อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562

ขยายโครงการพันธมิตรศุลกากรเชิงรุกไป สู่ภูมิภาค

“Customs 2019: The Next to Beyond” ขยายโครงการพันธมิตรศุลกากรเชิงรุกไป สู่ภูมิภาค เสาร์ที่ 14 กันยายน 2562 เวลา 18.29 น.


ที่ห้องประชุมโรงแรมสยามไทรแองเกิ้ล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นางชลิดา พันธ์กระวี รองอธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานเปิดงานสัมมนา  “Customs 2019 : The Next to Beyond” ภายใต้โครงการพันธมิตรศุลกากรเชิงรุกไปสู่ภูมิภาค สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการดำเนินพิธีการศุลกากร และบริการใหม่ ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความสัมพันธ์อันดีให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้สนับสนุนการทำงานร่วมกัน ภายใต้หลักคุณธรรมและความโปร่งใส โดยมี ผู้ประกอบการภาคธุรกิจเอกชนในภาคเหนือ และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการสัมมนากว่า 100 คน

นางชลิดา เปิดเผยว่ากรมศุลกากรได้ปฏิรูปกระบวนการทำงานด้านศุลกากร ให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม มีความคล่องตัว และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของศุลกากร โดยการจัดทำโครงการพันธมิตรศุลกากร (Customs Alliances : CA) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกรมศุลกากรและผู้ประกอบการภาคเอกชนให้มากขึ้น อันเป็นการเพิ่มช่องทางในการสื่อสารระหว่างภาคเอกชนกับกรมศุลกากร  ซึ่งในระยะแรกมีผู้ประกอบการนำเข้าส่งออกร่วมเป็นสมาชิก จำนวน 325 บริษัท และระยะที่ 2 จำนวน 129 บริษัท รวมมีสมาชิกพันธมิตรศุลกากรทั้งสิ้น 454 บริษัท
ซึ่งผลตอบรับในปีที่ผ่านมาสามารถให้บริการคำแนะนำ ติดต่อประสานงาน แก้ไขปัญหาและสร้างความชัดเจน ลดข้อโต้แย้งที่จะเกิดขึ้นในด้านต่าง ๆ ทั้งปัญหาเชิงนโยบายและปัญหาหน้างานปกติ ให้แก่สมาชิกประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 นี้ ทางกรมศุลกากรมีนโยบายขยายเครือข่ายโครงการพันธมิตรศุลกากรไปสู่ภูมิภาค (Regional Customs Alliance : CA) โดยจัดตั้งคณะทำงานพันธมิตรศุลกากรประจำสำนักงานศุลกากรประจำแต่ละภาค (สำนักงานศุลกากรภาคที่1-4) ประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานศุลกากร นายด่านศุลกากร และเจ้าหน้าที่ผู้มีความรู้ความสามารถที่สังกัดในแต่ละภูมิภาค ด้วยการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกันกับคณะทำงานโครงการพันธมิตรศุลกากรในส่วนกลาง เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่
โดยในระยะแรกได้ดำเนินการจัดสัมมนาเพื่อสร้างความรับรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องกฎหมายศุลกากร ระเบียบ พิธีการทางศุลกากร สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงการให้บริการใหม่ ๆ ของกรมศุลกากรให้แก่ผู้ประกอบการ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานร่วมกันในพื้นที่ โดยเริ่มจากสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 เป็นแห่งแรก  และในครั้งนี้เป็นการดำเนินการครั้งที่ 2 เพื่อต่อยอดการดำเนินงานของโครงการพันธมิตรศุลกากรมาสู่ภาคเหนือ ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3  



ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ธนะวัฒนานนท์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 นำโดยนายธวัช เพ่งพินิจ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 มีด่านศุลกากรที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 9 ด่าน ได้แก่ ด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ ด่านศุลกากรแม่สาย ด่านศุลกากรแม่สอด ด่านศุลกากรเชียงแสน ด่านศุลกากรเชียงของ ด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอน ด่านศุลกากรทุ่งช้าง ด่านศุลกากรแม่สะเรียง และด่านศุลกากรเชียงดาว

ทั้งนี้ นอกจากภารกิจด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าแล้ว ด่านศุลกากรเชียงแสน ยังดำเนินงานเพื่อสอดรับนโยบายพันธมิตรศุลกากรในเชิงรุก โดยการจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านศุลกากรในมิติต่าง ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ สำหรับการสัมมนาหัวข้อ “Customs 2019 : The Next to Beyond” ในวันนี้ ประกอบด้วยเรื่อง การบริการรับชำระเงินผ่านระบอิเล็กทรอนิกส์ (Bill Payment)  พิธีการศุลกากรตรวจปล่อยของเป็นบางส่วน (Partly) สำหรับการนำของเข้าทางบก  ระบบศุลกากรผ่านแดนอาเซียน (ASEAN Customs Transit System: ACTS) และ  ระบบ National Single Window (NSW) ซึ่งเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพการบริการของกรมศุลกากรและยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชน โดยใช้นวัตกรรม (Innovation) และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องแม่นยำ เพิ่มความรวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายของภาคเอกชน.

---------------------

ณัฐวุฒิ รัศมีจันทร์/ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์จ.เชียงราย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%