อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

เรื่องเล่าของ'นกกระเรียน' สัตว์มงคลหาดูไม่ได้ในไทย

สัปดาห์นี้พาไปฮอกไกโด ดูวงจรชีวิต “นกกระเรียน” สัตว์มงคลอายุยืนยาวร้อยปี ที่หาดูไม่ได้ในเมืองไทย จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ผมเคยมาที่ Akan International Crane Center จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นครั้งหนึ่งแล้ว แต่เป็นหน้าหนาวของปีก่อน ตอนนั้นดูอะไรไม่ถนัดเลยครับ เพราะข้างนอกมีแต่หิมะสีขาวและอากาศหนาวมาก แถมต้องมีกล้องเลนส์ซูมตัวยาวๆ ถึงจะส่องนกได้ แต่กลับมาคราวนี้คุ้มจริงๆ ครับ ได้เจอนกกระเรียนแบบใกล้ชิด ใกล้ชนิดที่เอื้อมมือไปจับได้เลย เพราะนกกระเรียนที่อยู่ในศูนย์นี้เป็นนกกระเรียนเพื่องานวิจัย ไม่เหมือนนกกระเรียนป่าเหมือนช่วงหน้าหนาว

นกกระเรียนในภาษาญี่ปุ่นคือ “ซึรุ” (หวังว่าผมฟังเสียงมาได้ถูกต้องนะครับ) ออกเสียงแบบนี้จะหมายถึงนกกระเรียนรวมๆ ทั่วไป แต่ถ้าเป็น “ตันโจ” (ผมเผลอจะเรียก โจตัน เหมือนยี่ห้อสีทาบ้านทุกทีสิน่า) จะหมายถึงนกกระเรียนตัวสีขาว มีมงกุฎสีแดงที่หัว ดูแล้วคล้ายๆ อะไรครับ....ธงชาติญี่ปุ่นไงครับ อ้อ อีกนิดครับ ถ้าท่านที่เลี้ยงปลาคาร์พ ก็จะเรียกปลาที่ตัวสีขาว หัวมีจุดสีแดงว่า “ตันโจ” เช่นเดียวกันครับ



นกกระเรียนพันธุ์นี้ก็มีเฉพาะในญี่ปุ่นซะด้วย (อาจจะบินไปๆ มาๆ ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น) แต่จะมีมากที่สุดที่เมือง Akan นี่แหละครับ เมืองนี้เขาเริ่มอนุรักษ์กันจริงจังเพราะนกกระเรียนพันธุ์นี้ใกล้จะสูญพันธ์ คนญี่ปุ่นผูกพันกับนกชนิดนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นนิทานโบราณ ซาดาโกะกับการพับนกกระเรียนพันตัว หรือนำมาเป็น
โลโก้ของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ (ผมว่าท่าบินของนกกระเรียนจัดระเบียบร่างกายได้ดีมากครับ กางปีกกว้างสวย ขาทิ้งไปด้านหลัง)

นกกระเรียนตันโจนี้ จะวางไข่เพียงปีละครั้ง ครั้งละ 2 ฟอง แม่นกก็จะกกไข่ทั้งสองฟองพร้อมกัน โดยมีอัตรารอดชีวิตแค่ 50% เท่านั้น ทำให้การขยายพันธุ์ค่อนข้างจำกัด

นกกระเรียนเป็นสัตว์ปีกที่โตเร็วมากครับ อายุประมาณ 3 วัน ตัวขนาดเท่าลูกเจี๊ยบ แต่พอผ่านไปแค่ 1 สัปดาห์ ตัวมันจะใหญ่เท่าแม่ไก่เลยครับ โตไวมาก ผ่านไป 3 เดือน ยิ่งตัวใหญ่บึ้มเลยครับ นกกระเรียนโตเต็มวัยจะสูงประมาณ 150 ซม. หรือตัวใหญ่กว่านั้น เมื่อกางปีกได้กว้างถึงข้างละ 2 เมตร



