อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562

บุญคุณ'พระพ่อ-พ่อพระ' รับเลี้ยงเด็กกำพร้ากว่า100คน

พระเลี้ยงลูกคน...ผู้เป็นดั่งเทวดาของเด็กๆ อุปการะมาแล้วกว่า 100 คน เผยสงสารโดนพ่อแม่ทอดทิ้ง จำต้องแบกภาระเลี้ยงดู-ส่งเรียน-อบรมสั่งสอนเพื่อต้องการให้พวกเขาเติบโตเป็นคนดีของสังคม เสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2562 เวลา 10.05 น.


ก่อนเข้าเรื่องประจำสัปดาห์นี้ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทยที่มอบรางวัลนักข่าวจิตอาสาให้แก่ "เหยี่ยวขาว" คอลัมน์คนดีของสังคม ในงานพิธีมอบรางวัลสุดยอดข่าวอาชญากรรมแห่งปี 2561 และสุดยอดนักข่าวป้ายแดง 2561 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา...ขอบคุณอย่างสูงที่สมาคมฯมองเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดี ๆ ที่เรานำเสนอออกไปสู่สังคม ทั้ง ๆ ที่เป็นสมาคมนักข่าวอาชญากรรมฯ ผิดกับสมาคมฯบางแห่งเอาแต่สร้างภาพ-โลกสวยไปวัน ๆ ที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือการประกวดฯอะไรก็ตาม “อย่าหวังว่าจะได้รางวัลเลย...หากคุณไม่ใช่พวกฉัน”  
 
เหน็บพอเจ็บ ๆ คัน ๆ ไม่ว่ากันนะพี่น้องสื่อทั้งหลาย มองกว้าง ๆ มันก็คือปัญหาของวงการสื่อฯ อย่างหนึ่ง อย่างที่บอกทุกที่-ทุกวงการต่างก็ปัญหากันทั้งนั้นอยู่ว่าจะแก้หรือไม่แก้เท่านั้น...พูดถึงปัญหาวีคนี้อยากนำเสนอปัญหาเด็กถูกทอดทิ้ง ปัญหาสำคัญของสังคมไทย จะเห็นได้จากข่าวที่ผ่านมามีเด็กถูกนำไปทิ้งในสถานที่ต่าง ๆ หลายครั้งหลายคราว...สาเหตุหลักส่วนใหญ่มักเกิดจากพ่อแม่ที่เป็นวัยรุ่น-วัยเรียน,ปัญหาจากครอบครัวไม่ว่าจะเป็นการหย่าร้างของพ่อแม่ การใช้ความรุนแรง การแต่งงานใหม่ของพ่อแม่,ครอบครัวมีฐานะยากจนเกินกว่าที่จะดูแลเด็กได้,การตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์กรณีผู้หญิงถูกข่มขืน และปัญหาเนื่องจากเด็กเกิดมาบกพร่อง-พิการไม่เป็นที่ต้องการของครอบครัว 


 
ถามว่าปัญหาทั้งหมดเด็กเป็นคนก่อมันขึ้นมาหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เด็กเขาไม่รู้อะไรด้วยเลย...แต่เวรกรรม และตราบาปต้องมาตกกับพวกเขาโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้...เมื่อไม่มีใครเอาสุดท้ายเด็กก็ต้องไปอยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าต่าง ๆ เป็นภาระที่หนักมากสำหรับการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แท้จริงว่าคืออะไร-ได้จากใคร... เลี้ยงดี-เด็กคิดดีก็ดีไป เลี้ยงไม่ดี-เด็กคิดไม่ได้ก็จะกลายเป็นปัญหาของสังคม  
 
ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่พระครูสมุห์ทองมา อคคธมโม หรือหลวงพ่อทองมา อายุ 50 ปี บวชมา 26 พรรษา เจ้าอาวาสวัดป่าดอนใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา มองมาโดยตลอด กระทั่งวันหนึ่งเจ้าอาวาสต้องการแบกรับภาระไว้เอง เนื่องจากสงสารเด็กตาดำ ๆ ที่ไม่เป็นที่ต้องการของผู้ที่ได้ชื่อว่าพ่อแม่ ท่านยอมเหนื่อยยื่นมือรับเด็ก ๆ มาอุปการะเลี้ยงดูให้ข้าว ให้น้ำ ให้นม ให้การศึกษา ให้ธรรมะกับพวกเขา หวังไว้สิ่งเดียวคือให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคม...ไปฟังเรื่องราวของพระดีของสังคมกัน 




 
หลวงพ่อทองมา บอกว่า อาตมาศึกษาพระธรรมมาพอสมควร ทั้งงานทางโลก-ทางธรรมปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด เมื่อ 20 กว่าปีก่อนพบว่าประเทศไทยมีเด็ก ๆ ที่ประสบปัญหาครอบครัวยากจน,พ่อแม่เลิกราไปมีครอบใหม่ หรือแม้กระทั่งพ่อแม่อยู่ในวัยที่ไม่พร้อมมีลูก ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย ส่งผลให้เด็กที่เกิดมาโดยที่เขาไม่ได้รับรู้เรื่องราวของพ่อแม่ เด็กบางคนถูกนำไปทิ้งในป่าไม่ก็ข้างถนน โชคดีมีคนพบโชคร้ายก็ถูกมดแมลงหรือสัตว์กัดแทะจนต้องเสียชีวิต เป็นเรื่องที่น่าเศร้า และดูจะไม่ยุติธรรมสำหรับเด็ก ๆ เหล่านั้นเลย พวกเขาน่าสงสารมาก ๆ 
 
