อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

ภัยระยะยาวก่อมะเร็งปอด PM2.5กลับมาซ้ำอีกครั้ง

สัปดาห์นี้ทำความรู้จักวิธีป้องกันฝุ่น PM 2.5 แพทย์ย้ำกลุ่มเสี่ยงอย่าชะล่าใจ ชี้ผลในระยะยาวปอดอ่อนแอแฝงมะเร็งร้าย เตือนคนปกติสูดดมเข้าไปอาการยังแย่ แนะสวมหน้ากากป้องกันก่อนออกจากบ้าน เสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00 น.


ช่วงนี้จะออกไปไหนมาไหน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในเมืองกรุงนั้น อาจจะต้องใส่หน้ากากอนามัยปิดจมูกกันสักนิด หรือจะพกติดกระเป๋าเผื่อไว้ก็เป็นไอเดียที่ดี เพราะช่วงปลายเดือนก.ย. ที่ผ่านมา หลายคนก็คงจะเห็นว่า “ฝุ่น PM 2.5” ได้กลับมาอีกครั้งแล้ว
 
การกลับมาครั้งนี้กินพื้นที่ฟุ้งกระจายทั่วทั้งหมด 15 แห่ง ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมไปถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองที่ภาคใต้ ทำให้คุณภาพอากาศเริ่มแย่ลง หลายคนจึงพยายามเรียกร้องให้ผู้ที่มีอำนาจ เร่งรัดสั่งการแก้ไขอย่างจริงจังเสียที ให้เหมือนกับตอนที่ได้หาเสียงเอาไว้  

เพราะอย่าลืมว่า…กลุ่มที่มีความเสี่ยงในเรื่องสุขภาพที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ก็มีหลายกลุ่มเช่นกัน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
 


รศ.นพ.นิธิพัฒน์  เจียรกุล ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อมูลว่า ที่จริงกรุงเทพฯ มีฝุ่นชนิด PM 2.5 ที่เป็นแหล่งหลักมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงธรรมชาติมากเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ถ้าวันร้ายคืนร้ายที่อุณหภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ความชื้นในอากาศสูงขึ้น ลมอับ แสงแดดยังไม่ได้เวลามาเยือน ประกอบกับกรุงเทพฯ มีอาคารสูงจำนวนมาก ก็จะทำให้การไหลถ่ายเทของอากาศยามลมอับไม่ดี
 
โดยไม่ได้มีความแตกต่างจาก จ.เชียงใหม่ ที่เป็น “เมืองแอ่งกระทะ” ตามธรรมชาติ จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ impaction” หมายถึง ฝุ่นขนาดเล็ก คือ PM 2.5 ฟุ้งกระจายออกไปได้ยาก ที่สำคัญเจ้าตัวร้ายนี้มีผลเสียต่อสุขภาพบางท่านอย่างทันทีทันใด เช่น ทำให้ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังทุกชนิด มีอาการกำเริบ หรือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ อาการก็จะกำเริบได้เช่นกัน ทั้งนี้ยังไม่นับผลระยะยาวที่มีอีกมากเหลือพรรณนา
 
ดังนั้นคำแนะนำการปฏิบัติตัวในสถานการณ์เช่นนี้ และคงอีกหลายวันหรืออาจจะบานปลายลากยาวจนไปถึงปีหน้า ที่เราจะนำมาฝากกันมีดังนี้

1.ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศจากแหล่งของกรมควบคุมมลพิษ ที่มีครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไม่ใช่แต่กรุงเทพฯ อย่างเดียว

2.ถ้าเห็นค่าปริมาณ PM 2.5 เป็นสีแดง แสดงว่าสูงเกินค่ากำหนดขององค์การอนามัยโลก ที่ค่าเฉลี่ยตลอด 24 ชั่วโมงไม่ควรเกิน 25 µg/m3 

3.เมื่อเห็นแล้วคนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงเดินทางออกจากที่พักอาศัย จนกว่าระดับจะลดลงมาเป็นสีส้ม ที่ยังพอจะยอมรับได้

4.แต่ถ้าจำเป็นจะต้องเดินทาง สำหรับคนที่ไม่มีโรคเรื้อรังที่รุนแรงที่บอกไป แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่นอกอาคาร โดยต้องสวมให้ถูกวิธีและกระชับกับใบหน้าส่วนปากและจมูกให้มากที่สุด



5.แต่ถ้าเป็นคนที่มีโรคเรื้อรังที่รุนแรง อันนี้ไม่ควรออกจากบ้านเด็ดขาด แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ เช่น ต้องไปพบแพทย์ตามนัด (แต่ที่จริงสถานพยาบาลต่าง ๆ ควรอำนวยความสะดวกเลื่อนนัดให้ผู้ป่วยได้โดยสะดวกในทุกช่องทาง) ควรใช้หน้ากากชนิด N95 ซึ่งพอจะช่วยกรองเจ้าตัวฝุ่นร้ายขนาดเล็กนี้ได้ในปริมาณที่มากกว่าหน้ากากอนามัยธรรมดา แต่ต้องตรวจสอบหลังการใส่ว่าหน้ากากนั้นกระชับรูปหน้าจริงตามคำแนะนำที่อยู่บนซองหน้ากากนั้น ๆ ด้วย
 
ขณะที่คำถามที่ควรสร้างความตระหนักรู้ให้มากขึ้น คือ PM 2.5 หมายถึงอะไร เพื่อให้ประชาชนรู้ถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ฉะนั้นฝุ่นละออง PM 2.5 หมายความว่า อนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร ลอยอยู่ในอากาศรวมกับไอน้ำ ควัน และก๊าซ สามารถนำพาสารต่าง ๆ ล่องลอยอยู่รอบตัวเราได้ในปริมาณสูง ทำให้เกิดเป็นหมอกควันที่ถือเป็นมลพิษต่อสุขภาพของเรา
 


อยากให้ลองนึกภาพตามว่า…คนทั่วไปที่สูดเอาฝุ่น PM 2.5 เข้าไป จะมีอาการระคายเคืองจมูก น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ แต่สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบการหายใจ รวมถึงผู้ที่ป่วยเป็นโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด จะทำให้โรคที่เป็นอยู่กำเริบขึ้นมาได้ ส่วนในระยะยาวอาจก่อมะเร็งปอดและทำให้สมรรถภาพปอดของเยาวชนถดถอย
 
อย่างไรก็ตามในกรณีผู้ที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงแล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็จำเป็นจะต้องใช้หน้ากาก N95 หรืออย่างน้อยเป็นหน้ากากอนามัยซ้อนกัน 2 ชั้น โดยไม่ว่าจะใช้หน้ากากชนิดใดต้องสวมใส่ให้กระชับใบหน้า และจำกัดระยะเวลาการสัมผัสฝุ่นให้น้อยที่สุด
 
เมื่อรู้เช่นนี้แล้วทุกคนต้องหมั่นตรวจสอบคุณภาพอากาศ เมื่อไหร่ก็ตามที่ดัชนีคุณภาพอากาศเป็นสีส้ม ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เด็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ ควรงดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ถ้าเป็นสีแดง ขอให้ทุกคนทั้งหมด “หลีกเลี่ยง” เด็ดขาด อย่าคิดว่าตัวเองแข็งแรง เพราะฝุ่นเล็ก ๆ เก่งกว่าที่คิด.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean  
โดย ทวีลาภ บวกทอง” 
ขอบคุณภาพจาก : สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย

คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่    






 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%