อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

กลุ่มเสี่ยงฝุ่นพิษPM 2.5 รู้ทันรับมือก่อนจะสาย

สถานการณ์ฝุ่น  PM 2.5 เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว, ผู้สูงอายุ, เด็ก และหญิงตั้งครรภ์ หากพบอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ให้รีบพบแพทย์ พฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 07.00 น.


สถานการณ์หมอกควันในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ หลายจุดมีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ประชาชนในกรุงเทพฯ ยังคงตื่นตัวกับ “ฝุ่นละออง” ขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ฝุ่นพวกนี้ไม่ได้ทำอันตรายแค่เพียงทางเดินหายใจ เนื่องจากมีฝุ่นขนาดเล็กและมักมีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบหลัก การสะสมของควันหรือฝุ่นละอองในอากาศมากๆ ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งมลพิษจากหมอกควันที่เกิดขึ้นขณะนี้จึงเป็นอันตรายและมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

อาการเบื้องต้น คือ ระคายเคืองดวงตา จมูก คอ ทางเดินหายใจ เช่น คันบริเวณตา แน่นจมูก เจ็บคอ ไอ หายใจลำบาก นอกจากนี้เมื่อเกิดมลพิษทางอากาศจะทำให้คนที่เป็นโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแสดงอาการมากขึ้น

กลุ่มที่มีการเสี่ยง ได้แก่

1. เด็กเล็ก เพราะปอดยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
2. ผู้สูงอายุ เพราะอาจมีโรคปอดหรือหัวใจที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย
3. หญิงตั้งครรภ์ ควรเลี่ยงพื้นที่ที่มีควัน บุหรี่ หรือฝุ่นละอองที่ก่อสารพิษ อาจทำให้เด็กในท้องเกิดอันตรายได้
4.ผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ โรคถุงลมโป่งพอง โรคหอบหืดเรื้อรัง และผู้ป่วยโรคหัวใจ เพราะฝุ่นละอองอาจกระตุ้นให้โรคกำเริบขึ้น
5.ผู้ที่ออกกำลังหรือทำงานกลางแจ้ง เช่น คนขายพวงมาลัย คนขับขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะหายใจเร็วและแรงขึ้น

วิธีรับมือ
1.ควรหลีกเลี่ยงไม่ไปทำกิจกรรมในพื้นที่มีฝุ่นหมอกควันปกคลุม งดออกกำลังกายในที่แจ้ง
2.ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมผ้าปิดจมูกหรือสวมหน้ากาก N-95


หากพบอาการผิดปกติต่างๆ ในร่างกาย เช่น หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ไอ ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ให้รีบพบแพทย์ทันที

ขอบคุณข้อมูลจาก สสส.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21