อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

ดาบนั้นคืนสนอง ตอนที่ 6

สองคืนหลังกูไม่ได้ใช้ว่ะ เมาเต็มที่  หนองแดกเลยเมื่อเช้านี้ ทำไงดีวะ พรุ่งนี้กลับบ้านแล้ว เมียกูอาละวาดตายห่า... จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562 เวลา 11.00 น.


โปรแกรมตรวจภูมิประเทศของเราเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ วันรุ่งขึ้นพวกเราเดินทางต่อไปพักแรมที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งยังสงบเงียบ ไม่เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างสมัยนี้  เช่นกัน เราค้างที่นี่ 2 คืนและสนุกกันอย่างเต็มคราบอีกเหมือนกัน 
 
ผมหมดห่วงพี่เสริฐไปนานแล้ว ตั้งแต่แกเอาเสื้อฝนมาโชว์คืนแรกที่กระบี่ ค่ำลงก็ออกเที่ยวกลางคืน ใครมีแรงจะพาใครมาคุยกันอย่างไรไม่มีใครว่ากัน และสัญญากันไว้ด้วยเกียรติยศของชายชาติทหารว่า ทุกอย่างจะไม่มีการนำกลับไปที่กองพันของเราเป็นอันขาด เรื่องเกิดที่ไหนก็เหยียบให้จมดินเสียที่นั่น 

ครับ...เพิ่งมีคนเอามาเปิดเผยก็เมื่อเรื่องมันหมดอายุความไปแล้วใน “สอยดาวมาร้อยบ่า” นี้แหละ

ผมเอง แน่นอน....พอส่งพรรคพวกเข้าห้องเรียนเรียบร้อยแล้ว ก็อาบน้ำ แปรงฟัน ประพรมแป้งหอม แล้วสวดมนต์เข้านอนตามประสาเด็กดีทุกๆคืนไป…
 
การตรวจภูมิประเทศทำให้นายทหารใหม่อย่างพวกผมทั้ง 3 คนได้เห็นของจริงทั้งในแง่ของพื้นที่และในแง่ของสังคมของพี่น้องคนใต้ ทำให้มีความรู้เรื่องภาคใต้มากขึ้นมาอีกจมไปเลย แล้วพวกคุณอย่านึกว่าผู้พันท่านจะให้พวกผมมาเที่ยวกันฟรีๆ  ผลาญงบประมาณของชาติไปเปล่าๆ 

เฉพาะพวกนายทหารใหม่พวกผมทั้ง 3 คนนั้น  แม้ผู้พันท่านจะไม่ได้มาด้วย แต่ก็มีการบ้านให้มาว่า เมื่อกลับมากองพันนะโว้ย เฮ้ย...เอ็งทั้งสามคนจงเขียนรายงานผลการสำรวจภูมิประเทศเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ข้าอ่านเสียดีๆ อย่าให้ต้องทวงกัน…เดี๋ยวพั่ด



ดังนั้นไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัสเพียงใดในแต่ละวัน(และแต่ละคืน) พวกเราสามคนก็ต้องหาเวลาให้ได้เพื่อที่จะบันทึกเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะข้อมูลด้านภูมิประเทศลงไว้ในสมุดบันทึกของใครของมัน เพื่อนำเป็นข้อมูลไปเรียบเรียงเมื่อกลับถึงกองพันที่นครศรีธรรมราชแล้ว ไอ้จะใช้วิธีการลอกกันอย่างสมัยเป็นนักเรียนก็ไม่กล้า เพราะมีกันแค่ 3 คนเท่านั้นเอง  จะใช้วิชา “มวยหมู่” มั่วๆเอาเหมือนเป็นนักเรียนที่มีคนเป็นร้อยไม่ได้...
 
วันเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอใช่ไหมครับ เผลอแป๊บเดียว พวกเราก็ตรวจภูมิประเทศกันจนเกือบจะครบ 7 วันแล้ว

เช้าวันที่ 6 เนื่องจากเราออกเดินทางจากชุมพรกันแต่เช้ามืด มาถึงสุราษฎร์ธานีเอาตอนสายนิดหน่อย พอเข้าที่พักเสร็จก็เตรียมตัวออกตรวจภูมิประเทศกันตามแผนที่วางไว้ ก่อนจะออกเดินทางก็หาข้าวเช้ากินกันเป็นลมตายเสียก่อน เพราะเมื่อคืนที่ชุมพรพวกเรายังคงใช้ชีวิตกันอย่างน่าหวาดเสียวเหมือนทุกๆคืนที่ผ่านมา

