อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

เป็นมะเร็งปอดพ้อใกล้ตาย ห่วงลูกอัมพาต-แม่แก่ชรา

สัปดาห์นี้เปิดมรสุมชีวิตชายวัย 60 ปี ป่วยไวรัสตับอักเสบบี ซ้ำร้ายตรวจพบมะเร็งระยะ 4 แต่ ใจต้องสู้เป็นทั้ง “ลูก-พ่อ” อยู่ดูแลแม่แก่ชรา ห่วงลูกชายวัย 35 ปีรถล้มเป็นอัมพาต พ้อชีวิตเหมือนกำลังจะตาย อาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.


วิบากชีวิตที่ “พ่อ” คนนี้กำลังเผชิญอยู่ นับเป็นอุปสรรคที่ยากจะผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นเหลือเกิน ชายวัย 60 ปีที่ต้องแบกรับภาระในครอบครัวทุกๆ อย่าง ทำหน้าที่ไม่ให้ขาดจากความเป็นลูกและพ่อในเวลาเดียวกัน “ลุงป้อม-พลธนัตถ์ สวนปานโกศัย” พ่อหัวใจแกร่งที่กำลังประสบมรสุมชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
ห้องพักหนึ่งของอาคาร 2 ที่การเคหะออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ไฟในห้องปิดมืดสนิท แต่เมื่อเปิดสวิตซ์ไฟกลับพบลุงป้อมนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย โดยข้างๆ จะมีลูกชายที่นอนป่วยพิการเป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ทำให้ทุกวันนี้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย


 
ลุงป้อมเป็นผู้ดูแลอย่างไม่ห่างกาย ราวกับว่าจะต้องทำทุกวินาทีให้มีค่ามากที่สุด...และเมื่อเหลียวมองไปทางขวา กลับพบหญิงชราอีกคนที่นอนอยู่ภายในห้องเช่นกัน...
 
เรื่องราวของภาพที่เห็นตรงหน้าคืออะไรกัน ???
 
“ลุงป้อม” เล่าให้ฟังว่า ในอดีต…อยู่กินกับภรรยาและมีลูกด้วยกันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งเมื่อก่อนตนนั้นทำงานเป็นนักดนตรีและขับรถตู้ กระทั่งวันหนึ่งย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา จังหวะชีวิตที่ต้องสูญเสียภรรยาไปด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกอย่างไม่ทันตั้งตัว เนื่องจากเส้นเลือดฝอยในสมองแตกและเกิดอาการน็อกในที่สุด จึงต้องย้ายที่อยู่มาอาศัยที่การเคหะออเงินแห่งนี้ได้ 7 ปีแล้ว
 
ส่วนลูกชาย “โอปอ-ชยุตพงศ์ สวนปานโกศัย” วัย 35 ปี อดีตช่างยนต์ ซึ่งในขณะนั้นร่ำเรียนและเพิ่งจบได้หมาดๆ จึงไปสมัครงานที่บริษัทรถยนต์ชื่อดังย่านสนามเป้าและทำงานที่นั่นเป็นเวลา 2 ปี แต่ชีวิตกลับต้องมาเป็น…ผู้ป่วยติดเตียง หนุ่มในวัย 24 ปีขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้น ???


 
เขาประสบอุบัติเหตุจักรยานยนต์พลิกคว่ำ เลือดคั่งในสมอง แพทย์พยายามดูดเลือดเสียเหล่านั้นออกมา แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น สมองบวมต้องนอนรักษาอยู่ในห้อง ICU ระยะหนึ่งจนพ้นขีดอันตราย กระทั่งแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่สามารถเดินได้
 
“ลุงป้อม” ที่เป็นเสาหลักของบ้านและด้วยความเป็นพ่อ หน้าที่ที่จะต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงคนในครอบครัว จึงเป็นสิ่งที่ต้องมาเป็นอันดับแรก แต่ทว่า 5 ปีให้หลังอาการของลูกชายเริ่มกำเริบ แพทย์ตรวจพบว่า…สมองฝ่อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินไม่ได้ ถ่ายหนักถ่ายเบาอย่างไม่รู้ตัว และพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง กลายเป็นคนพิการและเป็น “อัมพาต” ต้องนอนป่วยติดเตียงจนกระทั่งทุกวันนี้
 
ขณะที่หญิงชราที่นอนอยู่ภายในห้อง ก็ไม่ใช่ใครอื่น “นางสุกัลยา คงสมัย” วัย 81 ปี ผู้เป็นแม่ของลุงป้อม


 
“ลุงป้อม” บอกให้ฟังอีกว่า ปัจจุบันนี้ตนไม่สบายป่วยหนักเป็น “ไวรัสอักเสบบี” จึงออกไปทำงานอะไรไม่ได้เลย อีกอย่างที่ละทิ้งไม่ได้เลยก็คือ ต้องคอยดูลูกชายและแม่ที่แก่ชรา ล่าสุดสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกลับกลายเป็นความจริงที่ยากจะยอมรับ แต่นี่มันชีวิตจริงและต้องสู้อยู่ให้ได้ เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ตรวจพบว่าเป็น “โรคมะเร็งปอด” แพทย์แจ้งว่าเป็นระยะสุดท้าย ซึ่งจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 3 เดือน
 
“ตอนนี้ผมก็เหมือนกับพ่อที่กำลังจะตาย…”  ประโยคหนึ่งจากชายคนดังกล่าวที่แฝงไปด้วยความเศร้าและหดหู่ และความในใจที่ว่า “ลูก…พ่อได้ทำหน้าที่ของพ่อเต็มกำลังแล้วนะลูก หนูเกิดมา หนูเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของพ่อกับแม่เลย ตลอดเวลาพ่อไม่เคยเหนื่อยที่ดูแลหนูเลย หากชาติหน้ามีจริง หนูเกิดมาเป็นลูกพ่ออีกนะ ต่อไปนี้หนูต้องดูแลตัวเองนะ จำไว้นะลูก ไม่ว่าพ่อจะอยู่ที่ไหน พ่อก็รักลูกนะ...”
 


พ่อหัวใจแกร่งคนนี้ ยังพูดทั้งน้ำตาให้ฟังอีกว่า... “ตอนนี้ตัวผมไม่สบาย ไม่รู้จะตายวันไหน ผมเป็นห่วงลูกมาก กลัวว่า…ถ้าวันหนึ่งผมตายไปจะไม่มีใครดูแลลูก ผมหมดหนทางแล้ว ขอความกรุณาด้วยนะครับ...”


ทุกวันนี้ลุงป้อม ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท ส่วนลูกชายมีรายได้จากผู้พิการอีก 800 บาท ขณะที่ผู้เป็นแม่ของลุงป้อมได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 800 บาท จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของสำนักงานเขตสายไหม และทั้ง 3 ชีวิตมีรายได้จากบัตรประชารัฐคนละ 300 บาท

นี่แหละชีวิตของผู้เป็นพ่อ แม้ตัวเองจะป่วยหนักมากขนาดไหน แต่จิตวิญาณของความเป็นพ่อและหน้าที่ของความเป็นลูก ที่จะต้องดูแลอีก 2 ชีวิตจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : Poramet Misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย) , @แอน ปาท่องโก๋อยากขาย

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่ 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%