อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

สัมผัสความอร่อยกับ"จางวางอิ่ม" ร้านอาหารไทยริมน้ำ

สัปดาห์นี้พาไปบ้านโบราณอายุราวเกือบร้อยปี ลิ้มรสกับอาหารเมนูชื่อแปลกและอร่อยแบบที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน พร้อมสัมผัสบรรยากาศสวยงามริมน้ำ จันทร์ที่ 30 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น.


เพื่อนๆ นัดผมไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านชื่อ “จางวางอิ่ม” เป็นร้านเปิดใหม่ ข้ามสะพานพระราม 4 มาอีกฝั่ง วนลอดใต้สะพานก็ถึงเลย ผมลองไปตามลายแทงแล้วก็ได้พบกับบ้านเก่าที่สวยมากครับ อาหารที่นี่มีเมนูชื่อแปลกและอร่อยแบบที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ขอชื่นชมบรรยากาศของสถานที่ก่อนจะแนะนำเมนูเด็ดให้ท่านผู้อ่านไปลองชิมนะครับ

สถานที่ตั้งของร้านจางวางอิ่มเป็นบ้านโบราณอายุราวเกือบร้อยปี (ปลายสมัยรัชกาลที่ 6) เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นบนทำเป็นห้องแบบ Private Room มีอยู่หลายห้อง มองเห็นวิวจากด้านบน ส่วนพื้นที่ด้านล่างดีดบ้านสูงขึ้นมาเกือบ 1.50 เมตร เพื่อหนีระดับน้ำท่วมปี 2554 ด้านล่างเป็นลานกว้าง นั่งสบายๆ ทำเลของบ้านหลังนี้สุดยอดจริงๆ ครับ หันหน้าออกไปทางทิวทัศน์ซึ่งเป็นตำแหน่งที่คุ้งน้ำมาบรรจบกันเป็นสามแยกพอดี แม่น้ำด้านหน้าเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน แม่น้ำที่แยกตรงไปทางด้านหน้าคือคลองลัดเกร็ด เป็นคลองที่ขุดขึ้นในสมัยพระเจ้าท้ายสระ เพื่อใช้เป็นเส้นทางลัดสู่พระนคร ให้เรือได้สัญจรโดยไม่ต้องอ้อมเกาะเกร็ด ปัจจุบันกระแสน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นแม่น้ำสายหนึ่งไปเลยครับ ทางซ้ายมองเห็นสะพานพระราม 4 ด้านขวาเห็นเกาะเกร็ด (เสียดายที่พระเจดีย์เอียง วัดปรมัยยิกาวาสกำลังปิดเพื่อบูรณะอยู่ในช่วงนี้) ทางร้านมีชานยื่นออกไปริมแม่น้ำ ผมไปถึงราวๆ 6 โมงเย็น แดดร่มลมตก ลมเย็นสบายดีครับ ถ้าใครชอบถ่ายรูป ให้รอสักประมาณทุ่มนึงนะครับ ท้องฟ้าจะกลายเป็นสีน้ำเงินสวยแปลกตามากๆ เลยครับ



ขอเปิดด้วยเมนูที่น่ารัก เช่น “ของว่างจางวาง” รวมเหล่าผักใบเขียวต่างๆ เช่น ใบชะพลู ใบยี่หร่า ใบมะดัน ใบชะอม นำมาชุบแป้งทอด แล้วจิ้มกินกับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย แนวกินเล่นๆ ปนจริงจัง ตามมาด้วย “เมี่ยงปลากระพงทอด” ปลากระพงทอดหั่นเป็นชิ้นพอดีคำให้แล้ว ไม่ต้องไปเลาะเอง นำเนื้อปลาวางลงใบชะพลูแล้วโรยเครื่องเคียง ราดน้ำจิ้มลงไป กินเพลินเชียวครับ