ผมสังเกตเห็นว่าพี่เสริฐมีท่าทีกังวลและเงียบขรึมลงไปอย่างเห็นได้ชัด ผมเดาสาเหตุยังไงก็ไม่พบ จะว่ากลัวพี่แอ๊ดรู้เรื่องความประพฤติอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ระหว่างการตรวจภูมิประเทศก็ไม่น่าจะเป็นไปได้  เพราะพี่เธอใจกว้างถึงขนาดจัด “มีชัย” มาให้แล้วจะมาโง้นงี้กันได้อย่างไร

“พี่เป็นอะไรไปเหรอ” ผมถามแข่งกับเสียงรถที่กำลังวิ่งไปดูภูมิประเทศบริเวณอำเภอบ้านนาสารซึ่งอีกสิบกว่าปีต่อมาผมจะต้องกลับมาอีกเพื่อเล่นสงกรานต์เลือดกับบรรดา ผกค.ที่ช่องช้างซึ่งกำลังจะไปดูกันตอนนี้ พี่เสริฐหันมามองหน้าพวกเราที่กำลังรอฟังคำตอบอยู่ด้วยความเป็นห่วง แต่พี่เสริฐก็ไม่ตอบว่าอะไร

“ พี่เป็นอะไรบอกกันบ้างสิ  เผื่อจะได้ช่วยกันบ้าง” ไอ้เทืองช่วยถามบ้าง พี่เสริฐเงียบไปอีก  แต่สักครู่หนึ่งก็ยอมเปิดปาก หันมาบอกเสียงดังกลบเสียงเครื่องยนต์ว่า

“หนองแดกเข้าใจไหม  หนองแดกกูแล้ว” ตอบแบบเคร่งเครียดแล้วหันกลับทำหน้าเป็นมีดต่อไป

“ก็พี่แอ๊ดเขาให้ถุงมีชัยมาไม่ใช่เหรอตั้งห้าอัน หรือว่าไม่พอพี่”ผมตะโกนถามแข่งกับเสียงรถยนต์  พี่เสริฐไม่ตอบ  แต่ยงโย่ยงหยกจนผมกลัวจะตกลงไป ต้องช่วยกันจับตัวไว้  พี่เสริฐควักกระเป๋าตังค์ใบเดิมออกมาจากกระเป๋าหลังของกางเกงชุดฝึกออกมา ต่อจากนั้นก็ควักมีชัยออกมาให้ดู ยังมีเหลืออีกสองอัน แสดงว่าใช้ไปสามอัน นั่นย่อมหมายความว่าไม่ได้ใช้สองครั้งเพราะระหว่างห้าคืนที่ผ่านมาพี่เสริฐไม่เคยเว้นเลยสักคืนหนึ่งคงเป็นเพราะผิดสีผิดกลิ่น

“ สองคืนหลังกูไม่ได้ใช้ว่ะ เมาเต็มที่  หนองแดกเลยเมื่อเช้านี้ ทำไงดีวะ พรุ่งนี้กลับบ้านแล้ว เมียกูอาละวาดตายห่า” เปิดเผยสาเหตุของความกังวลใจอันใหญ่หลวงออกมา  พวกเราเงียบกันไปสักครู่หนึ่งพอดีรถเข้าเขตอำเภอบ้านนาสารก่อนที่เราจะเข้าไปดูภูมิประเทศที่ช่องช้างซึ่งเริ่มมีข่าวเกี่ยวกับ ผกค.หนาหูขึ้น และผู้พันให้เราไปดูว่าหากจำเป็นต้องเอาปืนใหญ่มาจะไปตั้งยิงที่ไหนได้บ้าง

 “นั่นไงพี่เสริฐ นั่นไง” ไอ้เทืองร้องเอะอะขึ้นก่อน อย่างกับเจ๊กตื่นไฟพลางก็ชี้ไม้ชี้มือวุ่นวายไปยังอาคารเก่าๆหลังหนึ่งที่มีป้ายเขียนไว้ชัดเจนว่า “สถานีอนามัยอำเภอบ้านนาสาร”

พี่เสริฐพยักหน้าช้าๆอย่างเข้าใจ แล้วตบบ่าคนขับบอกให้เลี้ยวเข้าไปทันที…
...................................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์ 
ขอบคุณภาพประกอบจาก Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 54