อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

น้ำท่วมอุบลฯสะท้อนภาพคนไม่ใช่!ทำอะไรก็ผิด

สัปดาห์นี้ไปดูน้ำท่วมอุบลราชธานี ไม่ใช่แค่ชาวบ้านเดือดร้อน รัฐบาลก็โดนด่าด้วย อ่วมกับพวก “ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า” อย่างว่าคนไม่ใช่! ทำอะไรก็ผิด พฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 12.00 น.


ที่ จ.อุบลราชธานี ขณะนี้เกิดปัญหาน้ำท่วมที่เดือดร้อนกันอย่างมาก ซึ่งความแปรปรวนของภูมิอากาศโลกก็คงเป็นส่วนหนึ่ง ต่อไปเราก็ต้องเตรียมตัวรับภัยธรรมชาติร้ายแรงขึ้น เช่น ร้อนนาน แล้งนาน พอฝนตกก็น้ำท่วมขังนาน ฟากเขตหนาว น้ำแข็งขั้วโลกก็ละลายมากขึ้น แล้วระดับน้ำทะเลก็จะสูงขึ้น ขณะที่การทำลายทรัพยากรก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง การใช้ขยะพลาสติกก็มีผลกระทบ ฯลฯ คือ ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกโลกมันไม่น่าอยู่ขึ้นมาเรื่อยๆ

คนตระหนักในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมแค่ไหน มีผู้ให้ความเห็นไว้ว่า สังคมเมืองใหญ่ที่ต่างคนต่างอยู่ ดิ้นรนใช้ชีวิตไปวันๆ เขาก็ไม่ค่อยจะสนใจเท่าไรหรอก และบางทีการที่ทำให้เรื่องนี้เป็นแค่ “เทรนด์” คือฮิตที่จะพูดแค่ช่วงเวลาหนึ่ง มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะคนจะรู้สึกว่า มันเป็นกระแสระยะหนึ่งเท่านั้น เมื่อมีเรื่องอะไรอื่นมาดึงความสนใจ มันก็จะโดนลืม มันต้องมีวิธีรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นกว่านี้



พอเกิดน้ำท่วมที่อุบลราชธานี เป้าที่โดนด่าเป็นหลักก็รัฐบาลนี่แหละ ทำนองว่า บริหารจัดการช้า คนเดือดร้อนทำไมกระบวนการการใช้เงินมันถึงยุ่งยากมากนัก ให้ดูอย่างพี่ “บิณฑ์ บันลือฤทธิ์” ดาราชื่อดังซิ แค่โพสต์เฟซบุ๊กแป๊บเดียวก็มีคนบริจาคเป็นล้าน ให้พี่บิณฑ์ได้เอาไปแจกชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเฉพาะหน้า แล้วรัฐบาลทำอะไรอยู่ ? งบประมาณก็มีแล้วทำไมยังไปตั้งโต๊ะรับเงินบริจาคหลังพี่บิณฑ์อีก เอาภาษีไปซื้ออาวุธหมดหรือไง ?

คำถาม ( หรือคำด่า ) มัน ฯลฯ คือก็เข้าใจว่าคนเดือดร้อนก็ขอให้ได้บ่น เพราะมันก็เป็นวิธีระบายความเครียดแบบเขา เรื่องการแก้ปัญหาภัยพิบัตินี่รัฐบาลอื่นไม่ใช่ไม่โดนด่า เอาง่ายๆ ช่วงปี 2554 น้ำท่วมใหญ่นั่นไงที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดนด่าหูชาเพราะคำว่า “เอาอยู่” แถมยังมีประเด็นโดนร้องเรียนว่า เอาของบริจาคไปพ่นสีชื่อ ส.ส. กะเป็นการหาเสียงทางอ้อมซะงั้น แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็เงียบไป ปัญหาเมืองไทยคือมีอะไรแล้วสอบกันช้านี่แหละ