ส่วนอาหารจานหลักที่จัดว่าเด็ดมีอยู่หลายเมนู ถ้าเอาจานพระเอกที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนก็คือ “ปูจางวาง” เป็นปูม้านำมาผัดกับใบกระวานแห้งให้มีกลิ่นหอมเครื่องเทศเบาๆ เติมความเป็นยุโรปนิดๆ โดยใส่เนยผัดพร้อมกับมะเขือเทศและหอมใหญ่ โรยผงเครื่องเทศคลุกเคล้าลงไป เห็นแล้วยิ่งใหญ่อลังการ ส่วนจานนางเอกที่อยากให้ลองชิมคือ “กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน” มากับน้ำจิ้มรสเด็ดครับ กุ้งตัวโตสะใจมาก หากินได้ใกล้ๆ แถวนนทบุรีนี่เอง ขอแนะนำให้สั่ง “แม่สะเดาเย้ายวนกุ้ง” มากินแกล้มด้วยครับ ยอดสะเดาลวก เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำปลาหวาน เคียงด้วยหอมเจียวและพริกทอด ให้รสชาติเปรี้ยวหวานคู่ครัวไทยพื้นบ้านแบบโบราณ



มาถึงเมนูชื่อแปลกและน่าสนใจกันบ้างครับ “น้ำพริกคู่ตุนาหงัน” เจ้าของร้านได้ความคิดจากที่ไปรับประทานอาหารพื้นเมืองของบาหลีที่กินสะตอทอดกับน้ำพริกซัมบัล กลับมาเมืองไทยอยากให้มีเมนูสะตอที่เปิดเปลือกนิดนึงแล้วนำไปทอด (ทอดแบบนี้ความเหม็นฉุนของสะตอจะหายไปครึ่งหนึ่ง) จึงไปจับคู่กับน้ำพริกปลาฉิ้งฉ้างของจังหวัดกระบี่ ที่คั่วหอมแดง พริกขี้หนู กะปิและกระเทียมเผา แล้วนำมาตำกับปลาฉิ้งฉ้าง บีบมะนาว เหยาะน้ำตาลและเกลือ ปรุงจนได้รสออกเค็มๆ เปรี้ยวๆ กินกับสะตอมันๆ คลุกกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดครับ “มะเขือยาวเหยาผัดปลาเค็ม” ปกติผมไม่ค่อยได้กินมะเขือยาวบ่อยนัก แต่ร้านนี้ทำอร่อยมากครับ เคล็ดลับคือ หั่นมะเขือยาวขนาดลูกเต๋าแล้วรีบนำไปแช่น้ำเกลือเพื่อไม่ให้ดำ ตั้งไฟกระทะร้อนให้น้ำมันเดือด คำว่า “เหยา” ภาษาจีนแปลว่า “ทอด” นำมะเขือยาวหั่นเต๋าสะเด็ดน้ำนำลงไปทอดให้พอสะดุ้ง แล้วนำขึ้นมาผัดกับปลาเค็มอย่างดีและกระเทียม มะเขือยาวยังคงมีความสดกรอบไม่เละ เมื่อผัดกับปลาเค็มจะมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน ผมขอตบท้ายด้วย “ปูไข่ดองลิ้นเต้นแซ่บแบบไทย” ถ้าใครแนวเดียวกับผม ชีวิตต้องมีรสชาติเปรี้ยวแซ่บ แนะนำเมนูนี้ครับ ไข่ปูมาเต็มๆ พริกขี้หนูมาทั้งสวนครับ จะอร่อยต้องใช้มือยกปูขึ้นมาดูดเลยครับ



จริงๆ ผมชอบร้านนี้ตั้งแต่ชื่อแล้วครับ “จางวาง” เป็นตำแหน่งข้าราชการชั้นสูงในวังซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว ชื่อนี้ไปได้ดีกับบ้านและอาหารไทยโบราณ แถมวันที่ผมไป (วันเสาร์) มีวงดนตรีไทยมาบรรเลงขับกล่อมได้บรรยากาศมากๆ ครับ ส่วนวันธรรมดาจะเป็นวงดนตรีหลากหลายไม่ซ้ำกัน ผมยังคิดเลยว่า ถ้ามีเพื่อนต่างชาติพามาร้านแบบนี้ เขาคงตื่นเต้นนะครับ ขนาดคนไทยอย่างเรายังรู้สึกดีเลย ผมสังเกตว่าร้านนี้เป็นร้านที่พากันมาได้ทั้งครอบครัว มีทุกรุ่นทุกวัยตั้งแต่รุ่นคุณปู่จนถึงรุ่นหลานๆ ร้านนี้เปิดตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงห้าทุ่มครับ ลองมากินอาหารไทยในบรรยากาศย้อนยุคนั่งสบายๆ ริมน้ำกันครับ.

..........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 92