อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

ดาบนั้นคืนสนอง ตอน 7

อาจารย์ผมสอนว่าเมื่อโกหกแล้วถูกจับได้ก็จงอย่าสารภาพ แต่ถ้าจำเป็นต้องสารภาพก็ให้สารภาพ "เพียงครึ่งเดียวก็พอ" จันทร์ที่ 30 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น.


เป็นอันว่าเราแก้ปัญหาชั้นต้นกันไปได้ จากการพาพี่เสริฐไปให้หมอที่สถานีอนามัยอำเภอบ้านนาสาร จิ้มก้นไว้ซะก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง หรือไม่ก็เอาไว้แก้ปัญหากันภายหลัง พี่เสริฐเอง ก็ยังดูว่ามีความกังวลอยู่ แต่พอตอนบ่ายๆ ขณะนั่งรถกลับตัวเมือง พี่เสริฐอยู่ดีๆ ก็ดีดมือเป๊ะ ร้องไชโยออกมาเบาๆ เหมือนกับขบปัญหาหนักๆอะไรสักอย่างได้สำเร็จ แล้วหันมาบอกพวกเราว่า

“กูคิดออกแล้ว หมดปัญหาแล้ว” พวกเราพยายามถามว่าคิดอะไรออก แกก็ไม่บอก แต่เอามือตบกระเป๋าหลังที่ใส่กระเป๋าตังค์ ซึ่งมีถุงมีชัยอีกสองถุงเหลืออยู่ในนั้น พวกเราเดาไม่ออกว่าแกหมายถึงอะไร แต่ขี้เกียจถามให้มากเรื่อง เดี๋ยวจะได้ใจ ก็พอดีรถวิ่งมาถึงโรงแรมที่พักของเราพอดี พวกเราตื่นเต้นกันพอๆ กับคืนแรกที่กระบี่ เพราะนี่เป็นคืนสุดท้ายของการตรวจภูมิประเทศอันสนุกสนาน สุราษฎร์ธานีในสมัยนั้นก็ไม่เบาหรอกครับ

คืนนั้นเราสุขสนุกสนานกันอย่างเต็มที่เป็นการส่งท้ายกว่าจะเสร็จก็เกือบตีสามแน่ะ สำหรับคืนสุดท้ายนี้ ผมเห็นจะต้องเลิกการกล่าววาจาอันเป็นเท็จ(โกหก) คุณผู้อ่านว่า ทุกคืนที่ผ่านมา ผมไม่เคยทำตัวเหลวแหลกอย่างคนอื่น คืออาบน้ำทาแป้งสวดมนต์เข้านอนอีกแล้วล่ะครับ ฮ่าๆๆ ต้องสารภาพความจริงแล้ว

จริงๆ นะที่ใครเขาบอกว่าคนเราน่ะโว้ยเฮ้ย....ไม่สามารถโกหกทุกคนได้ตลอดไปหรอก จะบอกให้!

คืนนั้น ผมมีคนมาคนอาสามานอนเป็นเพื่อนกันผีบ้านดอนด้วย ก็ทำไปอย่างนั้นแหละครับ ไม่ได้หยกอยากอะไรหรอก เห็นเขาว่าไม่มีงานทำ ก็อยากช่วยอุดหนุนเป็นการเฉลี่ยความสุขกันไปตามประสาคนไทยด้วยกัน....ครับผมมีเจตนาบริสุทธิ์อย่างนั้นจริงๆ

อาจารย์ผมสอนว่าเมื่อโกหกแล้วถูกจับได้ก็จงอย่าสารภาพ แต่ถ้าจำเป็นต้องสารภาพก็ให้สารภาพแม่เพียงครึ่งเดียวก็พอ…ตามนั้น



ผมมานึกได้ตอนจะเข้าห้องพักว่า ไม่มีเสื้อกันฝนซักกะตัวหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงความผิดพลาดของพี่เสริฐ ครั้นจะไปหาที่ไหนก็คงไม่ได้เพราะดึกขนาดนี้แล้ว ก็พอดีนึกถึงพี่เสริฐขึ้นมาได้ว่า “อะไรต่อมิอะไร” ของแกมันอยู่ในสภาพที่ใช้งานไม่ได้แล้ว และเมื่อแยกกันตอนตีสองกว่ากว่า พี่เสริฐแกเข้านอนคนเดียวครับ ดังนั้นไอ้ที่เหลืออยู่อีกสองอัน แกก็คงไม่ได้ใช้หรอก พรุ่งนี้กลับบ้านแล้ว นึกได้อย่างนั้น ผมก็เดินตัวปลิวไปเคาะประตูห้องแกทันที

พี่เสริฐเปิดประตูออกมาพบผมในชุดนอน หน้าตาแสดงว่าคงจะยังไม่เข้านอน ผมมองข้ามไหล่ไปก็ไม่พบใครในห้องนั้น พี่เสริฐไม่มีธุระที่จะต้องใช้เสื้อฝนจริงๆ ตามที่ผมวิเคราะห์สถานการณ์ไว้อย่างแม่นยำ

“พี่ๆ เสื้อฝนยังเหลือใช่ไหม” พี่เสริฐพยักหน้าช้าๆ
 
“ขอผมเถอะพี่”

“มึงจะเอาไปทำไม” ผมอายครับเลยตอบไปว่า...

“เอาไว้ศึกษาน่ะพี่....พี่ไม่ได้ใช้แล้วไม่ใช่เหรอ”

“อย่าเลย” พี่เสริฐตอบสั้นๆแล้วทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงให้คำอธิบายว่า

“อย่าเลยกูจะเก็บเอาไว้….”

ผมชักฉุนว่าไม่น่างกอย่างนี้เลย พี่กันน้องกันแท้ๆ จึงถามกลับไปว่า

“ก็จะกลับบ้านอยู่พรุ่งนี้แล้ว พี่จะเก็บไปไว้ทำไมเล่า” พี่เสริฐจ้องหน้าผมนิ่

แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวชัดถ้อยชัดคำว่า….

“ก็เอาไปใช้กับเมียกูสิวะ...ไอ้โง่” แล้วปิดประตูใส่หน้าผมดังปัง…
..........................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 115