ตอนเด็กๆ นกกระเรียนเกิดมาตัวสีน้ำตาลครับ แต่พอผ่านไป ขนจะกลับกลายเป็นสีขาว มีคอสีดำ เมื่อผ่านไปอีกสักพัก ขนบนหัวเริ่มหลุดร่วงไป จนเห็นหนังศีรษะสีแดง นั่นคือหัวล้านนั่นเอง ถ้านกกระเรียนโกรธ ตำแหน่งมงกุฎจะยิ่งมีสีแดงมากขึ้นด้วย เป็นอัศจรรย์ทางธรรมชาติโดยแท้

พอผ่านไป 100 วัน จะเป็นวันที่นกกระเรียนวัยรุ่นเริ่มบินได้ เมื่อบินได้แล้ว นกกระเรียนวัยรุ่นก็ยังคงอยู่กับพ่อแม่อีก 10 เดือน ก่อนจะแยกตัวออกไป เพราะฉะนั้นในระยะ 10 เดือนนั้น เราจะเห็นภาพนกกระเรียนตัวใหญ่ 2 ตัว ตัวย่อมๆ อีก 1 ตัว ไปไหนมาไหนด้วยกัน เป็นภาพครอบครัวที่น่ารักมากครับ

นกกระเรียนจะส่งเสียงออกมาจากปอดเป็น 3 พยางค์ (ยาว สั้น สั้น ประมาณ โก โกะ โกะ) ผอ.ศูนย์ฯ แปลให้ฟังแบบขำๆ ว่า "I love you" เพราะส่งเสียงแบบนี้ แสดงว่านกกระเรียนกำลังหาคู่ครับ พวกตัวเมียที่อายุเกิน 3 ปี จะเข้าสู่วัยที่ออกไข่และผสมพันธุ์ได้ เธอก็จะออกไข่ได้ทุกปีจนสิ้นอายุขัย (ปีละ 2 ฟองนั่นแหละครับ) ถ้าเป็นนกกระเรียนป่า อายุเฉลี่ยราวๆ 20 ปี แต่ถ้าเป็นนกกระเรียนเลี้ยงในศูนย์ จะมีอายุอยู่ได้ถึง 40 ปี ถือว่าเป็นสัตว์ปีกที่อายุยืนยาวมาก คนญี่ปุ่นเลยมีความเชื่อว่า นกกระเรียนเป็นสัตว์มงคลอายุยืนยาวร้อยปี

เมื่อถึงเวลาจะออกไข่ พ่อแม่นกกระเรียนจะย้ายไปในที่ลับตา เช่น ทุ่งหญ้าที่มีใบสูงๆ หรือถ้าน้ำตรงนั้นแฉะ ก็จะไปหากิ่งไม้มาวางยกให้พื้นที่สูงขึ้น เมื่อวางไข่ออกมา จะได้ปลอดภัยต่อศัตรูและกระแสน้ำพัด เวลาใครจะบุกรุกเข้ามาแถวรัง ตัวพ่อจะพุ่งเข้าหาเลย ในนิทรรศการหลอกให้เราเดินเข้าไปด้วยครับ แล้วตัวพ่อก็พุ่งเข้ามาหาให้เราตกใจ (เออ...นิทรรศการมันต้องจัดแบบนี้ซิครับถึงจะเจ๋ง!)



