อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562

"จีนในจีน" ในยุคมังกรใหม่ "วิถีรุ่นเก่า - วิถีรุ่นใหม่"

"แค่เข็มหล่นบนพื้นเพียงหนึ่งเล่ม...รัฐก็รู้แล้ว” ...เสียงจากชาว คณะผู้ร่วมทริปตะลุยประเทศจีนคนหนึ่งดังขึ้น เมื่อต้องเจอกับการตรวจตราอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ภายในสนามบินนานาชาติปักกิ่ง อาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น.

"แค่เข็มหล่นบนพื้นเพียงหนึ่งเล่ม...รัฐก็รู้แล้ว ...เสียงจากชาว คณะผู้ร่วมทริปตะลุยประเทศจีนคนหนึ่งดังขึ้น เมื่อต้องเจอกับการตรวจตราอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ภายในสนามบินนานาชาติปักกิ่ง เนื่องจากช่วงที่เราเดินทางไปใกล้จะถึงช่วงเทศกาลฉลองวันชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน การตรวจตราผู้เดินทางเข้าออกจึงค่อนข้างเข้มงวดเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาลสำคัญประจำชาติ ถึงกระนั้นเราก็ยังต้องเจอกับปริมาณของนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติจำนวนมากกันอยู่ดี นี่ก็ย่อมสะท้อนว่า... จีน เป็น จุดโฟกัสของโลก ที่วันนี้ ทีมวิถีชีวิตก็มีแง่มุมเล็ก ๆ น้อย ๆ มานำเสนอหลังจากได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัส ชีวิตลูกมังกรในยุคใหม่ในบางแง่มุม ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้น...ลองมาติดตามกัน...

ทริปนี้ ทีมวิถีชีวิตร่วมคณะไปกับทาง อาศรมสยาม-จีนวิทยา สมาคมปัญญาภิวัฒน์ ที่ทางซีพี ออลล์ เป็นผู้ให้การสนับสนุน ซึ่งการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนครั้งนี้ จุดหมายปลายทางนั้นนอกจากจะมี มหานครปักกิ่ง เมืองหลวงของจีนแล้ว เรายังมีโอกาสเดินทางไปเยือนเมืองและสถานที่สำคัญที่เป็น รากฐานอารยธรรมของจีน ได้แก่ เจิ้งโจว และเมือง ลั่วหยาง อีกด้วย ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญนั้น ขออนุญาตเก็บมาเล่าอีกครั้งในส่วนอื่นในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ หากเอ่ยถึง จีน เอาจริง ๆ ในความรู้สึกสำหรับคนไทย ก็ต้องยอมรับว่า...สำหรับหลายคน ที่นี่ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในการเดินทางท่องเที่ยว ถ้าเทียบกับญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ใช่จุดหมายในฝันสำหรับใครหลายคน แต่หากได้มาเยือนจีน ประเทศนี้ก็มักสร้างความประหลาดใจให้ได้ทุกครั้ง จนดูเหมือนว่ามังกรตัวนี้เคลื่อน ไหวตลอดเวลา


      
หากเป็นประเทศอื่น กว่าที่เราจะเห็นความเปลี่ยน แปลงได้อย่างชัดเจน ก็อาจจะต้องใช้เวลา 2-3 ปีเป็นอย่างน้อย แต่กับที่นี่ แค่ 6 เดือนทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแล้ว...เป็น การระบุจาก อาจารย์ประสิทธิ ฉกาจธรรม ผู้อำนวยการอาศรมสยาม-จีนวิทยา ที่บอกเรื่องนี้ขณะเดินทาง ซึ่งเมื่อประเมินจากจำนวนโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ที่เห็น เราก็คล้อยตามที่อาจารย์ระบุไว้ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นตึกสูงที่กำลังก่อ สร้างอยู่รอบทิศ ไม่เว้นแม้แต่เมืองลั่วหยางที่ห่างจากปักกิ่งไปกว่า 800 กิโลเมตร ที่เราได้เดินทางไปเยือนด้วยพาหนะสำคัญอย่าง รถไฟความเร็วสูงทั้งนี้ พูดถึงรถไฟความเร็วสูง เก๋ ไกด์ชาวไทย ซึ่งพำนักอยู่ในกรุงปักกิ่งมานานกว่า 20 ปี ให้ข้อมูลว่า...ไม่เกินปลายปี 2562 จีนก็จะมีรถไฟความเร็วสูงความเร็วกว่า 600 กิโลเมตรวิ่งใช้งานแล้ว เพื่อรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว ปี 2022 ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องแรกที่ทำให้เรา ตะลึงจีน
    
