อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณร.9 ราชันย์ของประชาชน

13 ตุลาคม 2562 ครบรอบ 3 ปีแห่งการเสด็จสวรรคต “ในหลวงร.9” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ อัญเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทสะท้อนถึงสายพระเนตรอันยาวไกล พฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น.


พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ซึ่งครองแผ่นดินโดยธรรมด้วยทศพิธราชธรรมอันประกอบด้วย การให้(ทาน)​ การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย(ศีล)​ ความเสียสละ(บริจาค)​ ความซื่อตรง(อาชชวะ)​ ความอ่อนโยน(มัททวะ)​ การข่มกิเลส(ตบะ)​ ความไม่โกรธ (อักโกธะ)​ ความไม่เบียดเบียน(อวิหิงสา)​ ความอดทน(ขันติ)​ ความไม่คลาดจากธรรม (อวิโรธนะ)

นับเป็นความโชคดีของปวงชนชาวไทยที่ได้อยู่ใต้ร่มพระบารมีแห่งการครองราชย์ พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าอย่างถ้วนทั่ว เป็นเวลากว่า 50 ปี หลังการครองราชย์ พระองค์เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนพื้นที่ชนบทที่มีความแร้นแค้นและทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมายและทรงตรากตรำพระวรกายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อทรงจะได้รับรู้ถึงสภาพปัญหาต่างๆ ของราษฎรอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ ทุกครั้งที่เสด็จฯ ทรงรวบรวมข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดลออเพื่อทรงนำกลับมาหาหนทางแก้ปัญหา โดยการทดลอง ศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ ตลอดจนการวิจัยต่างๆ เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้อย่างถูกจุดและถูกวิธีให้กับราษฎรในทุกมิติ



เนื่องในวันที่ 13 ตุลาคม 2562 เป็นวันครบรอบ 3 ปีแห่งการเสด็จสวรรคตของพระองค์ จึงใคร่ขออัญเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงให้ความสำคัญในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก เพราะมีคุณค่าและคุณประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งทุกคนจะได้ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยกันอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนสืบไป ดังต่อไปนี้



พระราชดำรัสเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2512 มีใจความตอนหนึ่งว่า “...อาจมีบางคนเข้าใจว่า ทำไมจึงสนใจเรื่องชลประทานหรือเรื่องป่าไม้จำได้เมื่ออายุ 10 ขวบที่โรงเรียนมีครูคนหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวนี้ตายไปแล้วสอนเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องการอนุรักษ์ดิน แล้วให้เขียน ภูเขาต้องมีป่าไม้ อย่างนั้นเม็ดฝนลงมาแล้วจะชะดินลงมาเร็ว ทำให้ไหลตามน้ำไป ไปทำความเสียหาย ดินหมดจากภูเขาเพราะไหลตามสายน้ำไปก็เป็นหลักของป่าไม้ เรื่องการอนุรักษ์ดินและเป็นหลักของชลประทานที่ว่า ถ้าเราไม่รักษาป่าไม้ข้างบน จะทำให้เดือดร้อนตลอดตั้งแต่ดินบนภูเขาจะหมดไป กระทั่งการที่จะมีตะกอนลงมาในเขื่อน มีตะกอนลงมาในแม่น้ำ ทำให้น้ำท่วม นี่นะ เรียนมาตั้งแต่ 10 ขวบ...”

พระบรมราโชวาทในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2521 มีใจความตอนหนึ่งว่า "...ธรรมชาติแวดล้อมของเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเล และอากาศ มิได้เป็นเพียงสิ่งสวยๆ งามๆ เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเรา และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้ ก็เท่ากับเป็นการปกปักรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานของเราด้วย..."



พระราชดำรัส ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2529 มีใจความตอนหนึ่งว่า “…ทุกวันนี้ประเทศไทยยังมีทรัพยากรพร้อมมูล ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคล ซึ่งเราสามารถนำมาใช้เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์และเสถียรภาพอันถาวรของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ข้อสำคัญเราจะต้องรู้จักใช้ทรัพยากรทั้งนั้นอย่างฉลาด คือไม่นำมาทุ่มเทใช้ให้สิ้นเปลืองไปโดยไร้ประโยชน์ หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หากแต่ระมัดระวังใช้ด้วยความประหยัดรอบคอบ ประกอบด้วยความคิดพิจารณาตามหลักวิชา เหตุผล และความถูกต้องเหมาะสม โดยมุ่งถึงประโยชน์แท้จริงที่จะเกิดแก่ประเทศชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันยืนยาว…”



พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้า ฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2532 มีใจความตอนหนึ่งว่า “…การเผาเชื้อเพลิง…ทำให้คาร์บอนขึ้นไปในอากาศจำนวน 5 พันล้านตันต่อปี แล้วก็ยังมีการเผาทำลายป่าอีก 1.5 พันล้านตัน รวมแล้ว เป็น 6.5 พันล้านตัน ถ้าขึ้นๆ ไปอย่างนี้ ก็เท่ากับเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่มีอยู่แล้วในอากาศ ถ้าไม่มีอะไรที่จะทำให้จำนวนของสารนี้ในอากาศลดลง ก็จะทำให้สารนี้กลายเป็นเหมือนตู้กระจกครอบ ทำให้โลกนี้ร้อนขึ้น…”



พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือที่ระลึก ในพิธีรับมอบเรือขจัดคราบน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลเดนมาร์กน้อมเกล้าฯ ถวายวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2539 มีใจความตอนหนึ่งว่า “… ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม อันเนื่องมาจากมลพิษ หรือความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในที่หนึ่งที่ใดก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงที่อื่นๆ ด้วย เหตุนี้ทุกคนทุกประเทศในโลกจึงย่อมมีส่วนรับผิดชอบอยู่ด้วยกัน ทั้งในการแก้ไข ลดปัญหา และปรับปรุงสร้างเสริมสภาวะแวดล้อม ให้กลับคืนมาสู่สภาพอันจะเอื้อต่อการมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขของตนเองและเพื่อนมนุษย์…”

พระราชดำรัส เกี่ยวกับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2545 มีใจความตอนหนึ่งว่า “...ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่มีความสำคัญควบคู่กับการพัฒนา ความเจริญก้าวหน้า ซึ่งเป็นปัญหาร่วมกันของทุกประเทศ กล่าวคือการพัฒนา ยิ่งรุดหน้าปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และภาวะมลพิษก็ยิ่งก่อตัว และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่ง ที่กำลังประสบกับปัญหาดังกล่าวอยู่ในขณะนี้...”
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 265