ระยะฟักไข่ประมาณ 32 วัน เจ้านกกระเรียนลูกเจี๊ยบจะกะเทาะไข่ออกมาเอง แต่ยังหาอาหารกินเองไม่ได้ พ่อแม่จะนำมาป้อน อาหารของนกกระเรียนได้แก่ ข้าวโพด ปลาตัวเล็กๆ หนอน กบ กุ้ง และพืช ผมเห็นในรูปที่จัดแสดงมีเค้กสตรอเบอร์รี่ด้วย ผอ.ศูนย์ฯ บอกว่านกกระเรียนก็กินเค้กนะ อย่างไรก็ตาม หน้าหนาวเป็นฤดูที่นกกระเรียนหาอาหารกินยากที่สุด จึงมีแนวโน้มว่าจะรอดได้ยาก โชคดีที่มีคุณลุงใจดีในเมือง Akan เอาอาหารมาโปรยที่ลานกว้าง ช่วยให้นกกระเรียนมีแหล่งอาหาร หลังจากนั้นก็เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น เป็นที่รู้กันในหมู่นกกระเรียนว่า หน้าหนาวทุกปีต้องมาที่ลานกว้างแห่งนี้ ในที่สุดรัฐบาลญี่ปุ่นจึงสนับสนุนให้มีศูนย์วิจัยนกกระเรียน แล้วจัดตั้งเป็น Akan International Crane Center บนพื้นที่ตรงนี้นี่เอง คนที่ชอบดูนกหรือศึกษานกกระเรียนจากทั่วโลกก็จะมาที่ศูนย์ฯ นี้

ที่นี่จะมีนกกระเรียนที่เป็นดาราประจำศูนย์ฯ อยู่ตัวหนึ่ง เธอชื่อว่า Mukku เป็นนกกระเรียนสาวใหญ่วัย 17 ปี เธอเกิดและถูกเลี้ยงเพื่อทำงานวิจัยด้านนกกระเรียน เมื่อ Mukku ยังเด็ก ชายที่กำลังความสะอาดบ่อน้ำคนนั้นชื่อคุณ Kondo เป็นผู้ให้อาหารเธอครับ โดยการใส่ชุดเป็นนกกระเรียน คอยป้อนอาหาร แล้วเลี้ยงเธอจนโต มีอยู่วันหนึ่งเธอไม่สบาย ชายคนนี้ไม่ได้ใส่ชุดนกกระเรียนแล้ว แต่ยังคงให้อาหารและรักษาเธอจนหายดี



ผมถามว่า Mukku ไม่บินหนีเหรอ ผอ.ศูนย์ฯ บอกว่า ที่ศูนย์ฯ ตัดปีกไม่ให้เธอบินและเปิดตาข่ายตลอดเวลา เพื่อให้นกกระเรียนป่าตัวอื่นมาผสมพันธุ์เพื่อทำการศึกษาวิจัย มีนกกระเรียนป่าหนุ่มๆ บินเข้ามาหาเธอทุกปี แต่เธอไม่เลือกใครเลย จนตอนนี้เธอเป็นสาวใหญ่ออกไข่ได้แล้ว แต่ไข่ไม่ได้การผสมพันธุ์ ก็ไม่มีลูกนกกระเรียนออกมา

มนุษย์ที่ Mukku สื่อสารด้วยคือชายคนนี้เท่านั้น เขาเดินเข้าใกล้ได้ ถูกตัวได้ (ถ้าเป็นคนอื่นเธอจะหนี ไม่ก็ทำร้าย) ผมเห็นกับตา คุณ Kondo เรียก Mukku ให้เดินมาหาผม เธอเต้นไปรอบๆ แล้วเดินตามมาเหมือนคุยกันรู้เรื่อง ผอ.ศูนย์ฯ บอกว่า ตอนนี้นักวิจัยคิดว่า Mukku หลงรักชายที่ให้อาหารเธอจนไม่ยอมมีใคร แม้ชายคนนี้มีเมียมีลูกและมีหลานแล้วก็ตาม…ความรักของคนก็ยุ่งแล้ว ความรักของนกกระเรียน Mukku ยิ่งยุ่งกว่า

ใครสนใจศึกษาวงจรชีวิตนกกระเรียนที่หาดูไม่ได้ในเมืองไทย หรืออยากไปเยี่ยม Mukku ผมขอเชิญไปที่ Akan International Crane Center อยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดฮอกไกโด รับรองไม่ผิดหวัง ได้รับความรู้เรื่องนกกระเรียนครบทุกแง่ทุกมุมเลยครับ.
..........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 218