ทั้งนี้ เมื่อเอ่ยถึง จีนยุคใหม่ระหว่างทางเราก็ได้รับทราบข้อมูลจากผู้นำทางของเราอีกคนอย่าง ซันซาน ไกด์ชาวจีน ซึ่งเป็นชนเผ่าจากมณฑลกวางสี ที่มาคอยช่วยดูแลคณะเราในการเดินทางครั้งนี้ โดยเธอบอกว่า...นับตั้งแต่จีนได้ผู้นำคนใหม่คนปัจจุบัน ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของสวัสดิการจากรัฐ ซึ่งเธอยกตัวอย่างว่า เช่น อาชีพเกษตรกรนั้น รัฐจะให้เงินอุดหนุนแก่เกษตรกรทุกคนเฉลี่ยเดือนละราว 1,000 หยวน หรือตกประมาณ 5,000 บาท หรือหากสมัครเป็นทหาร และได้รับเลือก ทางรัฐบาลก็จะจ่ายเงินค่าเล่าเรียน ที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มเรียนหนังสือจนถึงเข้าไปเป็นทหารให้กับครอบครัวของทหารคนนั้น โดยถ้าหากไม่สามารถเติบโตในตำแหน่งสูงขึ้นไปได้อีก และตัดสินใจลาออกจากราชการ ทหารคนนั้นก็สามารถกลับเข้าไปเรียนต่อได้อีก โดยที่รัฐจะออกค่าเล่าเรียนให้ เหตุนี้จึงทำให้คนจีนรุ่นใหม่หลายคน โดยเฉพาะคนจีนที่อยู่ตามชนบท หรือเป็นชนเผ่า อยากสมัครเข้าเป็นทหารรับใช้ชาติเพิ่มขึ้นอย่างมาก...เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยส่วนหนึ่งของ วิถีจีนยุคใหม่ที่เราเก็บเกี่ยวได้


    
สำหรับลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ วิถีจีนที่เราสัมผัสได้ตลอดเวลาที่พำนักในประเทศนี้คือ ความสอดประสาน กัน ระหว่างวิถีเก่ากับวิถีใหม่ ยกตัวอย่างเช่น มหานครปักกิ่ง ที่ถึงแม้จะมีตึกสูงรูปร่างประหลาด ๆ หน้าตาล้ำ ๆ มากมาย แต่หากเดินไปตามตรอกซอกซอย เราก็ยังพบกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั้งเดิมผสมผสานกลมกลืนอยู่ในวัฒนธรรมใหม่ นอกจากนั้น ยังพบเห็นการรวมกลุ่มทางสังคมของคนรุ่นอดีต ที่รวมตัวกันออกมาทำกิจกรรมที่เคยมีมาในวิถีของคนเหล่านี้ อาทิ มีการแสดงอุปรากร และการออกมานั่งเล่นเครื่องดนตรีโบราณ กลางเมือง บนฟุตบาธ บนถนนสายสำคัญที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และอาคารรูปทรงทันสมัย เป็นต้น ซึ่งก็เรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นอย่างดี หรือแม้แต่ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียง เช่น วัดเส้าหลิน วัดม้าขาว ถ้ำผาประตูมังกร พระราชวังฤดูร้อน นอกจากคนจีนสูงอายุแล้ว วัยรุ่นจีนจำนวนไม่น้อยก็เดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งการแต่งเนื้อแต่งตัวของคนจีนรุ่นใหม่ก็โฉบเฉี่ยวทันสมัยไม่แพ้วัยรุ่นไทย แถมบางคนแต่งตัวเปรี้ยวจนเราถึงกับต้องเหลียวมองกันทีเดียว อย่างไรก็ตาม แต่ก็มีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ยอมลงทุนเช่าชุดจีนย้อนยุคเพื่อมาถ่ายภาพกันอย่างไม่เคอะเขิน แถมออกจะมีหน้าตาภูมิใจในวิถีวัฒนธรรมของตนเองอีกด้วย ...นี่เป็นอีกมุมที่เราสัมผัสได้


