อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

เดอริงเยอร์ 9 มม. Bond Arms Backup

ปืนเดอริงเยอร์ถือได้ว่าเป็นต้นตระกูลของปืนตัวเล็กสำหรับพกซ่อน เริ่มตั้งแต่ปี 1825 ในยุคของปืนคาบศิลา โดย Henry Deringer นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน เริ่มทำปืนลำกล้องสั้นพกพาสะดวก จัดเป็นของแปลกใหม่ขายดี มีผู้ทำเลียนแบบกันมาก เสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น.


   ปืนเดอริงเยอร์ถือได้ว่าเป็นต้นตระกูลของปืนตัวเล็กสำหรับพกซ่อน เริ่มตั้งแต่ปี 1825 ในยุคของปืนคาบศิลา โดย Henry Deringer นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน เริ่มทำปืนลำกล้องสั้นพกพาสะดวก ต่อมาปรับแบบไปใช้จอกแก๊ป ช่วยให้ปืนกะทัดรัดกว่าเดิม จัดเป็นของแปลกใหม่ขายดี มีผู้ทำเลียนแบบกันมาก โดยใช้ชื่อ Derringer เพิ่ม r มาอีกหนึ่งตัวนัยว่าเพื่อเลี่ยงเครื่องหมายการค้า ด้วยตัวปืนเล็กขนาดฝ่ามือปิดมิดทำให้ข้อบ่งใช้ของปืนเดอริงเยอร์คือยิงในระยะประชิด ใช้ป้องกันตัวเป็นเขี้ยวเล็บชิ้นสุดท้าย หรือในอีกด้านหนึ่งคือลอบยิงเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่ทันระวังตัว

   เมื่อเข้าสู่ยุคของกระสุนปลอกทองเหลือง ปืนเดอริงเยอร์ได้รับการพัฒนาให้ตัวเล็กลงอีกระดับหนึ่ง รูปแบบที่ลงตัวที่สุดคือลำกล้องแฝดซ้อน ตัวปืนแบนบางพกซ่อนได้แนบเนียนกว่าปืนลูกโม่ และผู้ออกแบบมักเลือกใช้กระสุนหน้าตัดใหญ่เพื่อชดเชยกับจำนวนกระสุนที่มีเพียงสองนัด ยี่ห้อที่ขายดีที่สุดคือ เรมิงตัน ผลิตระหว่างปี 1866 ถึง 1935 ใช้กระสุนชนวนริมขนาดหน้าตัด .41 นิ้ว ระบบการทำงานคือหักลำกล้องขึ้นเพื่อบรรจุกระสุนและคัดปลอก, จุดชนวนด้วยนกสับ, ไกเป็นแบบซิงเกิลล้วน ต้องง้างนกก่อนยิงแต่ละนัด ซึ่งเป็นรูปแบบยอดนิยมที่ใช้กันเรื่อยมา



    บอนด์ อาร์มส์ (Bond Arms, Inc.) เป็นบริษัทอเมริกันหนึ่งในสองรายของปัจจุบัน ที่ผลิตปืนเดอริงเยอร์เป็นสินค้าหลัก มีให้เลือกถึง 17 แบบย่อย ในขนาดกระสุน .22 ถึง .45 และมีลำกล้องให้เลือกซื้อเปลี่ยนได้อีก 37 แบบ ความยาวตั้งแต่ 2.5 นิ้ว ถึง 6 นิ้ว โดยทุกขนาดกระสุนและความยาวสามารถเปลี่ยนใส่โครงปืนทุกรุ่นได้โดยไม่ต้องดัดแปลงแต่อย่างใด แต่ละลำกล้องมีศูนย์หน้าศูนย์หลังแบบถาวรของตัวเองไม่ต้องปรับแต่ง โครงปืนและลำกล้องของ บอนด์ อาร์มส์ เป็นเหล็ก สเตนเลสอย่างดี แข็งแรงทนทาน โรงงานรับประกันตลอดชีวิต

    ปืนนายแบบของสัปดาห์นี้ เป็นรุ่น Backup ในขนาดกระสุน 9 มม. ลูเกอร์ (9x19 มม.) ที่โรงงานขึ้นป้ายในแค็ตตาล็อกว่าเป็นรุ่นขายดี ใช้ลำกล้อง 2.5 นิ้ว ผิวพ่นแก้ว ชิ้นส่วนเสียบประกอบคือ นกสับ, ไก, โกร่งไก, ห้ามไก, คันล็อกลำกล้อง เป็น สเตนเลสสีเดียวกับลำกล้อง ตัดกับโครงปืนเคลือบผิวดำด้านอย่างสวยงาม ด้ามเป็นยางแข็งมีตราดาวส่วนบน แกะลายกันลื่นส่วนล่าง


      
     ขั้นตอนการใช้งาน ก่อนบรรจุกระสุนให้กดปุ่มเซฟจากขวามาซ้าย แท่งเซฟทำหน้าที่กั้นท้ายเข็มแทงชนวนไม่ให้นกสับมาถึง, นกสับต้องไม่ง้างอยู่ตำแหน่งพร้อมยิง, กดคันล็อกด้านซ้ายกระดกลำกล้องขึ้น บรรจุกระสุน, พลิกลำกล้องกลับเข้าที่ สังเกตขาตัวล็อกต้องดีดกลับมาอยู่แนวนอน, เมื่อพร้อมยิงกดปุ่มเซฟกลับไปด้านขวา, ง้างนกเหนี่ยวไกยิงทีละนัด, กลไกภายในจะขยับหน้านกสับให้ทำงานกับเข็มแทงชนวนบนล่างสลับกันไปทุกครั้งที่ง้างนก, ปืนมีระบบความปลอดภัยคือนกสับแล้วจะดีดกลับออกมาไม่วางชิดท้ายเข็มแทงชนวน, ยิงเสร็จเปิดลำกล้องขึ้น ปลอกกระสุนที่ยิงแล้วจะหล่นออกมาเอง, อาจต้องช่วยเขี่ยที่ร่องคัดปลอกซึ่งท้ายลำกล้องด้านซ้ายปาดเนื้อเหล็กเผื่อไว้ให้แล้ว

    จากวัสดุเหล็กล้วนได้น้ำหนักตัวปืน 525 กรัม ใกล้เคียงกับปืนกึ่งอัตโนมัติระดับซับคอมแพ็กโครงโพลิเมอร์ ช่วยลดรีคอยล์ได้มาก กระสุน 9 มม. หัว 115 เกรน ยิงจากลำกล้องสั้น 2.5 นิ้ว ยังได้ความเร็ว 980 ฟุต/วินาที พลังงาน 245 ฟุต-ปอนด์ เทียบได้กับ .38 สเปเชียล ยิงจากปืนลูกโม่ลำกล้อง 4 นิ้ว.




..........................................
ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 113