ทีนี้ก็ลองกลับมาดูคำถามที่รัฐบาลถูกด่า พวก “ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า” ก็เยอะอยู่พอสมควร ถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่รีบเอางบภัยพิบัติ หรืองบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินเข้าช่วย  ก็คงต้องตอบว่า การใช้งบประมาณแผ่นดินมันมีระเบียบวิธีการของมันอยู่ที่จะต้องสำรวจความเดือดร้อน และกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง ไม่ใช่ไปยืนแจกเงินให้เวียนเทียนกันมารับแล้วก็โดนฝ่ายค้านส่ง ป.ป.ช., สตง. สอบเอาง่ายๆ ว่าซื้อเสียงเหรอ

ถ้าห่วงว่างบประมาณแผ่นดินมันมาจากภาษีเรามาก ก็ควรจะยอมรับเรื่องการทำอะไรให้รัดกุมด้วย ไม่ใช่แค่เอาเร็วเข้าว่า ขนาดการจัดการของพี่บิณฑ์เขาก็ว่ายังมีปัญหามีอีพวกไม่เดือดร้อนจริงมาเวียนเทียนเอาเงิน แล้วทำอะไรได้ ? นอกจากร้องเพลงได้แต่ขอเวรกรรมจงตามเธอไป อยู่แห่งไหนให้ตามทัน... ขณะที่การใช้เงินของรัฐบาลมันก็ไม่ใช่ว่าจะซื้อของแจก หรือแจกเงินช่วยน้ำท่วมเฉพาะหน้าได้อย่างเดียวแล้วจบ

การจัดการงบภัยพิบัตินี่ มันต้องมีการจัดการการใช้เงินระหว่างเกิดภัยพิบัติ การช่วยเหลือฉุกเฉิน การเยียวยาภายหลังเหตุการณ์ภัยพิบัติผ่านไป หรือความช่วยเหลืออื่นๆ ... รัฐบาลคือต้องกระจายให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด แต่ภาพมันไม่เห็น ไม่เป็นข่าวเหมือนดาราเอาเงินไปแจก ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ทำงาน แล้วช่วงน้ำท่วมก็เห็นเหล่า ส.ส.ผู้ทรงเกียรติก็จ้ำจี้จ้ำไชนายกฯ ให้ตอบเรื่องถวายสัตย์ฯ อยู่นั่น  จะให้นายกฯ แยกร่างไปลงพื้นที่ก็คงไม่ใช่



แล้วก็มาตั้งแง่กันอีกว่า ทำไมยังต้องมารับบริจาคออกทีวีเอาหน้า ก็ออกทีวีมันจะได้เห็นไงว่ายอดเงินมันเท่าไร ไม่ใช่งุบงิบทำ บางคนก็ชอบเสียอีกได้เอาชื่อออกว่าบริจาค คำถามต่อมาคือ แล้วงบประมาณทั้งงบภัยพิบัติฉุกเฉินแต่ละจังหวัด งบกลางฯ มันใช้ไม่พอหรือไง มีอะไรทีเอะอะๆ ก็บริจาค อันนี้ก็คงตอบว่า ถ้าจะตั้งแง่มันตั้งได้หมดแหละ งบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้นเขาต้องตั้งล่วงหน้าเป็นปี โดยการประเมินว่าจะใช้เพื่อโครงการอะไรบ้าง

แล้วถามว่า ภาวะภูมิอากาศวิปริตแบบนี้ คุณทำนายกันได้ไหมล่ะว่า ภัยธรรมชาติในปีนี้ๆ ในพื้นที่นี้ๆ มันต้องใช้งบประมาณแค่ไหน ภัยธรรมชาติไม่ได้มีแค่ภัยน้ำท่วม ภัยแล้ง ภัยหนาวก็ใช่ หรือมีภัยธรรมชาติประเภทคาดไม่ถึงอย่างสึนามิก็ใช่ แต่การจัดการเงินมันต้องมีจ่ายทั้งปี ทุกภัยธรรมชาติ ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ รัฐบาลจะขอบริจาคก็ไม่แปลก ก็ไหนๆ คนไทยก็ชอบทำบุญ บริจาคกับรัฐบาลบ้างก็ได้ อย่าคิดแค่ว่ารัฐบาลจะโกง หรือจ่ายภาษีไปพอแล้ว

