อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562

ฉลอง70ปี'สาธารณรัฐประชาชนจีน'ยิ่งใหญ่เกรียงไกร

สัปดาห์นี้ไปดูพิธีเฉลิมฉลองการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนครบรอบ 70 ปี ทหารเดินสวนสนามยิ่งใหญ่ แสดงแสนยานุภาพ รถถัง ขีปนาวุธ ครบครัน พฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ก่อนหน้าพิธีเฉลิมฉลองการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนครบรอบ 70 ปี 1 วัน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญอิสริยาภรณ์ “เหรียญมิตรภาพ” แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยทรงมีคุณูปการต่อการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างจีนกับประเทศไทย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีนหลังจากที่ได้รับการทูลเกล้าฯ เหรียญอิสริยาภรณ์ “เหรียญมิตรภาพ” มีใจความตอนหนึ่งว่า “… ทรงดีพระทัยกับรางวัลที่ถือว่าทรงเกียรติ โดยทรงยกบทกวีจีนในยุคศตวรรษที่ 70 มาตรัสถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและมิตรภาพของทั้งสองประเทศ พร้อมกับทรงยกย่องในความสำเร็จของประเทศจีนที่พัฒนาและสร้างความเป็นประเทศให้ทันสมัยทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปีเป็นประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของรัฐบาลและประชาชนจีนที่ต่อสู้ฟันฝ่าความยากลำบาก พัฒนาประเทศ ต้องอดทน อดกลั้น ใฝ่รู้จนเจริญได้ถึงทุกวันนี้ พวกเราทุกคนที่ต่างเป็นเพื่อนกันล้วนเป็นตัวแทนประชาชนจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม สถาบันด้านวัฒนธรรม ด้านวิชาการ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการศึกษา ทั้งหมดถือเป็นบทบาทสำคัญของการส่งเสริมมิตรภาพและกลยุทธ์ทางหุ้นส่วน ความสำเร็จ สันติภาพที่ไม่เพียงเฉพาะจีนกับประเทศของเรา แต่ยังรวมถึงหมู่มวลมนุษยชาติทั่วโลก ….”



ทรงอวยพรเป็นภาษาจีนว่า “ขอให้สาธารณรัฐประชาชนจีน ก้าวหน้า ประสบความสำเร็จและขอให้ประชาชนชาวจีนสมปรารถนาในวันฉลองครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน”

วันที่ 1 ต.ค. 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานพิธีเฉลิมฉลองการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนครบรอบ 70 ปี ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน มหานครปักกิ่ง กล่าวเปิดพิธีการเฉลิมฉลองฯ มีใจความตอนหนึ่งว่า “… ไม่มีกองกำลังใดสามารถหยุดประชาชนจีนและการผนึกกำลังของชาวจีนในประเทศเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าได้และไม่มีกองกำลังใดสามารถสั่นคลอนรากฐานของชาติที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้ ...” พร้อมได้กล่าวย้ำว่า “จีนจะรักษาความมั่นคง และความมั่งคั่งในฮ่องกงและมาเก๊า โดยมุ่งมั่นให้มีการรวมชาติอย่างสมบูรณ์” หลังจากนั้นมีการเดินสวนสนามที่ยิ่งใหญ่ของทหาร ซึ่งมีทั้งรถถัง ขีปนาวุธ และการแสดงแสนยานุภาพอย่างยิ่งใหญ่ รวมทั้งมีการยิงปืนสลุต 70 นัดด้วย

ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 5,000 ปี มีความเจริญก้าวหน้าในด้านหลักคิดและภูมิปัญญาที่มีการสะสมมาจากนักปราชญ์และปัญญาชนในแต่ละยุคแต่ละสมัย จีนต้องเผชิญกับภัยพิบัติธรรมชาติ เกิดทุพภิกขภัย สร้างความอดอยากแก่ประชาชนมากมาย จีนมีพื้นที่เกือบ 10 ล้านตารางกิโลเมตรมากกว่าประเทศไทยเกือบ 20 เท่า ซึ่งมีพื้นที่ 5 แสนตารางกิโลเมตร อีกทั้งต้องทำสงครามกับกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าต่างๆ และต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง



ย้อนหลังกลับไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2492 “เหมาเจ๋อตุง” ผู้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศจีนทำการปฏิวัติ โดยมีคนชนบทซึ่งประกอบด้วย ชาวนา ชาวไร่และผู้ใช้แรงงานเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จนสามารถก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นมาได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 70 ปี จีนต้องฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคมากมายที่จะให้คนนับพันล้าน ปากท้องอิ่ม ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก 1.4 พันล้านคนที่มีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และมีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตเป็นอันดับหนึ่งของโลกในระยะเวลาอันใกล้นี้

ลักษณะเฉพาะของประเทศจีน คือ ประเทศจีนมีการปกครองระบอบสังคมนิยมโดยมีพรรคคอมมิวนิสต์เป็นกลไกสำคัญในการบริหารประเทศ การเปลี่ยนแปลงผู้นำในแต่ละยุคแต่ละสมัยมีความต่อเนื่องในด้านนโยบายและการบริหารจัดการประเทศอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ ผู้นำรัฐบาลรุ่นใหม่ได้รับความรู้และคำชี้แนะจากผู้นำรัฐบาลรุ่นเก่า ประเทศจีนให้ความสำคัญกับการปราบปรามปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างจริงจังมานับสิบปี ประเทศจึงมีความเจริญก้าวหน้าอย่างเต็มศักยภาพ



ประเทศไทยและประเทศจีนไม่ใช่อื่นไกล คนไทยก็เป็นผู้อพยพมาจากเทือกเขาอัลไต ชาวจีนเข้ามาค้าขายกับประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา การกอบกู้เอกราชจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองก็ด้วยพระปรีชาสามารถและพระเดชานุภาพของพระเจ้าตากสิน ซึ่งมีเลือดของคนจีนในตัวของพระองค์ ขอให้ประเทศจีนมีความเจริญมั่นคงสืบไปและประชาชนจีนมีความเจริญผาสุกตลอดไป.
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล” 
ขอบคุณภาพจาก : AP,AFP, REUTERS

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%