      
เกี่ยวกับ กระแสโลกา ภิวัตน์ที่เกิดขึ้นกับจีน ไม่ได้มีอยู่แค่เฉพาะเมืองหลวงอย่างปักกิ่ง หรือเมืองศูนย์กลางธุรกิจอย่างเซี่ยงไฮ้เท่านั้น หากแต่พัดพาเข้าไปยังหลาย ๆ เมืองของจีนด้วยเช่นกัน อย่างที่เมืองลั่วหยาง ในมณฑลเหอหนาน ซึ่งถือเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และถือเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของจีน เราก็พบว่าเมืองกำลังได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก แถมยังมีร้านกาแฟสตาร์บัคส์ให้คณะของเราได้แวะชิม รวมถึงมีห้างสรรพสินค้าใหญ่โตให้ได้เดินชอปปิงกันอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อเมืองมีการพัฒนาไปมาก สิ่งที่ตามมาก็คือคนจีนเองก็ยิ่งต้องแข่งขันกันมากขึ้น อย่างร้านอาหารแนว   ชาบูร้านหนึ่งที่เราเข้าไปฝากท้องในมื้อเย็นวันหนึ่ง นอกจากจะมีการตกแต่งร้านให้มีหน้าตาทันสมัยแล้ว ยังมีการนำหุ่นยนต์มาใช้งานเพื่อให้บริการเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้า ขณะที่พนักงานก็ให้บริการด้วยความสุภาพยิ้มแย้มแจ่มใส แตกต่างจากหลาย ๆ ร้านที่เราเข้าไปใช้บริการหลาย ๆ มื้อ ในหลาย ๆ เมืองที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง จนชาวคณะร่วมทริปของเราอดชื่นชมบริการของร้านนี้ไม่ได้
    
...เหล่านี้เป็น มุมวิถีชีวิตจีนที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเราพบ เห็นจากการเดินทางครั้งนี้ จนเราหวนคิดถึง มุมวิเคราะห์ ของ .ดร.ยศ สันตสมบัติ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เจ้าของหนังสือชื่อ มังกรหลากสี : การขยายอิทธิพลเหนือดินแดนและพันธกิจเผยแผ่อารยธรรมในอุษาคเนย์ซึ่ง ทีมวิถีชีวิต ได้เคยนำเสนอมุมมองของผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ไว้เมื่อนานมาแล้ว ที่ได้อธิบายถึง อิทธิพลของจีน ที่แผ่ขยายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ว่า... เปรียบเทียบได้กับ มังกรหลากสีซึ่งอาจารย์ยศอธิบายว่าเป็นคำนิยามที่หยิบยกมาเปรียบเทียบนโยบายของจีน ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมาก เนื่องจากจีนมีนโยบายที่หลากหลายมาก และจุดเด่นของจีน ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ ก็มองว่า...จีนเปรียบเสมือนคนที่ทำการบ้านเยอะมาก ทำให้มีข้อมูลมาก ซึ่งไทยเองก็ควรที่จะศึกษาจุดเด่นในเรื่องนี้ของจีนให้มาก ๆ
     
ทั้งนี้ อาจารย์ยศย้ำไว้ว่า ในอนาคตจีนจะผงาดขึ้นเรื่อย ๆ ไทยจึงจำเป็นจะต้องเรียนรู้และต้องเข้าใจถึงวิธีคิดของจีนด้วย จึงจะรับมือการเปลี่ยนแปลงได้ ...เป็นการเสนอ มุมมองที่ ไทยควรมีต่อจีน
              
เหล่านี้เป็นบางส่วนของเรื่องราว วิถีชีวิต ของ จีนในจีน ใน ยุคมังกรใหม่ ที่ ทีมวิถีชีวิตไปสัมผัสมา 5 คืน 6 วันใน ถิ่นมังกรซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ อาศรมสยาม-จีนวิทยา ที่ได้พาเราไปเห็น อันซีน ของมหาอำนาจใหม่ของโลกรายนี้ ที่ช่วยให้เปิดมุมมองใหม่ ๆ และเข้าใจในพญามังกรตัวนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ จีนกำลังก้าวกระโดด และ...โลกละสายตาจากจีนไม่ได้“.

.........................................................
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32