือไม่

การที่พล.อ.ประยุทธ์ออกมาท้าทาย แล้วเหน็บแนมว่า “รัฐบาลอื่นไม่มีหรือ? ก็มีตำหนิทุกรัฐบาล” ถือเป็นการดูถูกเสียงของประชาชน ที่ลงคะแนนเลือกพรรคพลังประชารัฐ ที่ชูธงให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นตัวเลือกคนเดียว ในการเสนอให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” ของการเลือกตั้งเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

บทพิสูจน์ “ภาวะผู้นำ” ที่มีธรรมาภิบาล...ไม่ว่าจะเป็น “ผู้นำรัฐบาล” หรือ “ผู้นำองค์กรต่างๆ” สิ่งสำคัญที่สุดอันดับต้นๆ คือ การคัดเลือกคนมาทำงาน หรือที่ฝรั่งชอบพูดกันว่า Put the right man to the right job หากถอดเป็นภาษาทหาร ให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ “วางแผนคน...ก่อนวางแผนรบ”



แต่การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ กลับผิดฝา-ผิดตัว คนที่สมควรจะมานั่งทำงาน กลับไม่ได้ แต่คนที่ไม่สมควรจะนั่ง กลับได้นั่ง

อยากย้ำความทรงจำพล.อ.ประยุทธ์ ก็คือ หลายๆ ประเทศจะไม่ยอมรับในเรื่องหลักๆ คือ “ยาเสพติด-ฟอกเงิน-ค้ามนุษย์” จึงไม่แปลกที่เรื่องนี้ ทำไม “สื่อออสเตรเลีย” ถึงมองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะ “รัฐมนตรีของไทย” มีข่าวในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “ยาเสพติด” การออกมาขุดคุ้ยเรื่องเก่าในอดีต จึงเป็นการทำหน้าที่สื่อมวลชนในอีกมุมหนึ่ง

เพราะหากพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตั้ง ร.อ.ธรรมนัส มานั่งเก้าอี้รมช.เกษตรฯ เรื่องวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้...คงไม่เกิดขึ้นแน่ ใช่หรือไม่???

พล.อ.ประยุทธ์ ต้องถามตัวเอง!!
.......................................
คอลัมน์ "การบ้านบานเย็น"
โดย "เพชรชัยพฤกษ์"

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 146