อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562

เบื้องลึก'ชิม ช้อป ใช้' รัฐฯได้มากกว่าแค่กระตุ้นเศรษฐกิจ

สัปดาห์นี้ไปดูเบื้องลึก “ชิม ช้อป ใช้” ประสบความสำเร็จเกินคาด รัฐบาลได้อะไรมากกว่าแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ พฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 08.00 น.


เมื่อวันก่อนไปห้างโมเดิร์นเทรดแห่งหนึ่งที่เข้าร่วมโครการ “ชิม ช้อป ใช้” แถวๆ ถนนแจ้งวัฒนะตอนนั้นเป็นเวลาราวๆ แปดโมงกว่าๆ ห้างยังไม่เปิด เห็นคนเข้าแถวต่อคิวยาวเหยียดรอห้างฯ รอห้างเปิดสงสัยทำไมคนมาเดินห้างแต่เช้า อีกครึ่งชั่วโมงต่อมากลับมาใหม่คราวนี้เอารถไปจอด กลับขึ้นไปแถวยาวเหยียดกว่าเดิมลักษณะขดไปขดมาเหมือนงู

ตอนแรกสงสัยมาทำอะไร มารู้ตอนหลังว่าเขามาใช้บริการ “ชิม ช้อป ใช้” เดินวนดูสองสามรอบ คนที่มามีหลายระดับตั้งแต่คนมีเงินจนถึงชาวบ้านทั่วไปและวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา

หากจะถามว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จไหมโดยวัดจากคนที่มาเข้าใช้บริการก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ แต่อาจเป็นเพราะคนไทยชอบของ “ฟรี” อีกทั้งร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ นอกจากร้านธงฟ้าประชารัฐแล้วยังมีร้านโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เข้าร่วมด้วยส่วนหนึ่ง ส่วนร้านค้าในท้องถิ่นในชุมชนจะมีพลัดหลงเข้ามาบ้างก็ไม่มากเพราะกติกายุ่งยาก เมื่อปล่อยให้ยักษ์ใหญ่ทันสมัยมีสินค้าให้เลือกมากมายสะดวกสบายเข้าร่วมโครงการบรรยากาศจึงคักคักตามมา



แต่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้กี่รอบและจะลงไปถึงแหล่งท่องเที่ยวชุมชนตามเจตนารมณ์ตั้งแต่แรกหรือไม่นั้น เชื่อว่างานนี้คงไม่เป็นไปตามเป้า ไม่ต้องบอกก็รู้เวลาคนไปเที่ยวต่างจังหวัดเขาจะเลือกไปใช้บริการที่ไหน คงไม่มีใครไปเสียเวลาตระเวนหาร้านค้าในชุมชนหรือร้านค้าในท้องถิ่นในแหล่งท่องเที่ยวว่าร้านไหนเข้าร่วมชิมช้อปใช้ให้เสียเวลา

ฉะนั้นอย่าแปลกใจว่าทำไมรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจไปกี่รอบไม่รู้ว่ากี่รอบแต่เศรษฐกิจระดับล่างถึงไม่กระเตื้อง เพราะเงินที่ใส่ลงไปแล้วถูกดูดเข้ามาหากลุ่มทุนรายใหญ่ในส่วนกลางไม่กี่รายนั่นเอง รัฐบาลก็ดูเฉพาะตัวเลขสุดท้ายว่า เม็ดเงินที่ใส่ลงไปนั้นไปกระตุ้นให้ จีดีพี.โตขึ้น

แต่ไม่ได้ดูว่า จีดีพี.ที่โตขึ้นนั้นไปตกอยู่ตรงไหนบ้าง

แม้ว่าชิมช้อปใช้เงินกระตุ้นไม่มากด้วยวิธี “เอาเหยื่อล่อปลา” แจก1พันล่อให้คนออกมาเที่ยวต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าทำให้มีเม็ดเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่ถามหลายๆคนบอกว่าได้ 1พันถือว่ารัฐบาลแจกเงินให้ใช้ฟรีๆ ไม่คิดจะไปเที่ยวต่อ



นำผลได้ผลเสียหักกลบลบกันคงจะได้ผลระยะสั้นๆเฉพาะหน้าแต่จะเสียหายระยะยาวเพราะสอนให้ชาวบ้านฟุ่มเฟือย แทนที่จะส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จัก “การออม” รู้จักประหยัดใช้ชีวิตแบบพอเพียง ไม่ใช่สร้างนิสัยรับของฟรีโดยที่ไม่ต้องทำงาน

อย่างที่รู้ๆ ระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่สุดของประเทศคือ “หนี้ครัวเรือน” ที่พุ่งสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกราวๆ 78.8% ของจีดีพี.หากรวมหนี้อื่นๆจะสูงถึง 130-140% ของจีดีพี. นับว่าอันตรายอย่างยิ่งและไม่รู้ว่าจะระเบิดเมื่อไหร่

สินเชื่อที่เป็นปัญหาที่สุดคือ “สินเชื่อเพื่อการบริโภค” สะท้อนว่าคนไทยเป็นหนี้เพราะการจับจ่ายใช้สอยที่แบงก์แข่งกันปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ล่อใจสะท้อนว่าคนไทยเป็นหนี้เพราะการจับจ่ายใช้สอย



อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ตามมานอกเหนือจากเป้าหมายจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะต้องรอเวลาสักระยะ สิ่งที่ได้ตามมาอีกอย่างนั่นคือ การสร้างระบบนิเวศน์ของระบบการชำระเงินบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งในด้านร้านค้าที่รองรับการชำระเงิน และผู้ชำระเงินผ่านอี-วอลเล็ทเป๋าตัง

เพียงแค่ 10 วัน อี-วอลเล็ทเป๋าตัง ถูกดาวน์โหลดไปอยู่บนสมารท์โฟนไม่น้อยกว่า 5 ล้านเครื่อง และจะเพิ่มเป็น 10 ล้านเครื่องในอีกไม่กี่วันที่เหลือ ถือว่า เป็นความสำเร็จ อย่างมากๆ

นอกจากนี้ยังได้ผลทางการเมืองอย่างมิอาจปฏิเสธได้ อย่างน้อยที่สุด มาตรการ ชิม ช้อป ใช้ กลายเป็นกระแสที่ถูกชาวบ้านพูดถึงในด้านดีมากกว่าด้านเสียช่วยกลบกระแสการเมืองที่ถาโถมเข้ามากระหน่ำโจมตีรัฐบาลในห้วงเวลานี้ อย่างได้ผล.
..................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%