อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

คุณตา78เซ็งหลังปลูกถ่ายไต หงุดหงิด-น้องชายไม่แข็งตัว

คุณตาวัย 78 ปี สุดเซ็งป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมาเป็นเวลา 15 ปี หลังปลูกถ่ายไตน้องชายไม่แข็งตัว เตือนอย่าซื้อยากินเองเสี่ยงถึงชีวิต แนะพบหมดเฉพาะทางดูแลฟื้นฟูตามขั้นตอนสามารถกลับมาแข็งแรงได้ อังคารที่ 17 กันยายน 2562 เวลา 00.15 น.


เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่เคารพ
ผมอายุ 78 ปี ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมาเป็นเวลา 15 ปี ปัจจุบันผมได้รับการปลูกถ่ายไตเรียบร้อยแล้ว ผมมีปัญหาอยากจะเรียนถามคุณหมอว่าหลังจากที่ผมได้รับการปลูกถ่ายไตมาได้สักระยะหนึ่ง ผมก็เริ่มมีอาการขององคชาตไม่แข็งตัวจนไม่สามารถร่วมเพศได้ นอกจากนี้ผมก็เริ่มมีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่ายมาก และไม่มีอารมณ์ทางเพศเลย ยิ่งทำให้ผมเป็นทุกข์ใจมากขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ผมเข้ารับการตรวจร่างกายประจำปี พบว่าผมมีระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำร่วมด้วย ผมจึงอยากทราบว่าจะมียาอะไรที่ช่วยรักษาอาการองคชาตไม่แข็งเต็มที่ได้บ้าง ในคนไข้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไตแล้ว ที่มีผลอันตรายต่อโรคที่ เป็นอยู่ เพราะผมต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันในเลือดอยู่ครับ

 
ด้วยความเคารพ
แมว 78

ตอบ แมว 78
ชายวัย 78 ปี หลังจากได้รับการปลูกถ่ายไตแล้วเกิดมีอาการองคชาตแข็งตัวไม่เต็มที่ พร้อมกับมีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน แต่ด้วยต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันในเลือดจึงเกรงว่าหากกินยาฟื้นฟูแล้วจะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย การผ่าตัดปลูกถ่ายไตถือว่าเป็นการรักษาไตเรื้อรังที่หายขาด แต่อย่างไรก็มีผลข้างเคียงของการปลูกถ่ายไตได้ ที่สำคัญ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการกินยากดภูมิคุ้มกันหลังปลูกถ่ายไตไม่สม่ำเสมอ เมื่อเกิดการสลัดไต หน้าที่ไตจะทำงานลดลงอาจนำไปสู่ไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ทำให้ผู้ป่วยต้องกลับมาล้างไต หรือรอผ่าตัดปลูกถ่ายไตอีกครั้ง ผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายไตจะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติเนื่องจากผู้ป่วยต้องกินยากดภูมิคุ้มกัน และในผู้ป่วยบางรายอาจมีผลข้างเคียงของยากดภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ได้แก่ หน้าบวม นํ้าหนักเพิ่มขึ้น เกิดสิว ขนขึ้นตามใบหน้า ต้อกระจก เบาหวาน กระเพาะอาหารอักเสบ ความดันโลหิตสูง และกระดูกพรุน ที่สำคัญ ผู้ป่วยที่กินยากดภูมิคุ้มกันติดต่อกันระยะยาวจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นกว่าคนปกติได้

จากการศึกษาประเมินยากลุ่มพีดีอี 5 ไอ ในคนไข้หลังปลูกถ่ายไตแล้วมีอาการอีดี ในขนาดยา 25, 50 และ 100 มิลลิกรัม โดยให้กินสัปดาห์ละครั้งถึงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ร่วมกับการได้รับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนทดแทนชนิดแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อขนาด 250 มิลลิกรัม เป็นเวลานาน 12 เดือน ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย จำนวน 12 ราย ซึ่ง 8 รายเป็นผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวมีการแข็งตัวขององคชาตดีขึ้น และร้อยละ 60 พึงพอใจมากต่อผลการรักษานี้ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงความปลอดภัยที่มีผลต่อไต และต่อความเข้มข้นของยากดภูมิคุ้มกันในเลือดโดยศึกษาในผู้ที่เปลี่ยนไตที่เป็นอีดีจำนวน 39 ราย ซึ่งได้รับยาในกลุ่มดังกล่าวพบว่ามีคะแนนบอกถึงความแข็งตัว (ไอไออีเอฟ) เพิ่มขึ้นจาก 12.6±3.4 เป็น 26.5±8 มีรายงานผลข้างเคียงแค่ปวดศีรษะ ใจสั่น และหน้าแดง เพียง 4 รายเท่านั้น

การได้รับการฟื้นฟูอาการอีดีที่มีประสิทธิ ภาพบริหารกล้ามเนื้อเพศให้แข็งแรงคู่กันและปลอดภัยต่อตัวคุณมากที่สุด คือการเข้ารับรักษาจากแพทย์เพราะแพทย์จะประเมินอาการอีดีและโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เพื่อพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้มากที่สุด แต่การซื้อยากินเองนั้นนอกจากจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร เสี่ยงมากก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตเป็นการตีราคาชีวิตตัวเองไว้ถูกมากทั้ง ๆ ที่ความปลอดภัยของร่างกายคุณมีค่ามากที่สุด.
..........................
ดร.โอ สุขุมวิท 51


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%