กระทั่งปี 2540 ไปพบเด็กชายคนหนึ่งมีปัญหาพ่อแม่แยกทางกัน ส่งผลให้เด็กขาดการดูแลเอาใจใส่เลี้ยงดูอย่างที่ควรจะเป็น จึงลองเอ่ยปากถามโยมพ่อแม่ของเด็กว่าอยากจะให้อาตมาช่วยเลี้ยงดูอุปการะหรือไม่ พ่อแม่เด็กยินยอมพร้อมยกให้อย่างดีอกดีใจ ตั้งแต่นั้นมาเป็นจุดเริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ที่ส่งเสียเลี้ยงดูอุปการะเด็กที่มีปัญหาทางครอบ--ทางสังคมมากว่า 30 รุ่น มากกว่า 100 คน ส่งเสียให้เรียนจนจบจนสุดความสามารถของเด็กที่จะเรียน และพอใจ  


 
พระนักบุญ บอกต่อว่า อาตมาไม่ได้เป็นพระที่ร่ำรวยมีเพียงเงินจากรับกิจนิมนต์สวดมนต์ตามงานบุญเท่านั้น  และก็มีปัจจัยจากชาวบ้านภายในหมู่บ้านบ้านดอนใหญ่ และชาวบ้านในตลาดด่านขุนทดที่ทุก ๆ เช้าอาตมาและพระ-เณรเดินบิณฑบาตข้าวน้ำมาเพื่อเลี้ยงดูอุปการะเด็กเหล่านี้จนเติบใหญ่แข็งแรงพอที่จะมีความรู้ความสามารถออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ที่รับอุปการะเป็นเด็กผู้ชายทั้งหมด และก็ไม่ใช่ว่าจะรับเลี้ยงทุกคน เพราะไม่มีกำลังมากพอที่จะหาเงินมาส่งเสียเล่าเรียนได้ขนาดนั้น เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นคน ๆ ไป เด็กแต่ละคนที่ผ่านมานั้นก็มีอายุมากน้อยต่างกันไป ล่าสุดเมื่อ 2-3 ปีก่อนรับอุปการะเด็กชายคนหนึ่งอายุแค่ 2 เดือนเพิ่มมาอีกคน ปัจจุบันอายุ 2 ขวบแล้ว  
 
“เด็กคนนี้ก็เลี้ยงเหมือนเด็กคนอื่น ๆ กินข้าวกินน้ำกินนมจากที่อาตมา และพระเณรออกไปบิณฑบาตจากชาวบ้าน วันไหนมีนมก็ได้กินนม วันไหนมีน้ำเต้าหู้ก็กินน้ำเต้าหู้แทนนม จากปี 40 เลี้ยงดูอุปการะเด็กมาแล้วกว่า 100 คน ส่วนการส่งเสียเล่าเรียนจะถามเด็กว่าอยากบวชเณร-บวชพระไหม ถ้าอยากบวชก็จับให้บวชศึกษาพระธรรมด้วยศึกษาทางโรงเรียนปริยัติธรรมวิชาทางโลกด้วย ที่โรงเรียนสัทธรรมวิทยาหรือโรงเรียนสอนพระเณรตั้งอยู่ที่ วัดศาลาลอย ในตัว อ.ด่านขุนทด ส่วนเด็กคนไหนไม่อยากบวชหรือยังไม่พร้อมบวชก็เดินเรื่องเอกสารฝากเรียนโรงเรียนในหมู่บ้านดอนใหญ่จนจบชั้น ป.6 เมื่อจบแล้วก็บังคับให้บวช เพราะจะได้ส่งเรียนทางโรงเรียนพระเณรต่อไปเนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก และยังได้ศึกษาพระธรรมเพื่อขัดเกลาจิตใจไปด้วยทางหนึ่ง” 


 
เจ้าอาวาสฯ บอกอีกว่า เด็กบางคนบวชเรียนจนจบปริญญาตรี จบออกไปทำงานเป็นทหาร เป็นครู เป็นพนักงานห้างร้านต่าง ๆ มากมายหลายต่อหลายรุ่น ดีใจ-ภูมิใจในตัวเขามาก ๆ อาตมาไม่ได้มุ่งหวังให้พวกเขากลับมาตอบแทนบุญคุณอะไร เพียงแต่อยากพบเจอ-อยากเห็นหน้าบ้างเท่านั้น ที่สำคัญที่สุดอยากให้พวกเขานำความรู้ และหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ และเป็นคนดีของสังคมต่อไป  
 
เขียนจบไม่รู้จะพูดอะไร...บอกตรง ๆ อึ้งกับสิ่งที่เจ้าอาวาสฯทำให้กับเด็ก ๆ พระผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยหัวใจบุญ เป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ อยากฝากไปถึงลูก ๆ ของท่านกลับไปหา-กลับไปกราบเท้า พระพ่อ-พ่อพระองค์นี้บ้าง ท่านไม่ได้ต้องการอะไรแค่คิดถึงลูก... ลูกที่ไม่ได้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน แต่ท่านก็เลี้ยงดูไม่ต่างไปจากผู้ให้กำเนิด...จำไว้เสมอว่าท่านคือผู้ให้ชีวิตใหม่แก่น้อง ๆ ทุกคน หากไม่มีท่านชีวิตนี้จะเป็นอย่างไร. 
...............................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ โดย “รภูชิตพงศ์  ทิพย์พรชัย” เดลินิวส์ออนไลน์ จ.นครราชสีมา 

ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 294