คนที่ไม่ชอบก็ไม่ชอบจริงๆ เขาก็หาว่า ทำไมมีปัญญาหางบซื้ออาวุธ งบน้ำท่วมต้องรับบริจาค คือบางทีก็ไม่รู้จะอธิบายให้ชอบใจกันได้อย่างไร ว่า ยุทโธปกรณ์มันมีความจำเป็นเกี่ยวกับแสนยานุภาพของประเทศ ฝ่ายความมั่นคงประเทศนี้ก็สื่อสารกันไม่ค่อยจะเป็นว่า ไอ้ที่ซื้อๆ มันสำคัญแค่ไหน อย่างไร เอาไปใช้ที่ไหนได้ บางคนก็จะให้แจกแจงงบซื้ออาวุธให้ชัดเจน แต่ความลับทางการทหารมันพูดไม่ได้ ให้“เขารู้เรา”หมด เราก็สู้อะไรเขาไม่ได้



อีกประเด็นหนึ่งที่ตีข่าวกันเป็นเรื่องเป็นราว คือเมื่อนายกฯ เดินทางลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ก็มีสื่อไปเสนอข่าวว่า มีการรื้อเพิงพักของชาวบ้านริมทางที่นายกฯ จะผ่าน เข้าใจว่าน่าจะอารมณ์แบบ “ผักชีโรยหน้า” แบบเคลียร์พื้นที่ให้สวยๆ ให้ดูว่าปัญหามันไม่ร้ายแรง เกิดสภาพมันทุเรศทุรังมากนายกฯ เล่นงานข้าราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่ก็ซวยซิ ก็เลยต้องจัดการ แต่ต่อมาสื่อก็แก้ข่าวไปว่า การรื้อนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเส้นทางที่นายกฯ ผ่าน

จะว่าไปก็เป็นเรื่องน่าสงสารรัฐบาลอยู่เหมือนกัน ที่ข่าวอะไรที่เป็นเชิงลบมันถูกนำเสนอ ถูกนำไปขยาย ขนาดถูกเอาไปทำเป็นข่าวปลอมก็มี ขนาดเคยเจอคาตาว่า เพื่อนในเฟซบุ๊กแชร์ข่าวปลอม ด่ารัฐบาล บอกให้ลบก็ไม่ลบ แถมพูดกลับมาอีก “เกลียดมัน ต้องแชร์ อยากให้คนเกลียดมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” คือเข้าใจอยู่นะกับคำว่า “บทคนจะเกลียด” แต่ขนาดเผยแพร่ความเท็จในอินเทอร์เนตนี่ก็ระวังเขาฟ้องเอาแล้วกัน



ในโลกอินเทอร์เนต อัลกอริทึ่ม (Algorithm) หรือการเก็บข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ มันกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เราเคยเรียนรู้เรื่องการตรวจสอบข่าวสองฝั่ง (check& balance) หรือประเด็นต่างๆ สื่อมวลชนกระแสหลักจะเป็นผู้กำหนดวาระให้สนใจ (agenda setting) และกำหนดวิธีที่จะคิดต่อวาระสังคมนั้นๆ (framing) แต่การเติบโตของเทคโนโลยีมันทำให้อะไรๆ เปลี่ยนไปเยอะ โดยเฉพาะเรื่องสื่อ

อัลกอริทึ่มจะทำสุ่มเลือกเฉพาะเนื้อหาที่คุณสนใจ ซึ่งบางทีมันเป็นเนื้อหาที่มีอคติต่อการเมืองฝั่งเดียว หรืออคติต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนลืมมองความจริงรอบด้าน ลืมหรือไม่สนใจอีกฝ่ายชี้แจง ให้ความสนใจกับภาพและคิดว่า ภาพที่เห็นคือความจริงทั้งหมด อย่างเรื่องน้ำท่วม เห็นภาพใครลงพื้นที่ก็คิดว่านั่นแหละทำงาน ทั้งที่คนที่เขาทำงานแต่ไม่มีภาพออกเยอะแยะไป สิ่งที่ออกสื่อไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่สื่อประกอบสร้างอะไรบางอย่างให้เราคิดว่าเป็นความจริงทั้งหมด

จากข่าวน้ำท่วมนี่เห็นอะไรได้เยอะเลยทีเดียวแหละ.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    13%
  • ไม่เห็นด้วย
    87%

บอกต่อ : 113